“ลงมา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนของกรณ์ทำเอาลมหายใจของรสาแทบสะดุด เธอไม่ได้ขยับตัวตามคำสั่งนั้นในทันที แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่นอกรถ... ศัตรูตัวฉกาจที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้
“คุณกรณ์คะ เรามีทางเลือกอื่นไหม” รสาเอ่ยถามเบาๆ พลางกำกระเป๋าถือแน่น นิ้วเรียวจิกเข้ากับเนื้อผ้าจนขึ้นข้อขาว กรณ์ไม่ตอบ แต่เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งคนขับแทนการสนทนา มือหนาคว้าข้อมือเธอด้วยสัมผัสที่มั่นคงแต่แฝงความร้อนระอุ ส่งสัญญาณว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับ ‘ปัญหา’ นี้เพียงลำพัง
ทันทีที่รสายืนประจันหน้ากับคนนอกรถ แรงกดดันในอากาศก็พุ่งสูงขึ้น รอยยิ้มเย้ยหยันของคู่แข่งทางธุรกิจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของชายวัยกลางคน “แปลนที่ส่งไปน่ะ... คุณมั่นใจแล้วเหรอว่ามันไม่มีจุดบอด รสา? หวังว่ารีสอร์ตระดับพันล้านของคุณคงไม่พังลงมาตั้งแต่วันเปิดตัวนะ”
“ขอบคุณที่เตือนค่ะ” รสาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก “แต่โปรเจกต์นี้ผ่านการรับรองจากสถาปนิกเจ้าของงานแล้ว ถ้าจะมีใครสักคนมาทักท้วงเรื่องโครงสร้าง ก็คงไม่ใช่คุณ”
“เหรอ?” อีกฝ่ายเลิกคิ้ว สายตาจับจ้องไปที่เอกสารในมือกรณ์ “ถ้าอย่างนั้น ผมก็คงไม่ต้องเสียเวลาส่งอีเมลถึงคุณมีนารา ว่าโครงสร้างรับน้ำหนักโซนสระว่ายน้ำน่ะ... มันคือหายนะที่รอวันถล่ม”
รสาชะงัก ลมหายใจขาดห้วงทันที เธอหันขวับไปมองกรณ์ที่ยืนนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แว่นกรอบบางนั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นแหละ... คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
“กลับไปซะ” กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “เรื่องแปลน ผมจัดการเอง และถ้าคุณยังไม่เลิกใช้วิธีสกปรกแบบนี้ ครั้งหน้าผมจะไม่แค่ไล่... แต่จะฟ้องให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการ”
บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง รสาจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอไว้ราวกับกำแพงเมือง เธอมั่นใจว่าโครงสร้างที่เธอทำไม่มีทางผิดพลาด แต่สายตาของกรณ์ที่เพ่งมองเอกสารในมือครู่ก่อน... มันสื่อถึงความผิดปกติบางอย่างที่เขาไม่ยอมบอก
เมื่อศัตรูถอยทัพไปแล้ว รสาก็หมุนตัวคว้าแขนเสื้อของกรณ์ไว้ทันที “บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น คุณรู้อะไรใช่ไหมเรื่องแปลนโครงสร้าง”
กรณ์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนยากจะอ่านออก เขายกมือขึ้นลูบผมเธอเบาๆ เป็นจังหวะที่อ่อนโยนจนขัดกับนิสัยปากจัดของเขา “ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล รสา”
“อย่ามาโกหก! ฉันทำงานกับคุณมานานพอจะรู้ว่าเวลาคุณมีเรื่องปิดบัง คุณมักจะทำหน้าตายแบบนี้แหละ!” รสาขึ้นเสียงอย่างลืมตัว เธอเดินไปที่รถของเขาแล้วเปิดประตูเบาะหน้าออก เห็นม้วนพิมพ์เขียววางอยู่บนเบาะ เธอคว้ามันขึ้นมาคลี่ดูทันที
สายตาของเธอเลื่อนผ่านเส้นสายโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดกึกที่มุมหนึ่ง... จุดเชื่อมต่อคานรับน้ำหนักที่มีการแก้ไขด้วยลายเส้นที่คุ้นตา มันคือลายเซ็นของกรณ์... ลายเซ็นที่ระบุว่า ‘อนุมัติให้ปรับแก้โดยไม่ต้องแจ้งผู้รับผิดชอบหลัก’
“คุณแก้แปลนฉันเหรอ?” เสียงของเธอสั่นเครือ “เพราะคุณรู้ว่าฉันทำผิดใช่ไหม? แล้วทำไมคุณต้องรับผิดชอบแทนฉันด้วยการทำแบบนี้! ถ้ามีนาราเห็นว่าคุณเปลี่ยนโครงสร้างโดยไม่บอกเธอ คุณจะถูกปลดออกจากโปรเจกต์นี้!”
กรณ์เดินเข้ามาประชิดตัว บีบไหล่เธอไว้เบาๆ เพื่อให้เธอหยุดอาการสั่น “ฉันเป็นสถาปนิก โปรเจกต์นี้คือความรับผิดชอบของฉัน ถ้าจะมีใครสักคนพังเพราะความผิดพลาดนั้น... ก็ควรเป็นฉัน ไม่ใช่เธอ”
“แต่ฉันไม่ได้ผิด!” รสาเงยหน้าสบตาเขา น้ำตาที่เธอพยายามกั้นไว้เริ่มคลอเบ้า “ฉันคำนวณมาอย่างดีแล้ว คุณต่างหากที่กำลังทำลายโปรไฟล์ตัวเองเพียงเพราะอยากปกป้องฉัน!”
“ใช่” กรณ์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนจนน่าใจหาย “ฉันปกป้องเธอ เพราะฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพังงานของเธอ... และไม่มีวันยอมให้เธอต้องเป็นคนที่เสียชื่อเสียง เพียงเพราะเรื่องแค่นี้”
คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางความเงียบงันทำเอาโลกของรสาหยุดหมุน เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ที่ในยามนี้มันไม่ได้มีเพียงความซึนเดาใจยาก แต่มันเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยที่ท่วมท้นจนแทบจะเอ่อล้นออกมา
“คุณบ้าไปแล้ว...” เธอพึมพำ
“ยอมรับว่าบ้า” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “แต่ถ้าการบ้าเพื่อปกป้องคนปากเก่งอย่างเธอต้องแลกด้วยชื่อเสียง... ฉันก็พร้อมจะทำมันตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอเดินเข้าห้องประชุมแล้ว”
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผลิบานด้วยไออุ่น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลังของกรณ์ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตหยุดลง พร้อมกับเสียงแหบพร่าของหญิงสาวที่คุ้นเคย
“สรุปว่าข่าวลือเป็นเรื่องจริงสินะคะ... คุณกรณ์กำลังแอบแก้ไขแปลนโปรเจกต์รีสอร์ตเพื่อปกป้องมัณฑนากรสาวอยู่จริงๆ ด้วย”
รสาเบิกตากว้างเมื่อเห็นมีนารายืนกอดอกมองพวกเขาด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวเจ้าของโครงการดูเย็นเยียบจนรสาเริ่มรู้สึกถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุม
กรณ์ไม่หันกลับไปมอง เขายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรสา ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำเอาหัวใจเธอหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
“ลืมเรื่องแปลนไปซะรสา... เพราะจากนี้ไป สิ่งที่น่ากลัวกว่าความผิดพลาดทางโครงสร้าง กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
เอมเมอรัลด์อายส์หวังว่าตอนที่ 8 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่จนต้องรีบกดอ่านตอนต่อไปทันทีเลยนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ•ตอนที่ 8
แบบร่างที่ถูกฉีกทิ้ง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!