"เซ็นซะ ถ้านายยังอยากให้ร้านกาแฟของแม่นายเปิดต่อได้ในวันพรุ่งนี้"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหยันแฝงความเฉียบขาดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดข้อของห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสเกיילสูงสุดของตึกระฟ้า ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตามากกว่าเอกสารสัญญาสีขาวบนโต๊ะกระจกใส คือท่าทีของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะนั้น—คิมหันต์ ประธานหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตคนครึ่งค่อนเมืองกำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตากับคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องเหยื่อในกรงเล็บ
ทิวากลืนก้อนความคับแค้นลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่กำแฟ้มเอกสารสั่นระริกด้วยความโกรธ ปลายเล็บจิกเข้ากับกระดาษจนยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นตอนนี้แดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ เขายืนหยัดสู้ชีวิตมาตลอดสี่ปีในเมืองหลวงแห่งนี้ ทำงานพาร์ทไทม์จนแทบไม่ได้นอนเพื่อส่งตัวเองเรียนและช่วยแม่ปลดหนี้ก้อนโต แต่สุดท้าย โชคชะตากลับตลบหลังด้วยการเหวี่ยงเขามาอยู่ตรงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
"คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง คิมหันต์!" ทิวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดื้อรั้นตวัดสบตานิ่ง "เรื่องหนี้ของครอบครัวผม ผมหาทางเคลียร์เองได้ ทำไมต้องใช้ 'วิธีทุเรศๆ' แบบนี้ด้วย!"
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะที่ชวนให้อยากซัดหน้าสักหมัดให้หายหมั่นไส้ ประธานหนุ่มขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนอากาศในห้องแทบเจือจาง
"วิธีทุเรศเหรอ?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอทุ้มต่ำแต่น่าขนลุก "เด็กปีสี่ที่ใกล้จะเรียนจบแต่ไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเทอม เทอมนี้แถมแม่นายยังเอาโฉนดที่ดินไปจำนองนอกระบบจนดอกเบี้ยบานเป็นดอกเห็ด... นายคิดว่า 'ทางเลือก' ของตัวเองมันเหลือสักกี่ทางกันเชียว ทิวา"
คำพูดนั้นจี้ใจดำจนทิวาชาไปทั้งตัว ความจริงอันโหดร้ายถูกสาดใส่หน้าแบบไม่ไว้หน้า ศักดิ์ศรีที่พยายามรักษาไว้แทบไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจนมันน่ารังเกียจถึงเพียงนี้
"ผมไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยยุ่งเรื่องของผม" ทิวายังคงดื้อดึง เชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่น "ต่อให้ผมต้องยอมอดตาย ขายวิญญาณให้ซาตาน ผมก็ไม่ทางเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่แน่!"
"ซาตานอย่างฉันไม่ได้ใจดีขนาดจะรอให้นายมาขายวิญญาณฟรีๆ หรอกนะ" คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางที่ยืนขวางโต๊ะทำงานอยู่ รัศมีความกดดันบีบให้ทิวาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนุ่มชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจก
"ถอยไปนะ..." ทิวาผวาเล็กน้อยเมื่อร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กลิ่นกายสะอาดผสมความเย็นชาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่รักดี
คิมหันต์ไม่ยอมถอย เขาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มใส สบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกปนความโกรธขึง ปากร้ายๆ ขยับเอื้อIนคำพูดที่ทำเอาทิวาอยากจะกรี๊ดใส่หน้า
"สัญญานี้ไม่ได้บังคับให้นายมาเป็นทาส แต่บังคับให้นายมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับฉัน... เป็น 'คู่หมั้นจำเป็น' เพื่อตบตากลุ่มทุนคู่แข่งของฉัน แลกกับการที่ฉันจะกวาดหนี้ทั้งหมดของบ้านนายให้จบในวันเดียว" คิมหันต์หยุดเว้นจังหวะ สายตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัดด้วยความโมโห "คิดดูให้ดี ทิวา... ระหว่างก้มหัวให้ฉัน กับปล่อยให้แม่นายหมดเนื้อประดาตัว... นายจะเลือกอะไร"
ทิวากำมือแน่นจนเจ็บ เล็บจิกฝ่ามือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เขาเกลียดรอยยิ้มหยิ่งผยองนั่น เกลียดท่าทีเหนือกว่าของอีกฝ่าย เกลียดแม้กระทั่งหัวใจตัวเองที่ดันเต้นผิดจังหวะให้กับความใกล้ชิดอันตรายนี้
แต่ทว่า... ภาพรอยยิ้มเหนื่อยล้าของแม่ในโทรศัพท์เมื่อคืนลอยเข้ามาในหัว มันคือหมัดน็อคที่ทำให้กำแพงทิฐิพังทลายลงในพริบตา
ทิวากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธขึงฉายชัดในดวงตาคู่สวย ก่อนที่เขาจะคว้าปากกาบนโต๊ะขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
"คุณมันคนเผด็จการ... ใจร้ายที่สุด" ทิวากระซิบเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาใสไหลร่วงลงมาอาบแก้มแต่วินาทีนั้นเขากลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "จำไว้เลยนะคิมหันต์... ถ้าผมต้องตกนรก ผมจะลากคุณลงไปจมดิ่งกับผมด้วยแน่!"
พูดจบ ทิวาก็หวาดระแวงจดปลายปากกาลงบนกระดาษเอกสาร เสียงตวัดลายเซ็นหนักหน่วงแสดงถึงความคับแค้นใจเต็มเปี่ยม ก่อนจะโยนแฟ้มกระดาษใส่แผงอกกว้างอย่างแรง
คิมหันต์รับแฟ้มนั้นไว้ด้วยมือเดียว มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มพึงพอใจอย่างผู้ชนะ ดวงตาคมกริบกวาดมองลายเซ็นสวยงามก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มร้ายกาจฉายชัดในแววตาของคนคลั่งเกม
"ยินดีต้อนรับสู่นรกของฉัน... คู่หมั้นตัวน้อย"
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาริมใบหู เมื่อคิมหันต์จงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นปัดปảngข้างแก้ม ทิวาผะงกตัวจะถอยหนีแต่ถูกมือหนาคว้าข้อมือบางเอาไว้ รั้งร่างเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้ขยับเขยื้อน
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นระส่ำอยู่ในระยะประชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเดือดพล่านด้วยแรงอารมณ์และเคมีอันตรายที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิด...
ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"คุณคิมครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางหุ้นส่วนใหญ่ฝ่ายญี่ปุ่นเพิ่งโทรมาแจ้งว่า..."
ร่างสูงของเลขาหนุ่มพุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่คำพูดทั้งหมดต้องกลืนหายไปในลำคอ เมื่อดวงตาคมกวาดมาเห็นภาพท่านประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชา กำลังโอบกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับเด็กหนุ่มหน้าหวานบนโต๊ะทำงาน ในสภาพที่ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ!
คิมหันต์ตวัดสายตาดุดันกลับไปมองลูกน้องด้วยความหงุดหงิดสุดขีด รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนเลขาหนุ่มหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงตรงนั้น
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 1
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!