เสียงปิดประตูห้องชุดหรูหราดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาผ้าฝ้ายสีครีมอย่างหมดฟอร์ม คิมหันต์ในยามนี้ไม่ได้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับที่มักจะใช้สร้างเกราะกำบังความเย่อหยิ่ง ทว่าเขากลับอยู่ในชุดลำลองเนื้อนุ่มที่ทิวายัดเยียดให้ใส่ ใบหน้าคมคายที่มักจะตึงเครียดอยู่เสมอกับตัวเลขในบัญชีและกราฟหุ้น ตอนนี้กลับเจือไปด้วยรอยยحอ่อนจางที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบ
"มองอะไรเล่าคุณประธาน หน้าผมมีรอยกาวติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องเอาๆ แบบนั้น"
เสียงหวานใสแต่แฝงความกวนประสาทดังขึ้นจากเคาน์เตอร์ครัว ทิวายืนงวุ่นอยู่กับการต้มโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปผสมไข่ลวก กลิ่นหอมกรุ่นของพริกไทยและต้นหอมซอยลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด บรรยากาศแสนอบอุ่นและเป็นกันเองนี้ช่างแตกต่างจากห้องเพนต์เฮาส์เย็นเยียบไร้ชีวิตชีวาของคิมหันต์ราวฟ้ากับเหว
คิมหันต์ปรายตาคมกริบมองแผ่นหลังบางที่กำลังงגתอยู่หน้าเตา ปากหนาเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่มักจะใช้กลบเกลื่อนความรู้สึก "เปล่า... แค่กำลังคิดว่าห้องคุณแคบเป็นรูหนู ยืนขยับตัวนิดเดียวก็ชนโน่นชนนี่แล้ว ทำไมผมต้องมาทนอยู่ในที่แบบนี้ด้วย"
"แหม ปากร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะครับคุณคิม ถ้าห้องผมมันแย่นัก ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างคุณจะถ่อสังขารแบกกระเป๋าตามผมมาซุกหัวนอนทำไมล่ะครับ เชิญกลับคฤหาสน์หลังโตของคุณไปสิครับ ไม่มีใครรั้งไว้สักหน่อย" ทิวาหันขวับมาพร้อมทัพพีในมือ ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความหมั่นไส้ แต่ดวงตากลมโตกลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มล้อเลียน
คิมหันต์แค่น "หอะ" ในลำคอ ขายาวก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างโปร่งที่กำลังถือชามโจ๊กควันฉุย ทิวาชะงักเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวโดยมีอ้อมแขนแกร่งกักตัวไว้จากสองฝั่ง ระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก จนหัวใจของนายเอกปากเก่งเริ่มเต้นผิดจังหวะ
"ผมไม่ได้อยากมา... แต่คุณทำตัวน่ารำคาญ ย้ายข้าวของมาไว้ที่นี่เพราะกลัวผมเหงาไม่ใช่หรือไง ทิวา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนคนฟังขนลุกซู่
"หลงตัวเองที่สุด! ใครเขากลัวคุณเหงากัน คุณแค่... เอ่อ... บาดเจ็บจากเหตุการณ์วันนั้นต่างหาก ผมแค่มีมนุษยธรรมพอก็เท่านั้นแหละ ถอยไปเลยนะ ร้อนจะตายอยู่แล้ว!" ทิวารีบดันอกแกร่งออกห่าง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ความซึนเดระของพระเอกหนุ่มที่มักจะมาพร้อมการกระทำคลั่งรักแบบเนียนๆ ทำเอาเขาตั้งรับไม่ค่อยทันอยู่เรื่อย
คิมหันต์ยอมผละถอยออกไปอย่างนึกสนุก มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการเขินอายที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีฮึดฮัด เขารับชามโจ๊กมาจากมือบางแล้วทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะอาหารตัวเล็ก ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟเพดาน
ทั้งสองนั่งทานมื้อค่ำกันเงียบๆ ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้น่าอึดอัด กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในใจของคนทั้งคู่ คิมหันต์แอบชำเลืองมองทิวาเป็นระยะ ยามที่อีกฝ่ายตักอาหารเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนกระรอกน้อย มันทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของประธานหนุ่มรู้สึกอิ่มเอมอย่างประหลาด ความเหนื่อยล้าจากการบริหารบริษัทมูลค่าหลายพันล้านมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกว่า... การได้พักฟื้นหัวใจในสถานที่เล็กๆ แสนธรรมดานี้ คือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต
"พรุ่งนี้บริษัทมีประชุมด่วนตอนเก้าโมงเช้า คุณต้องรีบตื่นมาเตรียมสูทให้ผมด้วยนะ" คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาขณะวางชามเปล่าลง
ทิวาตวัดค้อนขวับ "นี่! ผมไม่ใช่เลขาคุณนะคิมหันต์ อยากใส่สูทตัวไหนก็รีดเองสิครับ มือไม้ก็มี"
"แต่คุณเป็นเจ้าของห้องนี้ และผมเป็น... แขกพิเศษของคุณ" คิมหันต์จงใจเน้นเสียงคำว่าแขกพิเศษพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาทิวาแทบสำลักน้ำลาย "ในฐานะเจ้าบ้านที่ดี คุณต้องดูแลปรนนิบัติผมให้ดีเข้าใจไหม"
"หน้าไมอาย!" ทิวาแยกเขี้ยวใส่ ยื่นมือไปหมายจะแย่งชามเปล่ามาล้าง แต่คิมหันต์กลับคว้าข้อมือบางเอาไว้ รั้งตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากชนกัน ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่เต็มไปด้วยประกายความรู้สึกลึกซึ้ง ไดอะล็อกและการหยอกล้อเมื่อครู่พลันเลือนหาย บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล
นิ้วเรียวแกร่งของคิมหันต์เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของทิวาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นทำให้หัวใจของทิวากระหน่ำเต้นราวกับกลองเพล ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน
"ขอบคุณนะ... ทวา" เสียงทุ้มแผ่วเบาเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง ไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น "ที่ทำให้ผมรู้ว่า... บ้านไม่ได้หมายถึงคฤหาสน์หลังใหญ่โต แต่มันคือ... ที่ที่มีคุณอยู่ตรงนี้ต่างหาก"
ทิวานิ่งงัน สมองขาวโพลน คำพูดร้ายกาจที่เตรียมไว้โต้เถียงหายเกลี้ยง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู หัวใจดวงน้อยพองโตจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในช่องท้องจนเผลอกลั้นหายใจ
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เหลืออยู่ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณคิมหันต์ครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ ประธานครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่บริษัทแล้วครับ!"
เสียงตะโกนร้อนรนของเลขาคนสนิทที่ดังทะลุประตูห้องเข้ามา ทำลายบรรยากาศสีชมพูหวานฉ่ำจนกระเจิง คิมหันต์สบถคำหยาบออกมาเบาๆ ด้วยความหัวเสียอย่างที่สุด ขณะที่ทิวารีบผลักอกแกร่งออกทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจ
คิมหันต์กัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนหน้าแดงอยู่ตรงหน้า แล้วประโยคพลิกผันก็หลุดออกจากปากประธานหนุ่มในจังหวะที่หัวใจคนอ่านแขวนอยู่บนเส้นด้าย—
"อย่าเพิ่งไปไหน... คืนนี้ เรายังเคลียร์กันไม่จบ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพักฟื้นหัวใจด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฟเยอร์บลัด
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 31
พักฟื้นหัวใจ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!