ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 9

ไข้หวัดกับคนใจร้าย

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"ถ้าเลิกทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นไม่ได้... ก็ไสหัวออกไปจากบริษัทผมซะ" คำพูดเชือดเฉือนที่มักหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของประธานหนุ่มไฟแรงอย่างคิมหันต์ ในเวลานี้มันเป็นเพียงเสียงอื้ออึงในโสตประสาทที่พร่าเลือนของทิวา ร่างโปร่งบางที่เคยยืนหยัดต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัวใคร บัดนี้กำลังนอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงในห้องพักรับรองส่วนตัวของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด แรงสั่นสะเทือนจากพิษไข้เล่นงานจนร่างนั้นร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟ แต่ในขณะเดียวกัน ปลายนิ้วและริมฝีปากกลับซีดเซียวสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ ดวงตาคู่สวยที่มักฉายแววพยศและดื้อรั้น ปิดสนิทลงอย่างอ่อนแรง ลมหายใจที่เป่ารดออกมามีความร้อนผ่าวจนน่าตกใจ คิมหันต์ยืนกอดอกนิ่งอยู่ปลายโซฟา สายตาคมกริบทอดมองสภาพของเด็กฝึกงานปากเก่งด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันยุ่งเหยิงในอก ประโยคตำหนิมากมายที่เตรียมจะพ่นใส่เมื่อเห็นอีกฝ่ายหมดสติคาห้องทำงานเมื่อช่วงหัวค่ำ ถูกกลืนกลับลงคอไปจนหมดเมื่อปลายนิ้วของเขาบังเอิญแตะโดนหน้าผากมนแล้วพบว่ามันร้อนจัดลวกมือ ให้ตายสิ... ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังมีหน้ามาอวดเก่งบอกว่า 'ผมไหวครับท่านประธาน' เมื่อตอนบ่ายอยู่อีกเหรอ? "ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า ขณะที่ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โซฟาตัวยาว คิมหันต์ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมหนานุ่ม มือหนาเอื้อมไปดึงผ้าห่มผืนหนาที่ร่นลงมาให้อย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงจัดเพราะพิษไข้ ร่างโปร่งบนโซฟาก็ส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความทรมาน พร้อมกับขยับตัวหนีความเย็นจากภายนอกเข้าหาไออุ่นโดยสัญชาตญาณ "อื้อ... หนาว..." เสียงหวานแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ทิวาย่นหัวคิ้วเข้าหากันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายซึมตามไรผมชื้นแฉะ คิมหันต์ชะงักค้าง มือที่กำลังจะชักกลับพลันหยุดนิ่ง ดวงตาคมเข้มทอดมองคราบน้ำตาที่เปื้อนอยู่ตรงหางตาของคนป่วย ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาและปากร้าย ตีรันขึ้นมาจู่โจมหัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว ไอ้ท่าทางออดอعนแบบนี้มันคืออะไรกันวะ... ปกติเห็นอวดเก่ง เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่ใช่เหรอ? ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เขาไม่ใช่คนใจดี และไม่เคยคิดจะดูแลใครเว้นแต่เรื่องงาน แต่วินาทีนี้ ภาพของเด็กหนุ่มที่นอนซมไร้ทางสู้ตรงหน้า กลับทำให้เขาละสายตาไปไม่ได้เลยจริงๆ ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัว กลับออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม คิมหันต์วางมันลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ย นั่งลงบนขอบโซฟาอย่างระมัดระวัง บิดผ้าให้หมาดพอดีแล้วเริ่มบรรจงเช็ดตามกรอบหน้า ลำ cuello และแนวไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอเสื้อ สัมผัสอุ่นละมุนที่แตะแต้มลงบนผิว ทำให้ทิวารู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยปรือขึ้นช้าๆ อย่างยากลำบาก ภาพเบลอๆ ตรงหน้าปรากฏใบหน้าคมคายของคนที่ตนเพิ่งจะมีปากเสียงด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "...ท่าน... ประธาน?" เสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกแผ่วเบา ราวกับไม่แน่ใจว่านี่คือความจริงหรือภาพหลอนจากพิษไข้ "นอนเงียบๆ ไปซะ ถ้ารังเกียจนักก็ไม่ต้องมอง" คิมหันต์สวนกลับตามนิสัยปากร้าย แต่ทว่าน้ำเสียงในเวลานี้กลับปราศจากความเกรี้ยวกราดโดยสิ้นเชิง มันเจือไปด้วยความนุ่มนวลอย่างประหลาดที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ทิวากะพริบตาช้าๆ พยายามปรับโฟกัส มองคนปากแข็งที่กำลังนั่งเช็ดตัวให้อย่างทุลักทุเล รอยยิ้มจางๆ ฝืนปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนแรง "ปากร้าย... ชะมัด... ขนาด... ไม่สบาย... ยังจะ... ว่ากันอีก" "รู้ตัวก็หัดดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ อย่าหาภาระมาให้ผมเพิ่มเข้าใจไหม" คิมหันต์ดุกลบเกลื่อนความรู้สึกวูบไหวในอก ขณะเปลี่ยนมาเช็ดตามฝ่ามือเรียวที่ชุ่มเหงื่อ ทว่าทันทีที่เขาจะผละมือออก ทิวากลับใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดคว้าข้อมือหนาเอาไว้แน่น ปลายนิ้วร้อนจัดกุมรอบข้อมือของเขาไว้ราวกับมันคือที่ยึดเหนี่ยวเดียวท่ามกลางความหนาวเหน็บ "อย่าเพิ่ง... ไป..." คำพึมพำแผ่วเบากับสายตาวิงวอนที่ส่งมาวูบหนึ่ง ทำเอาหัวใจของคนฟอร์มจัดกระตุกวูบ คิมหันต์ชะงักค้าง ปลายจังหวะการเต้นของหัวใจในอกข้างซ้ายเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ให้ตาย... ยัยเด็กนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ถึงจะคิดแบบนั้น แต่คิมหันต์ก็ไม่ได้สะบัดมือออก เขากลับพลิกฝ่ามือขึ้นประสานปลายนิ้วเข้ากับมือเรียวที่ร้อนจัดนั้นแน่นขึ้น เพื่อถ่าย 1 ทอดความอบอุ่นไปให้อีกฝ่าย มืออีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างเบามืออย่างลืมตัว "เออ... ไม่ไปไหนหดยหัวอยู่ตรงนี้แหละ นอนซะ" ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้อง มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอขึ้นของคนป่วย ทิวาผลลอยเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วด้วยฤทธิ์ยาและพิษไข้ที่เริ่มบรรเทาลง แต่ข้อมือของคิมหันต์ก็ยังคงถูกปลายนิ้วเรียวกำเอาไว้หลวมๆ ตลอดเวลา ประธานหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนขอบโซฟาในท่าเดิม ปล่อยให้ขาข้างหนึ่งเริ่มชาหนึบ สายตาคมเข้มยังคงจับจ้องใบหน้ายามหลับใหลของคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจของเขา ทีละน้อย... ทีละน้อย... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ จากด้านนอก ตามด้วยเสียงไขกุญแจและร่างของเลขาฯ สาวคนสนิทที่ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับถุงยาและเอกสารสำคัญในมือ "ท่านประธานคะ ดิฉันเอา... อุ๊ย!" เสียงของเลขาฯ สาวขาดห้วงไปทันที เมื่อกวาดสายตาเข้ามาเห็นภาพตรงหน้า ภาพของท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและเกลียดการแตะเนื้อต้องตัวคนอื่นเป็นที่สุด กำลังนั่งเฝ้าไข้เด็กฝึกงานคนเก่งด้วยแววตาอ่อนโยนชนิดที่ทั้งบริษัทชาตินี้ก็ไม่มีวันได้เห็น แถมมือหนายังถูกกุมไว้โดยคนป่วยที่นอนหลับตาพริ้มบนโซฟาอีกต่างหาก! คิมหันต์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุคมกริบ พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณเชิงดุให้เงียบเสียงลง เลขาฯ สาวเบิกตากว้าง รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน โค้งศีรษะขอโทษขอโพยแทบไม่ไหว ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังกรูดเตรียมจะปิดประตูถอยทัพ แต่ทว่า... ในวินาทีที่บานประตูกำลังจะปิดลงนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำปนแหบพร่าของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังของเลขาฯ สาว ทำเอาทุกคนในห้องต้องชะงักก้าง "อ้าว... ดึกดื่นค่ำคืนขนาดนี้ ทำไมท่านประธานถึงยังไม่อย่มหละครับ หรือว่า... กำลังทำ 'ดีลลับ' อะไรกันอยู่ข้างในนี้เอ่ย?" น้ำเสียงติดจะกวนประสาทและคุ้นหูอย่างยิ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งสูงของ 'ใครบางคน' ที่ก้าวผ่านเลขาฯ เข้ามาในห้องหน้าตาเฉย โดยไม่รอให้อนุญาตแม้แต่น้อย! ทิวาที่เพิ่งเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาเล็กน้อยจากเสียงรบกวน คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แววตาคมกริบฉายประกายอันตรายวาบขึ้นมาในทันที ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของไฟเยอร์บลัดตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%