“ถ้าโครงสร้างส่วนนี้ถูกดันออกไปอีกสองเมตรครึ่งอย่างที่คุณสถาปนิกต้องการ พื้นที่ใช้สอยของอินทีเรียร์จะกลายเป็นเศษกระดาษทิชชูเปียกน้ำทันทีค่ะคุณกรณ์ ฉันไม่เข้าใจว่าสมองส่วนไหนของคุณที่ประมวลผลออกมาเป็นไอเดียพังๆ แบบนี้”
เสียงสูงใสแต่คมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้นก้องห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ รสา รมณีย์ ยืนค้ำโต๊ะประชุมกระจกนิรودล แววตาคู่คมกวาดมองร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเนียบที่สุดในวงการด้วยความหงุดหงิดระคนท้าทาย เอกสารในมือถูกกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อเน้นย้ำความไม่พอใจ
กรณ์ กิตติภัทร ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ร่างกายสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเข้ารูปดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่น่าเสียดายที่แววตานั้นเย็นชาเสียจนเกือบจะติดลบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึกสมฉายา ‘น้ำแข็งขั้วโลก’ ที่ลูกน้องแอบตั้งให้ลับหลัง
“ถ้าคุณรสาใช้สมองส่วนที่เหลือจากการเลือกสีหมอนอิงมาทำความเข้าใจกับวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน คุณก็จะรู้ว่าสองเมตรครึ่งที่ผมว่านั่น คือระยะปลอดภัยขั้นต่ำจากการคำนวณแรงลมปะทะชายหาด ไม่ใช่การนึกสนุกเอาไม้บรรทัดมาขีดเล่นบนกระดาษแบบที่คุณทำอยู่”
เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแต่เชือดเฉือนทิ่มแทงเข้ากลางอกคนฟังอย่างไร้ความปรานี กรณ์ปรายตามองแบบแปลนที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาแดงของอีกฝ่ายอย่างดูแคลน รอยยิ้มหยันมุมปากนั้นทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้หญิงเลือดร้อนอย่างรสาปรอทแตกได้ในเสี้ยววินาที
นี่คือมหกรรม ‘ควบรวมทีม’ ที่บอสใหญ่เพิ่งประกาศกร้าวเมื่อเช้า ด้วยเหตุผลสวยหรูว่าต้องการให้โปรเจกต์รีสอร์ทหรูมูลค่าพันล้านของคุณมีนาราออกมาไร้รอยต่อระหว่างสถาปัตยกรรมภายนอกและการตกแต่งภายใน แต่ผลลัพธ์ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม ที่มีเพียงซากปรักหักพังของมิตรภาพและความอดทนเป็นเดิมพัน
“ปากจัดแบบนี้ ตอนเด็กๆ แม่ให้กินพริกไทยสดแทนข้าวหรอคะคุณกรณ์” รสาแค่นหัวเราะในลำคอ กอดอกแน่นจนหน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธ “ฉันเป็นมัณฑนากรนะคะ ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่คุณจะมาสั่งซ้ายหันขวาหันตามอำเภอใจ แบบแปลนนี้ฉันแก้มาสามรอบแล้วเพื่อรองรับดีไซน์บ้านทรงกล่องทึบๆ ของคุณ ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาตามใจชอบ ฉันแนะนำให้คุณไปจ้างหุ่นยนต์ AI มาออกแบบอินทีเรียร์เองเลยดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกับมนุษย์ที่มีความรู้สึกแบบฉัน!”
“ดีไซน์ทรงกล่องทึบๆ ที่คุณว่า ทำรายได้ให้บริษัทมาแล้วสามโปรเจกต์ซ้อน รสา” กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามอย่างกดดัน ความสูงและรัศมีออร่าความเย่อหยิ่งของเขาทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลงไปถนัดตา “และที่สำคัญ... ผมไม่ได้ต้องการหุ่นยนต์ ผมต้องการคนที่มีศักยภาพพอจะตามงานผมให้ทัน แต่น่าเสียดาย... ดูท่าทางคุณคงไม่มีคุณสมบัตินั้น”
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ตรีภพที่นั่งอยู่มุมโต๊ะรีบยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พยายามกลั้นยิ้มกับความปากร้ายระดับพรีเมียมของเพื่อนสนิท ขณะเดียวกันก็แอบส่งสายตาเห็นใจมาให้มัณฑนากรสาวผู้กำลังพ่นไฟใส่เพื่อนเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย
“นี่คุณ...!” รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง เธอย่างสามซุงเข้ามาประชิดตัวเขาบ้าง ความโกรธทำให้เธอไม่ทันระวังตัวว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขานั้นมันสั้นเกินกว่าความจำเป็น ร่างบางเกือบจะชนเข้ากับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกภาพสะอาดสะอ้านพุ่งเข้าแตะจมูกจนเธอเผลอชะงักไปชั่วขณะ
กรณ์ก้มมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับปลายคางของเขา ดวงตาสีเข้มคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวเธอเจือจางเข้ามาปะปนกับอากาศ แต่มันก็ถูกกลบเกลื่อนด้วยใบหน้าเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว เขาก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระชับต่ำชวนสั่นประสาท
“ถ้าเถียงชนะผมด้วยเอกสารไม่ได้ ก็ใช้ความสามารถที่มีพยายามแก้แบบมาใหม่ให้ทันเส้นตายพรุ่งนี้เช้าดีกว่านะครับคุณรสา... อ้อ แล้วก็กรุณาลดความดุดันลงหน่อย ผู้หญิงหน้าตาดีเวลาโมโห หน้ามันจะดูตลกมากกว่าน่ากลัวนะ”
“ไอ้...!” รสาอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ไฟกระพริบใส่หน้าคนหยิ่งยโสให้สมกับความแค้น
“ขอโทษนะคะ... ดิฉันมาขัดจังหวะการประชุมสำคัญอะไรรึเปล่าคะ?”
เสียงหวานหยดย้อยที่ดังขึ้นจากทางประตูห้องประชุมทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดชะงัก รสาผละถอยหลังออกมาทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่กรณ์หันไปมองตามเสียงด้วยใบหน้าเรียบเฉย
มีนารา ลูกค้าไฮโซสาวเจ้าของโปรเจกต์รีสอร์ท ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับทำให้เธอดูโดดเด่นสะดุดตา แต่สิ่งที่ทำให้รสาถึงกับลมแทบจับ คือภาพที่มนาราเดินเข้ามาคล้องแขนกรณ์อย่างสนิทสนม พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของมัณฑนากรสาวหยุดหมุนในทันที
“พอดีนาราแวะเอาแบบแปลนส่วนสระว่ายน้ำมาให้คุณกรณ์ช่วยดูเป็นพิเศษค่ะ... อุ๊ย รสา อยู่ด้วยเหรอคะ ดีเลย นาราจะได้บอกทีเดียวว่า นาราอยากเปลี่ยนคอนเซปต์อินทีเรียร์ทั้งหมดใหม่... เป็นสไตล์วินเทจหวานๆ ตามที่คุณกรณ์แนะนำเมื่อคืนนี้ค่ะ”
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองรสาที่ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นหิน ปฏิกิริยาไหววูบในแววตาของหญิงสาวทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว... เขาอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่ออธิบาย แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ รสาหันขวับกลับมามองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต!
“อ๋อ... วินเทจหวานๆ ตามที่คุณกรณ์แนะนำ ‘เมื่อคืนนี้’ สินะคะ งั้นก็เชิญพวกคุณสองคนไปสวีทแล้วออกแบบกันตามสบายเถอะค่ะ ส่วนฉัน... ขอตัวไปลาออกจากโปรเจกต์นี้ให้พ้นๆ หน้าคนปากสุนัขก่อนล่ะค่ะ!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความปากแข็งของพระเอกเรานะคะ ไว้มาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ•ตอนที่ 1
สงครามย่อยในห้องประชุมใหญ่
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!