“ถ้าคุณก้าวออกจากห้องนี้เพื่อไปยื่นใบลาออกจริง ๆ ฉันจะถือว่าคุณเป็นแค่มัณฑนากรขี้แพ้ ที่เก่งแต่พ่นไฟใส่คนอื่น แต่พอเจอของจริงเข้าหน่อยก็เลือกจะหาง Mule วิ่งหนีหางจุกตูดเหมือนเด็กอนุบาลค่ะ คุณรสา”
ประโยคเจ็บแสบที่ถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนติดลบของสถาปนิกหนุ่มหัวกะทิ ทำเอาร่างบางที่กำลังสะพายกระเป๋าเตรียมเดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องประชุมใหญ่ถึงกับชะงักกึก ฝ่ามือเรียวที่กำสายกระเป๋าหนังราคาแพงแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน รสาหมุนขวับกลับมามองหน้าคนพูดด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ราวกับมีประกายไฟลุกโชนอยู่ข้างใน
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้เกิดมาจากน้ำแข็งแห้งหรือยังไง ถึงได้สรรหาคำพูดที่น่าทุบให้หน้าคว่ำได้เก่งกาจขนาดนี้!
“เมื่อกี้คุณว่าใครขี้แพ้นะคะคุณกรณ์?” รสาเดินสาวเท้ากลับเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวที่ถูกกั้นกลางด้วยกองแปลนพิมพ์เขียวขนาดมหึมา เธอวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังเจ้าของฉายา ‘น้ำแข็งขั้วโลก’ ที่นั่งไขว่ห้างตีหน้าตายอยู่หลังเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท “ฉันไม่ได้หนีค่ะ แต่ฉันไม่อยากเสียเวลากับสถาปนิกสมองทึบที่เอาแต่ยึดติดกับแปลนบ้านเชย ๆ ยุคไดโนเสาร์เต่าล้านปีต่างหาก!”
“สมองทึบเหรอคะ?” กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเย็นชาที่ยิ่งเห็นก็ยิ่งน่าหมั่นไส้ “ถ้าสมองทึบอย่างฉันมันทำยอดขายถล่มทลายกวาดรางวัลมาแล้วทั่วเอเชีย แล้วสมองระดับหัวกะทิของคุณล่ะคะ รสา... มันไปอยู่ที่ตาตุ่มตอนไหน ถึงได้คิดว่าการเอาสไตล์วินเทจหวานเลี่ยนมาแปะไว้บนบ้านโมเดิร์นทรอปิคอลมันคือความ ‘ครีเอทีฟ’ น่ะหึ?”
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมจนแทบจะเอามีดมาตัดได้ ตรีภพที่นั่งกอดอกอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ กับสงครามประสาทที่เปิดฉากขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ เขารู้ดีว่าเพื่อนสนิทอย่างกรณ์ไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ หรอก แต่ไอ้ฟอร์มปากร้ายชอบหาเรื่องกวนโมโหชาวบ้านเนี่ย มันแก้ไม่หายเสียที จนบางทีเขายังอยากจะกระโดดไปเขย่าคอให้ตื่นจากความซึนของตัวเอง
“มันไม่ใช่การแปะค่ะ! แต่มันคือการผสานความดิบกระด้างของคอนกรีตเปลือยเข้ากับความอบอุ่นละมุนละไมของงานไม้และโทนสีพาสเทลตุ่น ๆ เพื่อเบรกความแข็งกระด้างที่คุณออกแบบไว้ต่างหากเล่า!” รสาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห เธอคว้าปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาแล้วก้มลงขีดเขียนลงบนกระดาษไขตรงหน้าเขาอย่างถือวิสาสะ เส้นสายลายมือที่เฉียบคมและทรงพลังพรั่งพรูออกมาสะท้อนไอเดียที่ฉับไวและเต็มไปด้วยรสนิยม “มองซะนะคะคุณสถาปนิกหน้าตาย! ถ้าคุณถอนทิฐิแล้วเปิดตาแคบ ๆ ของคุณดูสักนิด คุณจะเห็นว่าตรงนี้... ตรงระเบียงกระจกใสโค้งรับกับสวนหย่อม มันสามารถวางม้านั่งไม้สักแกะสลักกลิ่นอายวินเทจร่วมสมัยได้อย่างลงตัวโดยไม่ขัดหูขัดตาเลยสักนิด!”
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ ผสมผสานกับความหอมสะอาดจากเรือนร่างของหญิงสาวที่โน้มตัวเข้ามาใกล้เสียจนชิด ลอยแตะจมูกโด่งเป็นสันของกรณ์เข้าอย่างจัง สถาปนิกหนุ่มชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกราบกวาดมองกลุ่มผมสีน้ำตาลประกายทองที่ทิ้งตัวลงคลอเคลียข้างแก้มเนียนใส ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อมทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจใต้สูทสั่งตัดราคาแพงกระตุกวูบอย่างไม่น่าเชื่อ
ให้ตาย... ยัยนี่ดื้อรั้นเป็นบ้าเลย
แต่ในขณะเดียวกัน ความสามารถที่ล้นเหลือและประกายตาดุดันที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั่น... มันกลับดึงดูดสายตาของเขาให้ละไปไหนไม่ได้เลยสักนิด ตั้งแต่ร่วมงานกันมา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าเถียงฉอด ๆ ใส่เขาแบบนี้มาก่อน ทุกคนต่างก้มหน้ายอมรับและเกรงกลัวอำนาจมืดของเขา ทั้งหมดทั้งมวล... ยกเว้นก็แต่ ‘รสา’ คนนี้นี่แหละ
“ดีไซน์เลอะเทอะสิ้นดีค่ะ” กรณ์แสร้งทำเป็นแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ทั้งที่ในใจกำลังนึกชมไอเดียนั้นจนแทบแย่ “คุณเอะอะก็ใส่ม้านั่งวินเทจ เอะอะก็ใส่ดอกไม้แห้ง คุณคิดว่านี่กำลังรีโนเวทคาเฟ่แมวหรือไงคะรสา? นี่คือบ้านพักตากอากาศสุดหรูมูลค่าเก้าหลักของลูกค้าระดับไฮเอนด์นะ ไม่ใช่บ้านตุ๊กตาบาร์บี้”
“นี่คุณ!!” รสากระแทกปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตถลึงมองหน้าเขาอย่างเหลืออด มือเรียวสั่นเทาด้วยความโกรธ “คุณมัน... ปากเสียที่สุด! ถ้าคิดว่างานของฉันมันห่วยแตกนัก ทำไมคุณไม่แก้แบบเองคนเดียวไปเลยล่ะคะ จะลากฉันเข้ามาเอี่ยวในโปรเจกต์นี้ตั้งแต่แรกทำไม!”
“เพราะคุณมีชื่อเสียงเรื่องการแก้ปัญหาพื้นที่แคบให้กลายเป็นสเปซมหัศจรรย์ยังไงล่ะคะ” กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่รสาอ่านไม่ออก “และที่สำคัญ... ฉันอยากรู้ว่าคนปากเก่งอย่างคุณ จะทนพ่นไฟใส่ฉันได้สักกี่น้ำเชียว”
“คุณกรณ์!”
“เอาล่ะ ๆ พอได้แล้วครับคุณเพื่อนรัก และคุณรสาคนสวย” ตรีภพรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่สามจะปะทุขึ้นคาโต๊ะทำงาน “นี่เราเพิ่งเริ่มต้นวันที่สองของโปรเจกต์เองนะ จะฆ่ากันตายไปข้างเสียก่อนไม่ได้หรอกครับ ลูกค้าของเราอย่างคุณมีนาราเขาออกจะคาดหวังกับโปรเจกต์รีสอร์ทนี้มากนะ ถ้าเขามาเห็นพวกคุณกัดกันแบบนี้ มีหวังได้ยกเลิกสัญญาแน่”
พอนึกถึงชื่อของ ‘มีนารา’ รสาก็ชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่างวูบเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่ได้ เธอยังจำภาพเมื่อวานซืนได้ดี ตอนที่ไฮโซสาวสวยคนนั้นเดินเข้ามาคล้องแขนกรณ์อย่างสนิทสนมแถมยังส่งสายตาราวกับเจ้าของตัวจริงมาให้เธออีก... หึ! ผู้หญิงเพอร์เฟกต์เพียบพร้อมอย่างมีนารานั่นแหละ ถึงจะคู่ควรกับสถาปนิกปากร้ายอย่างเขา ไม่ใช่เธอที่เป็นแค่ยัยมัณฑนากรปากจัดคนนี้!
รสาเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกไหววูบในแววตา ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ตกลงค่ะ... ในเมื่อคุณยืนกรานจะเอาตามแบบของคุณ ฉันก็จะทำให้ดูว่า ‘แบบเชย ๆ’ ของคุณมันจะพังไม่เป็นท่าเพราะงานตกแต่งภายในของฉันยังไง!”
“เชิญตามสบายค่ะ” กรณ์ยักไหล่เบา ๆ อย่างไม่ยี่หล่า ทั้งที่มุมปากหยักลึกแอบยกยิ้มขึ้นนิด ๆ อย่างพอใจ “แต่อย่าลืมนะคะว่าโต๊ะทำงานของเราติดกัน... หวังว่าคุณจะทนกลิ่นกาแฟและหน้าหล่อ ๆ ของฉันไประหว่างทำงานร่วมกันสามเดือนเต็มนะ”
“หลงตัวเองที่สุด!” รสากระแทกเสียงใส่ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดึงแท็บเล็ตและกระดาษสเกตช์ของตัวเองมากางออกด้วยท่าทางฟึดฟัดไม่สบอารมณ์
เวลาผ่านไปท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงคลิกเมาส์และเสียงขีดเขียนกระดาษ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะช็อตกันได้ทุกเมื่อ กรณ์แอบเหลือบมองหญิงสาวที่กำลังนั่งกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ขณะใช้ความคิด ใบหน้าด้านข้างยามเธอมุ่งมั่นทำงานช่างมีเสน่ห์เหลือเกินจนเขาแทบละสายตาไม่ได้... ภาพสะท้อนของเธอบนหน้าต่างกระจกใสทำให้เขานิ่งงันไปครู่ใหญ่
แต่แล้ว... ความเงียบงันอันตึงเครียดก็ต้องถูกทำลายลง เมื่อจู่ ๆ ประตูห้องประชุมใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวฉับ ๆ เข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“กรณ์คะ! แย่แล้วล่ะ... มีนาราเพิ่งไปดูหน้างานจริงมาเมื่อกี้ ปรากฏว่า... แปลนห้องนอนใหญ่มีปัญหาใหญ่หลวงเลยค่ะ!”
เสียงหวานแหลมของคุณมีนาราทำเอาทุกคนในห้องหันไปมองเป็นตาเดียว รสากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในอก ส่วนกรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ
แต่ประโยคถัดมาของคุณมีนารานี่สิ... ที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องถึงกับสะดุดกึก
“คุณมีนาราพูดเรื่องอะไรคะ?” กรณ์เอ่ยถามเสียงเข้ม
“ก็เรื่องแปลนห้องนอนสวีทไงคะกรณ์!” ไฮโซสาวส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สถาปนิกหนุ่ม ก่อนจะหันมามองรสาด้วยหางตาราวกับผู้เหนือกว่า “ช่างหน้างานบอกว่า... แบบแปลนเตียงนอนที่คุณสองคนช่วยกันออกแบบ ‘เมื่อคืนนี้’ น่ะ มันหันหัวเตียงผิดทิศตามหลักฮวงจุ้ย จนคุณพ่อของมีนารากลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องรักสามเส้า... สรุปว่า... ใครเป็นคนต้นคิดแปลนห้องนอนห้องนี้กันแน่คะเนี่ย?”
หัวใจของรสาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที เธอหันขวับไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มข้างกายทันทีด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง...
--------------------
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มซึนคนนี้ด้วยนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ•ตอนที่ 2
แปลนบ้านกับสงครามประสาท
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!