ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 28

วินาทีชีวิต

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงกระจกนิรภัยแตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเศษคมใสที่ร่วงกราวลงมากราวกับหิมะมรณะ ในวินาทีที่เงาดำทะมัดทะแมงพุ่งทะยานผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในห้องเก็บเสียงทึบแสงของโกดังร้างแห่งนั้น ทิวากำลังหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการถูกคุกคาม แต่สิ่งที่ปะทะเข้ากับโสตประสาทกลับไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของพวกอันธพาล หากแต่เป็นเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูคุ้นจมูกที่ลอยปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ "ไอ้... ไอ้บ้าคิม!" ทิวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างสูงโปรดของประธานหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ ยามนี้กลับมีสภาพไม่ต่างจากสุภาพบุรุษผู้หลุดมาจากสมรภูมิรบ เสื้อสูทราคาแพงยับยู่ยี่ เนคไทหลุดลุ่ย ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวาบจนแทบหยุดเต้น คือรอยแผลยาวถากผ่านผิวเนื้อตรงหัวไหล่ด้านซ้ายที่มีเลือดสีสดซึมไหลออกมาอาบเนื้อผ้าสีอ่อนจนน่ากลัว "คิดว่าเท่มากหรือไง ถึงได้กล้าบุกเข้ามาคนเดียวแบบนี้!" ประธานหนุ่มปากร้ายกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะพ่นคำดุออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มประดา แต่แววตาคู่นั้นกลับฉายชัดถึงความโล่งอกจนแทบจะกลืนกินคำพูดตัวเอง "แล้วคุณเข้ามาทำไมเล่า! ใครใช้ให้คุณมาเสี่ยงอันตรายกัน!" ทิวาสวนกลับทันควัน เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจปนความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกจนจุกแน่น "หุบปากไปเลยทิวา! ถ้าฉันไม่มา นายคงจะกลายเป็นผีเฝ้าโกดังเก่าๆ นี่ไปแล้วมั้ง!" คิมหันต์ตวาดกลับเสียงเข้ม นัยน์ตาดุดันตวัดมองไอ้พวกอันธพาลสามคนที่กำลังตั้งหลักได้และล้อมวงเข้ามา บรรยากาศในห้องอับทึบตึงเครียดขึ้นในพริบตา ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบสะท้อนของคนทั้งคู่ คิมหันต์ขยับตัวเข้ามาบังร่างโปร่งของนายเอกไว้มิดชิด แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะเริ่มสร้างความเจ็บปวดจนทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่น แต่แผ่นหลังกว้างที่แผ่รังสีปกป้องนั้นกลับอบอุ่นและมั่นคงเสียจนทิวารู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ "เห้ย! ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่รักความยุติธรรมเหรอวะเนี่ย นึกว่าจะรักตัวกลัวตายซะอีก" หัวหน้าแก๊งอันธพาลแค่นหัวเราะในลำคอ พร้อมกับควงท่อนเหล็กในมือเดินเข้ามาใกล้ด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม "ในเมื่อเสนอหน้ามาถึงที่นี่แล้ว ก็อย่าหวังจะได้ออกไปครบสามสิบสองเลย!" สิ้นเสียงคำราม ร่างกำยำก็พุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ คิมหันต์ไม่รอช้า เขาผลักร่างของทิวาไปด้านหลังสุดแรง พร้อมกับพุ่งเข้าปะทะกับคนร้ายคนแรกอย่างไม่เกรงกลัว แม้จะเป็นนักธุรกิจโต๊ะทำงานที่ไม่ได้มีทักษะการต่อสู้แบบนักเลงอาชีพ แต่ด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง และพละกำลังที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้ประธานหนุ่มซัดหมัดเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ทว่า ด้วยความที่บาดแผลที่หัวไหล่ทำให้จังหวะการเคลื่อนไหวสะดุดลงชั่วเสี้ยววินาที คนร้ายคนที่สองจึงอาศัยจังหวะทีเผลอเงื้อมือถือท่อนไม้ฟาดเข้าที่แผ่นหลังของคิมหันต์เต็มแรง! "ระวัง!" ทิวาร้องลั่นด้วยความตกใจ สัญชาตญาณความกลัวหายวับไปกับตา ร่างบางพุ่งเข้าไปคว้าแจกันเซรามิกเก่าๆ บนโต๊ะข้างทางแล้วฟาดเข้าที่ศีรษะของคนร้ายคนนั้นอย่างเต็มแรงจนมันล้มพับไปกองกับพื้นในทันที หูอื้ออึงด้วยเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม ทิวารีบคว้าแขนของคิมหันต์ที่กำลังเซถอยหลังเพราะพิษบาดแผล "เจ็บตรงไหนหรือเปล่า... ไอ้วายร้ายปากเสีย!" ทิวาถามเสียงสั่น หยาดน้ำตาคลอหน่วยเบ้าแต่เจ้าตัวพยายามกะพริบไล่ความอ่อนแอออกไปอย่างสุดชีวิต คิมหันต์หันกลับมามองคนตรงหน้า แววตาที่เคยดุดันและแข็งกร้าว ยามนี้กลับอ่อนแสงลงจนแทบละลาย เขายกมือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บขึ้นเกลี่ยแก้มนุ่มของทิวาแผ่วเบา นิ้วเรียวปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกให้อย่างทะนุถนอม ราวกับลืมไปเสียสนิทว่าพวกมันกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงกระสุนและศัตรู "ปากเก่งนักนะ... นายเนี่ย" คิมหันต์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากทั้งที่เลือดซิ่งตรงขอบตาและหัวไหล่ "บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าดื้อ... ทีหลังถ้าฉันสั่งอะไร หัดฟังซะบ้าง" "นี่ไม่ใช่เวลามาบ่นนะ!" ทิวาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวจากอันธพาลตรงหน้า แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก ที่ทำให้เขาสติหลุดไปไกล "ก็เพราะเป็นห่วง ถึงได้ต้องบ่น..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแผ่วเบarชิดริมหู ในจังหวะที่คิมหันต์กำลังจะโน้มใบหน้าลงมาปิดช่องว่างระหว่างกัน ท่ามกลางสถานการณ์ความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของประตูทางออกที่ถูกเปิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง "โอ้โห... ภาพยนตร์รักโรแมนติกกลางดงกระสุน น่าประทับใจเสียจริงครับท่านประธาน" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทเนียบของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าคมคาย ทิวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน ส่วนคิมหันต์กลับหรี่ตาลงอย่างอันตราย ร่างสูงก้าวขยับมาบังทิวาไว้มิดชิดทันที พร้อมกับที่ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขาจากมือของลูกน้องที่ยืนประกบข้างบุคคลปริศนานั้น! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%