สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ•ตอนที่ 9

ความลับใต้กองเอกสาร

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“คุณกรณ์... เรื่องงบประมาณการรีโนเวทเฟสสอง ทำไมตัวเลขถึงถูกอนุมัติผ่านทั้งที่ฉันยังไม่ได้ปรับแก้จุดที่เกินโควตาคะ?” รสาไม่ได้เปิดฉากด้วยการทักทาย เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่เสียงดังปังจนแก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นไหว นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องเขม็งไปที่ร่างสูงที่นั่งอยู่หลังกองแปลนพิมพ์เขียว เขาไม่ได้เงยหน้ามองเธอด้วยซ้ำ ยังคงจรดปากกาเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษไขด้วยความนิ่งสงบราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง “ผมบอกให้เลิกยุ่งกับเรื่องแปลน แล้วนี่คุณยังจะขุดเรื่องงบมาอีกเหรอ รสา? เวลาทำงานของผมมีค่ามากกว่าการมาตอบคำถามที่ไร้สาระพวกนี้” เขาวางปากกาลงแล้วเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั่นเย็นชาจนเธออยากจะเอาคัตเตอร์กรีดให้หายคม แต่รสาไม่ใช่คนที่จะถอยเพียงเพราะสายตาพิฆาต “ไร้สาระงั้นเหรอคะ? การที่คุณดึงดันจะอนุมัติงบส่วนที่เกินมาเพื่อซัพพอร์ตงานของฉัน มันทำให้ฉันดูเหมือนคนไม่มีความสามารถที่ต้องให้สถาปนิกมาคอยตามเช็ดตามล้างให้! ฉันไม่ได้ต้องการความสงสารแบบนี้ค่ะคุณกรณ์” กรณ์ยันตัวขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวผ่านโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงจนรสารู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสะอาดแบบผู้ชายทำงานหนักโชยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เธอ... เกลียดที่จะยอมรับว่าตัวเองชอบ “คิดว่าผมช่วยเพราะสงสาร?” เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มหยัน “คุณคิดน้อยไปหรือเปล่า รสา งานของคุณมันแย่จนผมต้องช่วยขนาดนั้นเลยเหรอ หรือจริงๆ แล้วคุณแค่ไม่อยากยอมรับว่าที่งานมันผ่านไปได้สวย ก็เพราะมีผมคอยประคอง?” “คุณมันหลงตัวเอง!” “และคุณก็ปากเก่งเกินไป” เขาก้าวประชิดจนร่างของเธอถอยไปชนกับชั้นวางเอกสารด้านหลัง มือหนาวางยันขอบชั้นเหนือไหล่เธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง รสาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมสติไม่ให้ใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตัวเองทรยศเธอ “ถอยไปค่ะ” “ไม่” กรณ์ตอบสั้นๆ “จนกว่าคุณจะเลิกทำตัวเป็นเด็กชอบหาเรื่อง แล้วยอมรับว่าบางที... ความหวังดีของคนอื่น มันก็ไม่ได้มีไว้ให้คุณเหยียบย่ำ” รสายิ้มมุมปาก ความมั่นใจที่หายไปชั่วครู่กลับมาอีกครั้ง เธอเอื้อมมือไปหยิบเอกสารฉบับหนึ่งที่เหน็บไว้ในแฟ้มออกมา มันคือบันทึกการโอนงบประมาณลับจากบัญชีส่วนตัวของเขาเข้าสู่โครงการของเธอโดยตรง “ความหวังดีที่ใช้เงินตัวเองถมเพื่อปิดความผิดพลาดที่ฉันไม่ได้ทำ... คุณเรียกว่าหวังดีเหรอคะ? มันคือการดูถูกกันต่างหาก” กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมดุไหววูบไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม “ถ้ารู้แล้ว ก็เงียบซะ” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน “ผมไม่ได้ทำเพราะดูถูก แต่ทำเพราะไม่อยากให้ชื่อโครงการนี้ต้องมัวหมองเพราะคนอย่างคุณ... ถูกเขี่ยออกจากโปรเจกต์ก่อนจะได้เริ่มงานจริง” คำพูดของเขาเหมือนหมัดฮุคเข้าที่ลิ้นปี่ รสาจุกจนพูดไม่ออก แต่ก่อนที่เธอจะได้โต้ตอบ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้นัดหมาย “กรณ์! ที่รักคะ มีนว่าเราควรไปดูไซต์งาน...” มีนาราก้าวเข้ามาหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ เธอหันมามองรสาด้วยสายตาจิกกัดก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานให้กรณ์ “มีนขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะ ดูเหมือนกำลังคุยธุระสำคัญกันอยู่เลย” รสาผละออกจากมุมห้องอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แม้หัวใจจะยังเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เธอจ้องมองคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาเรียบเฉยที่ซ่อนความเจ็บลึกไว้ข้างใน “ธุระสำคัญงั้นเหรอคะ?” รสาแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับกรณ์ที่ตอนนี้กลับไปตีหน้านิ่งเฉยสนิท “เสียดายนะคะที่คุณกรณ์ลืมบอกคุณมีนไปว่า... งานของฉันไม่จำเป็นต้องใช้เงินของใครมาประคอง” รสาหันหลังเดินออกมาจากห้อง แต่ก่อนจะพ้นประตู มือหนาของกรณ์ก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยที่เขายังไม่หันไปมองมีนารา “รสา... พรุ่งนี้เจอกันที่ไซต์งาน แปดโมงตรง อย่าสาย” เขากระซิบเสียงต่ำที่พอได้ยินกันแค่สองคน ท่ามกลางสายตาที่แทบจะเผาไหม้ของมีนาราที่มองมาด้วยความริษยาเต็มเปี่ยม รสาเดินออกมาจากห้องด้วยสมองที่ปั่นป่วน เธอไม่ได้ต้องการตอบแทนเขาด้วยความรู้สึกแบบนั้น แต่ถ้าเขาเลือกจะเล่นเกมนี้ เธอก็พร้อมจะงัดทุกเล่ห์เหลี่ยมออกมาเพื่อทวงคืนความเท่าเทียมในแบบของเธอ... โดยที่ลืมไปว่า ยิ่งเข้าใกล้เขามากเท่าไหร่ หัวใจที่เธอพยายามล็อกไว้อย่างแน่นหนาก็ยิ่งสั่นคลอนไปกับความซึนของสถาปนิกหนุ่มคนนี้มากขึ้นเท่านั้น ทว่า ขณะที่เธอกำลังก้าวออกจากสำนักงาน เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นพร้อมข้อความจากเบอร์ไม่คุ้นเคยที่ส่งไฟล์ภาพแนบมาให้... เป็นภาพหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เธอถูกกลั่นแกล้งในไซต์งานเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นฝีมือของคนใกล้ตัวที่สุดที่เธอนึกไม่ถึงว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ และชื่อที่ปรากฏในไฟล์ภาพนั้น... คือชื่อเดียวกับคนที่กำลังยืนกอดแขนกรณ์อยู่ในห้องทำงานเมื่อครู่นี้ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับใต้กองเอกสารของรสาและกรณ์นะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%