“คุณคิดจะทำอะไรของคุณกันแน่คะ คุณกรณ์”
น้ำเสียงของรสารอดกลั้นความหงุดหงิดไว้แทบไม่ไหว ดวงตากลมโตวาวโรจน์จ้องมองร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องประชุมสถาปัตยกรรมที่เงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวด้วยความตกใจระคนหวาดระแวงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ความกลัวไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของมัณฑนากรสาวอย่างเธอ ยิ่งเขาทำตัวน่าหมั่นไส้ เธอกยิ่งอยากจะเข้าไปฟาดให้หายซึน
กรณ์ กิตติภัทร เจ้าของฉายา 'น้ำแข็งขั้วโลก' ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตในมือ ใบหล่อเหลาราวกับรูปสลักนิ่งสนิท มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น—รอยยิ้มที่เธออยากจะคว้าเอาไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดให้หุบนัก
“ผมก็แค่นั่งทำงานในพื้นที่รับผิดชอบของผม คุณรสาต่างหากที่ยืนค้ำหัวผมอยู่แบบนั้น หรือว่า... ดีไซน์เนอร์คนเก่งกำลังหาข้ออ้างเข้าใกล้ผมกันแน่ครับ”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยွยหยันดังขึ้น พร้อมกับดวงตาคมกริบสีนิลที่เงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนมองแทบหายใจไม่ออก แต่มีหรือที่รสาจะยอมถอยก้าวหนึ่ง เธอกลั้วหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบชิดขอบ พร้อมกับโน้มตัวลงไปเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน
“เข้าใกล้คุณเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะคุณกรณ์ ดิฉันเอาเวลาไปนั่งเลือกกระเบื้องห้องน้ำยังจะมีประโยชน์กว่ามาเสวนา1กับคนปากแข็งอย่างคุณซะอีก” รสาโต้กลับด้วยน้ำเสียงรื่นหูแต่นัยน์ตาดุเดือดไม่แพ้กัน “แล้วไอ้เรื่องบ้าๆ ที่คุณเพิ่งทำลงไปเมื่อกี้... หมายความว่ายังไงคะ”
“เรื่องไหนล่ะครับ?” กรณ์เลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท เขาวางแท็บเล็ตลงช้าๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก “เรื่องที่ผมเตือนสติเรื่องแบบแปลนรีสอร์ท หรือเรื่องที่ผม... รู้ทันคุณทุกฝีก้าวกันแน่”
“เรื่องที่คุณแอบสั่งกาแฟบ้าบออะไรมาให้ฉันต่างหากเล่า!” รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน เธอยังจำความรู้สึกตอนที่พนักงานยกแก้วกาแฟเข้ามาเสิร์ฟแล้วระบุว่าเป็นชื่อเธอ ทั้งที่เธอไม่เคยแตะมันเลยในชีวิตได้ดี กาแฟลาเต้โรยผงซินนามอนหนาเตอะ—กลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกที่เธอเกลียดเข้าไส้และเคยบ่นให้ทีมงานฟังโดยไม่รู้ว่าไอ้บ้านี่แอบฟังอยู่ “คุณก็รู้ว่าฉันเกลียดกลิ่นซินนามอนจะตาย เจตนาแกล้งกันชัดๆ เด็กน้อยจริงๆ นะคะคุณสถาปนิก”
ประโยคสุดท้ายถูกเอื้อnออกด้วยรอยยิ้มเยาะที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสวยเฉี่ยว รสาตั้งใจจะยั่วโมโหเขากลับบ้าง แต่ทว่า... กรณ์กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนมัณฑนากรสาวต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ความสูงของเขาทำให้เธอกลายเป็นคนตัวเล็กไปถนัดตา
กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง ทุกย่างก้าวบีบให้พื้นที่หายใจของรสาแคบลงเรื่อยๆ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางบรีฟงานด้านหลัง ไร้ซึ่งทางหนี
“เด็กน้อยเหรอครับ?” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบอยู่ชิดริมหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนรสาต้องกลั้นหายใจ “ถ้าผมเป็นเด็กน้อย แล้วใครกันล่ะครับที่ยืนหน้าแดงแจ๋ตอนเห็นผมสั่งกาแฟแก้วนั้น... หรือจริงๆ แล้ว ที่คุณโกรธ ไม่ใช่เพราะผมสั่งผิดรสชาติ... แต่เพราะผม *จำได้* ว่าคุณเกลียดอะไรกันแน่”
สมองของรสาขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นโครมครามจนดังทะลุกรอบอก คำพูดสวนกลับที่เตรียมไว้เป็นกระบะหายวับไปกับตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกจี้จุดดำมืดในใจเข้าอย่างจัง
“ฉัน... ฉันไม่ได้...” เธออึกอัก เสียงที่เคยฉะฉานหล่นหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อใบหน้าคมคายของเขาโน้มลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจของเขารดรินอยู่บนพวงแก้มใส
“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับ รสา” กรณ์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมปลาบจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นของเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากไร้อารมณ์ “คุณเกลียดซินนามอน... แต่ผมเกลียดเวลาที่คุณทำเป็นไม่สนใจผมมากกว่า อย่าลืมสิว่าเราต้องร่วมงานกันอีกยาวนาน คุณไม่มีทางหนีพ้นสายตาผมหรอก”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าที่สาร์นความตึงเครียดและแรงดึงดูดประหลาด รสารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกั้นไว้อย่างแน่นหนา
ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากพ่นไฟใส่หน้าเขาให้หายแค้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต
“คุณกรณ์ครับ คุณมีนาราโทรมา... อุ๊ย!”
เสียงทุ้มของตรีภพที่เปิดประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับสมาร์ตโฟนในมือขาดหายไปกลางคัน เมื่อดวงตาคู่คมของเพื่อนสนิทกวาดมาเจอภาพสถาปนิกหนุ่มผู้เย็นชา กำลังกักตัวมัณฑนากรสาวคนเก่งไว้แนบชิดกับชั้นวางเอกสารอย่างหมิ่นเหม่
รสาได้สติ เธอรีบใช้สองมือดันอกแกร่งของกรณ์ออกสุดแรงเกิด ใบหน้าสวยแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความอับอายและโกรธปนเปกัน เธอกวาดสายตามองค้อนสถาปนิกหนุ่มตัวดีทีหนึ่งอย่างคาดโทษ ก่อนจะสะบัดหน้าพรวดเดินสวนทางตรีภพออกไปจากห้องประชุมทันทีด้วยฝีเท้าเร่งรีบ
ตรีภพยืนกะพริบตาปริบๆ มองเพื่อนรักที่ยืนจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยแซว
“แหม... พ่อรูปหล่อ กะว่าจะมาตามเรื่องที่คุณมีนารานัดคุยเรื่องแปลนรีสอร์ทสักหน่อย แต่ดูท่าทาง... นายคงกำลังเคลียร์ ‘แปลนหัวใจ’ กับคุณรสาอยู่สินะ ถึงว่าล่ะ กาแฟที่สั่งมากินไม่ได้สักแก้ว แต่สงสัยรสชาติจะหวานจนมดขึ้นห้องประชุมหมดแล้วมั้งเนี่ย”
กรณ์ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาดุๆ ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัว ร่างสูงหันไปมองแก้วกาแฟลาเต้ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน แก้วที่เธอบอกว่าเกลียดนักหนา... แต่เขากลับจำแม่นว่ามันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยอมหันมามองเขาด้วยความรู้สึกพุ่งพล่านแบบเมื่อครู่
“หุบปากไปเลยไอ้ตรี” กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาถือไว้อีกครั้ง “แล้วมีนาราว่ายังไงเรื่องโปรเจกต์”
“อ๋อ... คุณมีนาราบอกว่าอยากจะขอเปลี่ยนดีไซน์ห้องพักโซน VIP ใหม่ทั้งหมด แถมยังบอกว่าจะเข้ามาดูหน้างานด้วยตัวเองบ่ายนี้ด้วย” ตรีภพยิ้มกริม “เตรียมตัวรับศึกหนักได้เลยเพื่อน เพราะดูทรงแล้ว... งานนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องงานแน่ๆ ที่จะทำให้ปั่นป่วน”
กรณ์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของมีนารา—ลูกค้ารายใหญ่ผู้พ่วงมาด้วยความสนิทสนมเกินงามและความพยายามที่จะก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวเขาอยู่บ่อยครั้ง และที่สำคัญ... ผู้หญิงคนนั้นไม่ค่อยถูกชะตากับรสาเอาเสียเลย
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง กรณ์วางแท็บเล็ตลงช้าๆ ความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากสั่งงานตรีภพ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกใส
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรงโดยไม่1เคาะขออนุญาต ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์แฟชั่นนิสต้าของ **มีนารา** ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่กรณ์
“สวัสดีค่ะคุณกรณ์... พอดีมีนาราผ่านแถวนี้เลยแวะมาเซอร์ไพรส์ หวังว่าคงไม่รบกวนเวลาสวีทกับใครนะคะ?” มีนาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย แต่แฝงแววตาร้ายกาจไว้ลึกๆ ขณะปรายตามองไปทางโต๊ะทำงานที่รสาเพิ่งเดินออกไปหมาดๆ
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นในทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขายิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกริบมองแขกไม่ได้รับเชิญด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง
และในวินาทีนั้นเอง... ประตูห้องทำงานด้านนอกก็เปิดผางตามเข้ามา พร้อมกับร่างของรสาที่เดินกลับเข้ามาเพื่อจะหยิบแฟ้มงานที่ลืมไว้ ทว่าภาพที่เธอเห็นตรงหน้า—คือมีนารากำลังยืนโน้มตัวเข้าใกล้กรณ์ในระยะประชิด โดยที่สถาปนิกหนุ่มไม่ได้ถอยหนี
ดวงตากลมโตของมัณฑนากรสาวแข็งค้าง หัวใจที่เพิ่งเต้นระรัวจากเรื่องเมื่อครู่ ดิ่งวูบลงไปกองที่ตาตุ่มทันที ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาจุกอกอย่างไม่มีสาเหตุ
—————————
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ รีดเดอร์ที่รักของเอมเมอรัลด์อายส์!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอไม่ได้สั่ง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!