ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 27

คลั่งรักจนสติหลุด

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
หน้าจอมอนิเตอร์ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัทถูกกำปั้นหนาซัดเข้าอย่างจังจนรอยร้าวเป็นใยแมงมุมกระจายตัวออกรอบจุดกระแทก เศษกระจกชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงบนพื้นพรม แต่เสียงนั้นเทียบไม่ได้เลยกับเสียงหัวใจของคิมหันต์ที่กำลังเต้นระส่ำจนแทบหลุดออกมาจากอก "หาไม่เจอเหรอ... พวกแกพูดใหม่อีกทีซิว่าหาไม่เจอหมายความว่ายังไง!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็นเสมอ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นระริกด้วยโทสะผสมความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามกดทับเอาไว้จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン มือหนากำโทรศัพท์มือถือแน่นเสียจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันและเย่อหยิ่ง ตอนนี้กลับแดงก่ำราวกับคนสติหลุด ปลายสายคือบอดี้การ์ดมือหนึ่งที่ถูกส่งตัวไปเช็คที่คอนโดมิเนียมของทิวา แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบและรายงานที่ทำให้โลกทั้งใบของคิมหันต์พังทลายลงมาในพริบตา *“ห้องว่างเปล่าครับท่านประธาน... ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า รวมถึงกระเป๋าเดินทางหายไปหมด คีย์การ์ดถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะรับแขก และ... และไม่มีการเคลื่อน ให้ออกนอกพื้นที่ผ่านกล้องวงจรปิดของตึกเลยครับ เหมือนกับว่าคุณทิวา... หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”* ตึ้ง! สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดร่วงหล่นกระแทกพื้นห้องทำงานจนหน้าจอดับสนิท คิมหันต์ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ภาพใบหน้าหวานที่มักจะเชิดขึ้นเถียงเขาฉอดๆ รอยยิ้มหยันที่กวนประสาท และแววตาซุกซนที่ชอบท้าทายอำนาจมืดของเขา วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวสมองราวกับแผ่นเสียงตกร่อง *หนีเหรอ... ทิวากล้าดียังไงถึงกล้าหนีเขาไปอีก!* ทั้งที่เพิ่งจะตกลงสัญญากันไว้... ทั้งที่เขาเพิ่งจะแสดงความรู้สึกบ้าๆ ออกไปให้เจ้าตัวได้เห็น แม้จะห่อหุ้มด้วยวาจาร้ายกาจตามนิสัย แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กดื้อคนนั้นจะเลือกวิธีนี้ในการตัดปัญหา "ร... หรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับวะ..." เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังจนมือไม้สั่นเทา ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีของประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมถูกขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ในวินาทีนี้ คิมหันต์เพิ่งตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า โลกที่ไม่มีทิวานั้น... มันว่างเปล่าและน่ากลัวเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการไหว "โธ่เว้ย!" คิมหันต์คำรามลั่นห้องพร้อมกับกวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เขาสืบเท้าก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานด้วยท่าทีที่ร้อนรนจนเลขานุการหน้าห้องถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตกใจ เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายผู้สุขุมนุ่มลึกคนนี้มีสภาพสติแตกและน่ากลัวเท่านี้มาก่อน "ท่านประธานครับ จะให้ผมประสานงานกับ..." "ไม่ต้อง!" คิมหันต์ตัดบทเสียงกร้าว นัยน์ตาดุดันกราดมองลูกน้องทุกคนด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างเป็นจุล "ระดมคนทั้งหมดที่มีพลิกแผ่นดินหาก็ได้! เช็คตั๋วเครื่องบินทุกสายการบิน ท่าเรือ ทางหลวงทุกเส้นทาง หรือแม้แต่รูหนูที่ไหนก็ตาม ถ้าภายในสองชั่วโมงนี้ฉันยังไม่เจอตัวทิวา... พวกแกเตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสมหัวออกไปจากที่นี่ได้ทั้งหมด!" คำสั่งเด็ดขาดราวกับประกาศิตทำให้ทุกคนในชั้นผู้บริหารขนลุกซู่ คิมหันต์ไม่รอให้ใครทักท้วงต่อ เขาก้าวสาวเท้ายาวๆ เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว มือหนายังคงกดโทรศัพท์ต่อสายหาคนใหญ่คนโตเพื่อใช้อิทธิพลทั้งหมดที่มีในการสั่งปิดกั้นการเดินทางออกนอกประเทศของชื่อ 'ทิวา' ทันที หัวใจของประธานหนุ่มบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกลัวฝัง and ความหวาดวิตกที่กัดกินขั้วหัวใจ เขาไม่สนแล้วว่าทิวาจะโกรธเขาเรื่องอะไร เขาไม่สนแล้วว่าสัญญาบ้าบออะไรนั่นจะยังอยู่ไหม ขอแค่เพียงให้เด็กดื้อคนนั้นกลับมา... กลับมาอยู่ให้เขาบ่น ให้เขาด่า และให้เขาได้กอดไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งก็พอ รถยนต์หรูคันงามพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถบริษัทด้วยความเร็วสูงราวกับพายุฝน คิมหันต์เหยียบคันเร่งมิดไมล์โดยไม่ห่วงชีวิตตัวเอง สายตาคมกริบกวาดมองสองข้างทางที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน * 'นายมันก็แค่คนเผด็จการที่เอาแต่ใจตัวเอง คิมหันต์!' * คำพูดตัดพ้อของทิวาดังก้องขึ้นมาในโสตประสาท ยิ่งคิด หัวใจก็ยิ่งเหมือนถูกบีบด้วยคีมเหล็ก คิมหันต์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย แม้แอร์ในรถจะเปิดจนเย็นเฉียบ แต่แผ่นหลังกลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ความรู้สึกไร้หนทางแบบนี้... เขาไม่เคยสัมผัสมันมานานเท่าไหร่แล้วนะ ตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไปในอดีต ทิวาคือคนแรกที่ก้าวเข้ามาพังทลายกำแพงเหล็กในใจเขา แล้วตอนนี้... เจ้าตัวแสบกำลังจะหายลับไปจากชีวิตเขาจริงๆ งั้นเหรอ? "อย่าหวังเลย... ทิวา" คิมหันต์พึมพำกับความว่างเปล่า นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น "นายเป็นของฉัน... ต่อให้พลิกแผ่นดินนี้ หรือต้องขุดดินลึกสามศอก ฉันก็จะลากคอositนายกลับมาให้ได้!" รถหรูเลี้ยวโค้งเข้าสู่เขตชานเมืองมุ่งหน้าไปยังบ้านพักตากอากาศริมทะเล ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทิวาเคยเอ่ยปากบ่อยๆ ว่าชอบนักหนา คิมหันต์ภาวนาในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอให้เด็กนั่นอยู่ที่นั่น... ขอให้อย่าเพิ่งหนีเขาไปไกลกว่านี้เลย แต่ทว่า... เมื่อไปถึงบ้านพักริมทะเลที่มืดสนิท ไร้ซึ่งแสงไฟและร่องรอยของผู้คน คิมหันต์ก็แทบจะเข่าทรุดลงตรงหน้าประตูรั้ว ความหวังริบหรี่ที่ประคับประคองมาตลอดทางดับวูบลงในพริบตา ความเงียบงันของเกลียวคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่ง ราวกับเยาะเย้ยความพ่ายแพ้ของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร ในจังหวะที่คิมหันต์กำลังจะหันหลังกลับด้วยความสิ้นหวัง สายตาคมก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กสีเหลืองอ่อนที่ถูกแปะไว้ที่กระจกรถของเขาเอง ข้อความลายมือหวัดๆ ที่คุ้นตาเขียนไว้สั้นๆ แต่ทำเอาลมหายใจของเขาแทบสะดุด *'ถ้าอยากเจอผม... ให้ตามหาผมที่ "เกาะร้าง" ที่ที่เราเคยเถียงกันจนเกือบตกทะเล... มาคนเดียวนะครับท่านประธาน'* คิมหันต์กำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างบ้าคลั่ง ทั้งโกรธ ทั้งโล่งใจ และ... ทั้งคลั่งรักจนแทบจะเสียสติ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%