“ถ้าคิดจะใช้ฉันเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองกับเขา บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าพวกแกคิดผิดมหันต์... คิมหันต์ไม่มีทางเสียเวลามาสนใจหมากที่เขาเพิ่งเขี่ยทิ้งหรอก”
ทิวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ข้อมือจะถูกพันธนาการด้วยเชือกไนลอนจนผิวขาวจัดเริ่มขึ้นรอยแดงช้ำ ทว่าแววตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ กลางโกดังร้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและฝุ่นละออง กลิ่นอับชื้นที่ชวนให้สะอิดสะเอียนไม่ทำให้ความมั่นใจของเขาสั่นคลอน
ชายฉกรรจ์ในชุดดำที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าคางมนของทิวาให้เชิดขึ้น แรงบีบที่คางนั้นมากพอจะทำให้กระดูกร้าว แต่ทิวากลับยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
“ปากดีนักนะไอ้เด็กนี่... เดี๋ยวจะได้รู้ว่าน้ำตาที่ไหลออกมามันจะมีค่ามากกว่าโปรเจกต์หมื่นล้านของเจ้านายแกหรือเปล่า”
“งั้นก็ลองดู” ทิวาแค่นเสียง “แต่เตือนไว้ก่อนนะ ถ้าหน้าฉันเป็นรอยแม้แต่นิดเดียว คนที่ฆ่าพวกแกก่อนคิมหันต์... อาจจะเป็นฉันนี่แหละ”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาในโกดัง ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ชายร่างท้วมในชุดสูทราคาแพงที่ดูขัดกับสถานที่ เดินเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ เขาคือคู่แข่งทางธุรกิจที่คิมหันต์เคยมองข้ามไปหลายครั้ง
“คุณทิวา... ดูเหมือนคุณจะมั่นใจในตัวผู้ชายคนนั้นมากเกินไปนะครับ” ชายร่างท้วมเอ่ยพลางหมุนแหวนที่นิ้ว “สำหรับคิมหันต์... ความรักเป็นเพียงสมการที่คำนวณแล้วว่าต้องได้กำไร แต่ถ้าเขารู้ว่าแลกความสำเร็จกับชีวิตเด็กคนหนึ่ง... ผมเชื่อว่าเขาเลือกอย่างแรก”
“ถ้ามั่นใจขนาดนั้น จะจับผมมาทำไมครับ?” ทิวาถามสวนทันควัน “ทำไมไม่เซ็นสัญญาให้จบๆ ไป หรือว่าเพราะความกลัวมันเกาะกินใจจนต้องหาตัวช่วยอย่างผมมาเป็นเกราะกำบัง?”
“แก!” ชายร่างท้วมปรี่เข้ามาเงื้อมมือจะตบหน้าทิวา แต่เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ทำให้เขาสะงัก
หน้าจอแสดงชื่อผู้โทร... *‘คิมหันต์’*
บรรยากาศในโกดังพลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น ชายร่างท้วมเหยียดยิ้มก่อนจะกดรับสายและเปิดลำโพงเสียงดัง
“ไงครับคุณคิมหันต์... ได้ยินข่าวดีหรือยัง?”
[“ปล่อยตัวทิวาซะ”] เสียงของคิมหันต์เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นความนิ่งงันที่น่ากลัวกว่าหลายเท่า
“โอ้... ผมคิดว่าคุณจะต่อรองเรื่องโปรเจกต์เสียอีก ตกลงว่าชีวิตเด็กคนนี้มีค่ามากกว่าตัวเลขหมื่นล้านงั้นหรือครับ?”
[“ผมพูดว่า ‘ปล่อย’ ไม่ใช่ให้คุณต่อรอง... ฟังให้ดีนะ ถ้าทิวาเจ็บแม้แต่รอยขีดข่วนเดียว ผมจะไม่ทำแค่ถอนสัญญาที่คุณหวัง แต่ผมจะทำให้บริษัทของคุณหายไปจากแผนที่โลกภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง”]
ทิวาที่ฟังอยู่ถึงกับชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง หัวใจที่เต้นรัวด้วยความตื่นเต้นเพราะความกลัวเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันเป็นความอบอุ่นที่แทรกซึมเข้ามาท่ามกลางความตายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“ปากดีไปเถอะครับ แต่ตอนนี้เขาอยู่ในมือผม... คุณต้องเซ็นเอกสารยกเลิกโปรเจกต์เดี๋ยวนี้ ส่งไฟล์มาให้ผมในห้านาที ถ้าช้ากว่านั้น ผมไม่รับรองความปลอดภัยของ ‘เมีย’ คุณ”
[“หึ... คุณคิดว่าผมไม่ได้เตรียมตัวมาหรือไง?”] คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ [“ลองมองไปที่ประตูโกดังฝั่งซ้ายสิครับ... ผมให้เวลาคุณนับถอยหลังถึงสามวินาที ก่อนที่ที่นี่จะกลายเป็นนรกบนดิน”]
ชายร่างท้วมหน้าซีดเผือด รีบหันไปมองทางประตูที่คิมหันต์ระบุ ทันใดนั้น แสงไฟสปอร์ตไลท์จากรถหรูหลายคันที่จอดซุ่มอยู่ด้านนอกก็สาดส่องเข้ามาจนแสบตา เสียงฝีเท้าของทีมรักษาความปลอดภัยระดับหัวกะทิของคิมหันต์ดังก้องไปทั่วพื้นที่
“มันจะมากเกินไปแล้ว! ฆ่ามัน! ฆ่าไอ้เด็กนี่เดี๋ยวนี้!” ชายร่างท้วมตะโกนลั่นพร้อมชักปืนออกมาจ่อที่ขมับของทิวา
ทิวาหลับตาลง ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เพราะเขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่คิมหันต์พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความปากร้ายมาโดยตลอด
“ทิวา!” เสียงเข้มของคิมหันต์ตะโกนก้องมาจากทางเข้าโกดัง ในจังหวะที่ชายร่างท้วมกำลังจะเหนี่ยวไก เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับความมืดมิดที่เข้าครอบงำเมื่อไฟในโกดังถูกตัดขาด
ทุกอย่างเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนที่มือหนาที่คุ้นเคยจะคว้าเข้าที่ต้นแขนของทิวาพร้อมกับกระชากร่างของเขาเข้าสู่อ้อมกอดที่แน่นหนาและอบอุ่นจนทิวาสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่าย
“รอดแล้วนะ...” คิมหันต์กระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเพียงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม “แต่คอยดูเถอะ... กลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่ ผมจะลงโทษที่คุณทำตัวเป็นจุดอ่อนให้ผมต้องเสี่ยงแบบนี้!”
ทิวาที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ กลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในอ้อมกอดนั้น “ห่วงก็บอกว่าห่วงสิครับคุณประธาน... ปากแข็งแบบนี้ระวังไม่มีใครเอานะ”
คิมหันต์ชะงักไปก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “พูดมาก!”
ทว่าในจังหวะที่คิมหันต์กำลังจะผละออก แสงไฟฉายจากลูกน้องของฝ่ายตรงข้ามที่ยังหลงเหลืออยู่ก็สาดตรงมาที่ทั้งสองคน พร้อมกับเสียงกระชากไกปืนที่ดังขึ้นอีกครั้งจากเงามืดด้านหลังคิมหันต์
“คุณคิม! ระวัง!”
ทิวารีบคว้าคอเสื้อของคนตรงหน้าแล้วออกแรงกระชากจนคิมหันต์เสียหลักล้มทับตัวเขาลงไปกับพื้น ทั้งคู่กลิ้งหลบวิถีกระสุนไปจนติดมุมอับของเสาคอนกรีต คิมหันต์รีบใช้ร่างกำยำของตนเองบังทิวาไว้จนมิด
“ทิวา! เจ็บตรงไหนไหม!” คิมหันต์รีบสำรวจร่างกายของคนในอ้อมกอดด้วยความร้อนรน
“ผมไม่เป็นไร... แต่คิม... ข้างหลังคุณ!”
คิมหันต์หันกลับไปมอง แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ปืน... หากแต่เป็นคนสนิทของเขาเองที่ก้าวเดินออกมาจากเงามืด พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้คิมหันต์ต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
“ไม่คิดเลยนะครับคุณคิมหันต์... ว่าประธานที่ฉลาดที่สุดอย่างคุณ จะยอมเอาชีวิตมาแลกกับ ‘เด็กกะโปโล’ แค่คนเดียวแบบนี้”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 26
กับดักที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!