"ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมกินยา ผมจะถือว่าดีลของเราเป็นโมฆะ... แล้วเตรียมตัวโดนปรับข้อหาทำให้ผมหงุดหงิดจนเสียงานเสียการได้เลยครับคุณทิวา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู ทิวายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานกระจกใส ดวงตากลมโตมองร่างสูงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ที่ตอนนี้กำลังทำหน้ายุ่งเหยิงราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ถูกขัดใจ ทั้งที่อายุอานามและตำแหน่งหน้าที่การงานไปไกลโขแล้ว
คิมหันต์ หรือที่ใครๆ ต่างพากันขนานนามว่า 'ท่านประธานผู้ไร้พ่าย' ในยามปกติเขาจะดูสุขุม เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง แต่ในยามที่พิษไข้เล่นงานและมีเรื่องให้ขัดเคืองใจ เจ้าตัวกลับแปลงร่างเป็น 'หมาโบ้' จอมดื้อรั้นที่เอาแต่ส่งสายตาตัดพ้อมาให้เขาแบบไม่พัก
"ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะคุณคิม จะได้มาบังคับป้อนยาเหมือนในละครหลังข่าว... อีกอย่าง งานบนโต๊ะกองเป็นภูเขาเลากา คุณไม่ไปเคลียร์ แต่มานั่งทำหน้ายักษ์ใส่ผมเนี่ยนะ ใครกันแน่ที่ควรโดนหักเงินเดือน" ทิวาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่เล็กน้อยเพื่อลดบรรยากาศตึงเครียด แม้ว่าในใจจะแอบลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้มีร่องรอยความอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดด้วยความเป็นห่วง
คิมหันต์แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตาคมกริบตวัดมองคนตัวเล็กที่ยืนลอยชายอยู่ตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจใช้ไม้ตายที่ทำเอาทิวาต้องยอมจำนนทุกครั้ง
ร่างสูงโถมน้ำหนักลงบนโซฟาตัวนุ่ม ทิ้งศีรษะพิงพนักเบาะหลับตาลงช้าๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่จงใจออดอ้อน "ผมเจ็บแผล... แล้วก็นเวียนหัวจนจะล้มพับอยู่แล้ว วาใจร้ายจัง ปล่อยให้คนป่วยต้องมานั่งคอแห้งตายอยู่ตรงนี้ได้ลงคอ"
"นี่คุณ! อย่ามาเล่นละครตบตานะครับ แผลที่แขนคุณแค่นิดเดียว หมอก็เย็บให้เรียบร้อยแถมฉีดยาฆ่าเชื้อแล้วด้วยซ้ำ!" ทิวารีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความลนลาน แม้ปากจะบ่นอุบอายแต่ขาก수ก็ก้าวฉับๆ ไปหยิบแก้วน้ำอุ่นและเม็ดยาบนโต๊ะมายื่นให้อย่างจำยอม
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักของคนนอนป่วยแวบหนึ่ง ก่อนที่คิมหันต์จะลืมตาขึ้นแล้วเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการคนเดิม ทว่าครั้งนี้... ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับไปด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนไม่มิด
"ผมไม่ได้เล่นละคร... เจ็บจริงๆ เจ็บตรงนี้" มือหนาคว้าข้อมือเรียวของทิวามากดทาบลงบนอกซ้ายของตัวเอง ตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นระรัวหนักหน่วงจนฝ่ามือบางสัมผัสได้ถึงจังหวะความร้อนรุ่ม "ถ้าไม่มีคุณมาคอยเป่าเพี้ยงให้... สงสัยคืนนี้ผมคงนอนไม่หลับแน่ๆ"
ทิวารู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านผ่านปลายนิ้ว ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบดึงมือกลับแต่ถูกอีกฝ่ายรั้งไว้แน่นกว่าเดิม
"คุณคิม! ปล่อยเลยนะ มือไม้เริ่มไม่อยู่สุขแล้วใช่ไหม เดี๋ยวปัดด้วยแฟ้มเอกสารนี่เลยนี่!"
"ลองดูสิครับ ถ้าคุณกล้าตีผม... ผมจะถือสิทธิ์รวบตัวคุณมานอนกอดทั้งคืนข้อหาทำร้ายร่างกายประธานบริษัท" คิมหันต์ไม่พูดเปล่า แต่กลับดึงข้อมือจนทิวาเสียหลักเซถลาลงไปนั่งแปะบนตักแกร่งของเขาพอดีอย่างเหมาะเจาะ
"เฮ้ย!"
ทิวาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบใช้สองมือยันแผงอกกว้างเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง ใบหน้าแนบชิดกันจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนทิวายิ่งทำตัวไม่ถูก หัวใจในอกเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ยิ่งกว่าตอนที่ต้องไปพรีเซนต์งานโปรเจกต์ร้อยล้านต่อหน้าบอร์ดบริหารเสียอีก
"ปล่อยผมนะคุณ! ใครอนุญาตให้นั่งท่านี้เล่า ลุกขึ้นไปเลย!"
"ไม่อลุครับ... นั่งตรงนี้ดีออก อุ่นดี" คิมหันต์ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่บางอย่างถือวิสาสะ สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวของคนในอ้อมแขน ลุคประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กหนุ่มตัวโตเอาแต่ใจที่กำลังออดอ้อนคนรักอย่างสุดชีวิต "วา... ป้อนยาผมหน่อยสิ มือผมเจ็บ หยิบไม่ไหว"
"เมื่อกี้ยังเห็นบอกว่าหยิบเอกสารได้สบายๆ อยู่เลยไม่ใช่หรือไงครับ ประธานหน้าเลือด!"
"อันนั้นมันเรื่องงาน แต่นี่มันเรื่องหัวใจ... นะครับคุณทิวา คนสวยของผม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจทอดเสียงอ้อนวอนพร้อมกับสรรพนามชวนเขินอายที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง ทำเอาทิวารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู สมองขาวโพลนคิดคำเถียงไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว คนอะไร... หน้าด้านหน้าทนเป็นที่สุด แต่ทำไมเวลาอ้อนถึงได้มีดาเมจทำลายล้างรุนแรงขนาดนี้กันนะ!
ทิวากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดเขิน ก่อนจะจำใจหยิบเม็ดยาเข้าปากตัวเอง แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ช้อนสายตารออยู่ก่อนแล้วอย่างจำยอม สัมผัสอุ่นละมุนที่ริมฝีปากและรสชาติขมปร่าของยาถูกส่งผ่านความนุ่มนวลที่ทั้งสองฝ่ายต่างจดจำไม่รู้ลืม คิมหันต์โอบเอวบางไว้แน่นเพื่อประคองไม่ให้คนตัวเล็กหนีไปไหน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่มากกว่าการป้อนยาธรรมดา จนทิวาต้องทุบอกแกร่งเบาๆ เป็นเชิงประท้วงเพราะเริ่มหายใจไม่ทัน
ร่างสูงผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกريบพราวระยับด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ทำให้ทิวาอยากจะหยิกแขนเขาสักทีให้หายหมั่นไส้
"ยาของคุณคิม... รสชาติดียังไงเนี่ย..." ทิวากระซิบเสียงเบาหวิว พยายามหลบสายตากรุ้มกริบที่มองมา
"ถ้าติดใจ... คืนนี้มานั่งป้อนให้อีกรอบไหมล่ะครับ"
"ฝันไปเถอะ!" ทิวาเตรียมจะลุกหนีออกจากตัก แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูบานหรูสีเข้มก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้านในด้วยสีหน้าร้อนรน
"คิมหันต์! แย่แล้ว... ทางฝั่งตระกูลศัตรูรู้เรื่องที่เรากำลังจะเซ็นดีลลับกับ..."
เสียงของบุคคลมาใหม่หยุดชะงักกะทันหัน เมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองเห็นภาพบนโซฟา—ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับเด็กหนุ่มหน้าหวานบนตักอย่างแนบชิด
คิมหันต์ตวัดสายตาขุ่นเคืองมองผู้บุกรุกทันที บรรยากาศอบอุ่นฟรุ้งฟริ้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกในพริบตา ทว่าทิวากลับหน้าถอดสีเมื่อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญชัดๆ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพักฟื้นหัวใจด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฟเยอร์บลัด
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 32
คุณแมวกับเจ้าหมาซึน
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!