"ถ้าคุณยังกล้าล้ำเส้นข้อที่สามอีกแม้แต่ก้าวเดียว สัญญาฉบับนี้จะถูกฉีกทิ้ง และคุณ... จะไม่มีแม้แต่ป้ายรถเมล์ให้นอนซุกหัวนอน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย็นชาของคิมหันต์ดังขึ้น ท่าىกลางความเงียบงัดของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราระดับท็อปฟลอร์ ปลายนิ้วเรียวยาวของประธานหนุ่มไฟแรงกำลังเคาะโต๊ะทำงานกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา
ทิวายืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน รอยยิ้มมุมปากของนักศึกษาปีสี่ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสายตาดุคมที่กำลังจ้องเขม็งมาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของแมวป่าที่กำลังท้าทายพยัคฆ์หนุ่ม
"ข้อสาม... ห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัว ห้ามถามเรื่องอดีต และห้ามล้ำเข้ามาในอาณาเขตห้องนอนส่วนตัวของท่านประธาน" ทิวาทวนคำด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความดื้อรั้น "จำขึ้นใจครับท่านคิม แต่ก็นั่นแหละ... กฎมีไว้แหกไม่ใช่หรือไงครับ?"
"ทิวา!"
คิมหันต์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดตัวรวดเร็วจนน่าตกใจ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้ทิวาถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับกระจกเย็นเฉียบเสียแล้ว ไอร้อนจากกายแกร่งที่แผ่ซ่านเข้ามาปะทะทำเอาลมหายใจของร่างโปร่งสะดุดไปชั่วขณะ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาต้องมาปะทะกันด้วยวาจา แต่การได้ยืนใกล้กันในระยะประชิดแบบนี้ ทำให้ทิวารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่า 'ปากร้ายที่สุดในสามโลก'
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผม คุณเข้ามาอยู่ในฐานะอะไร คงไม่ต้องให้ผมเตือนความจำซ้ำสอง" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด ระยะห่างระหว่างจมูกแทบจะแนบชิด ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากสีพีชที่กำลังขยับเถียงเขาเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอย่างประหลาด ปากร้ายๆ ของเขาอยากจะเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนให้เจ็บแสบกว่านี้ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวอีกฝ่ายลอยเข้าจมูก
"ผมก็ไม่ได้อยากเข้ามานักหรอกครับ ถ้าเลือกได้ ผมคงไปนอนตีพุงอยู่หอพักสบายๆ ไปแล้ว ไม่มาทนฟังคนหน้าบึ้งบ่นกระปอดกระแปดอยู่แบบนี้หรอก" ทิวาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีหลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินก็ตามที
คิมหันต์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยอย่างอันตราย "ปากเก่งดีนี่... หวังว่าพรุ่งนี้เช้าตื่นมา คุณจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้นะ"
ร่างสูงผละถอยออกไปอย่างเสียดาย ทิ้งให้ทิวายืนหายใจ h 및 หอบถี่อยู่ลำพัง ประธานหนุ่มสะบัดหน้าเดินหนีเข้าห้องทำงานส่วน and ทางด้านใน พร้อมกับเสียงกระแทกประตูปิดดังสนั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยรอบที่ล้าน
ทิวายกมือขึ้นลูบอกตัวเองที่กำลังเต้นเร่าๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความโกรธ (และอะไรบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ) ล้วนๆ
"ให้ตายสิ ประธานบ้าอะไรเอาแต่ใจเป็นเด็กๆ" ทิวาพึมพำกับตัวเอง เดินกระทืบเท้าเบาๆ ไปยังโซฟาตัวนุ่มที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เป็นที่นอนชั่วคราวสำหรับคืนนี้
ผ่านไปร่วมชั่วโมง ความเงียบสงบเข้าปกคลุมเพนต์เฮาส์หลังใหญ่ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว ทิวาที่พลิกตัวไปมาหลายรอบเพราะความแปลกที่นอน ตัดสินใจลุกขึ้นเดินย่องเบาไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อหาอะไรรองท้อง ความหิวมันไม่เข้าใครออกใคร และตู้เย็นของท่านประธานเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ก็มีแต่ของน่ากินทั้งนั้น
ก๊อกน้ำ... เสียงน้ำหยดเบาๆ จากห้องครัวด้านในดึงดูดความสนใจของทิวา ร่างบางก้าวเดินด้วยปลายนิ้วเท้าเปลือยเปล่า แอบชะโงกหน้ามองผ่านช่องประตูกระจกฝ้าที่เปิดแง้มไว้
ภาพที่เห็นทำเอาทิวาต้องขยี้ตา
คิมหันต์ในยามที่ปลดกระดุมเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักจางๆ ตรงไหปลาร้า กำลังยืนถือแก้วน้ำเปล่าดื่มด้วยท่าทางเหนื่อยล้า แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟเคาน์เตอร์ขับให้ผิวเนื้อของเขานวลเนียนและดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ... ผิดกับลุคประธานหนุ่มจอมเนี๊ยบตอนกลางวันลิบลับ
และที่สำคัญ... บนโต๊ะบาร์นั้น มีเอกสารลับกองโตที่ประธานหนุ่มคงแบกกลับมาเคลียร์ต่อ พร้อมกับซองยาแก้ปวดหัวที่วางอยู่ข้างกัน
ความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่า 'ความเห็นใจ' แวบเข้ามาในหัวสมองของทิวาชั่วขณะ ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะแบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่าคนเดียวจริงๆ
"แอบดูผมพอใจหรือยัง?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยที่เจ้าตัวยังหันหลังให้ ทิวา สะดุ้งโหยง หัวใจกระตุกวาบ คิดจะถอยหนีแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เมื่อคิมหันต์หันกลับมาพร้อมกับสายตาคมกริบที่อ่านไม่ออก
"ใครแอบดู... ผมแค่หิว จะมาหาอะไรกินต่างหาก" ทิวาแก้ตัวเสียงแข็ง รีบสาวเท้าถอยหลัง แต่ดันสะดุดเข้ากับพรมปูพื้นจนเสียหลัก
ร่างโปร่งหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บจากการล้มกระแทกพื้น แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นวาบที่เอวบางกลับดึงรั้งเขาไว้เสียก่อน วงแขนแข็งแกร่งของคิมหันต์เกี่ยวเอวเขาเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณทำให้มือของทิวาต้องคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายเพื่อพยุงตัว
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกัน ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่ายดังแข่งกับจังหวะของตัวเอง ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ทว่าเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
คิมหันต์ก้มมองคนในอ้อมแขน ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ตอนนี้กลับฉายแววความไหววุ่นบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
"ไหนบอกว่าจำกฎสามข้อได้..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหือก่อนที่ลมหายใจอุ่นจะปัดป่านแก้มใส "ข้อสามห้ามล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัว... แต่ดูตอนนี้สิครับ คุณกำลังนั่งตักผมอยู่ ทิวา"
ทิวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้แค่เกือบหกล้มธรรมดา แต่เขากำลังทิ้งน้ำหนักตัวลงบนตักแกร่งของประธานหนุ่มปากร้ายในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจแทบจะรวมเป็นสายเดียวกัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความกวนประสาทของเจ้าหมาโบ้กับแมวพยศในตอนนี้นะครับ
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 2
กฎเหล็กสามข้อ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!