เสียงกระแทกของบานประตูไม้สักทองวงกบหนานั่นดังสนั่นก้องห้องทำงานส่วนตัว จนทำให้ทิวาที่กำลังกวาดสายตาตรวจเช็คเอกสารการเงินบนโต๊ะทำงานของท่านประธานหนุ่มสะดุ้งสุดตัว เอกสารในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้นหากร่างโปร่งไม่รีบคว้ามันเอาไว้เสียก่อน
ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่ยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าคมคายของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เวลานี้มืดมนยิ่งกว่าเมฆฝน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของทิวากระตุกวูบไม่ใช่ความโกรธขึงในแววตานั้น หากแต่เป็นรังสีความหึงหวงและสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นต่างหาก
"นาย... เข้ามาทำอะไรตรงนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยอำนาจ กลับแหบพร่าและเจือไปด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด คิมหันต์ก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ผมก็แค่... หาเอกสารงบดุลไตรมาสที่สามตามที่คุณสั่งเมื่อเช้าไงครับ หรือว่าท่านประธานความจำเสื่อมจนลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นคนสั่งให้ผมเคลียร์มันให้เสร็จภายในวันนี้" ทิวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้แผ่นหลังจะเริ่มชิดติดกับตู้เก็บเอกสารด้านหลังแล้วก็ตาม ร่างโปร่งเลือกที่จะใช้ฝีปากคมกริบเป็นเกราะกำบังความตื่นตระหนกที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
คิมหันต์ไม่ตอบ เขาหยุดยืนห่างจากร่างของทิวาเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับความเยียบเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มโชยเข้าจู่หูจู่ทางประสาทสัมผัสจนทิวาเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมามองเอกสารในมือของอีกฝ่าย
"เอกสารงบดุลมันวางอยู่บนโต๊ะทำงานฝั่งโน้น ไม่ใช่ลิ้นชักลับตรงนี้..." คิมหันต์กดเสียงต่ำ ทอดสายตามองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริก "แล้วไอ้สิ่งที่นายถืออยู่นั่น... มันไม่ใช่เอกสารบริษัท"
ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารสีดำสนิทไว้แน่นเผลอคลายออกเล็กน้อย เมื่อก้มลงมองสิ่งที่ตนเองเพิ่งหยิบติดมือมาตอนที่ลิ้นชักชั้นล่างสุดถูกแรงกระแทกจากภายนอกทำให้มันเลื่อนเปิดออกเองครึ่งหนึ่ง
มันไม่ใช่เอกสารทางการเงิน... แต่มันคือ "ภาพถ่ายเก่า" แผ่นหนึ่ง
ในกรอบพลาสติกใสที่เคลือบไว้อย่างดี ปรากฏภาพของเด็กผู้ชายสองคนยืนอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยใบไม้ร่วงสีส้มอมแดง คนหนึ่งคือคิมหันต์ในวัยเด็กที่เค้าโครงหน้าชัดเจนไม่เปลี่ยน ดวงตาดุดันและริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรงตั้งแต่เด็ก ทว่าสิ่งที่สะดุดตาทิวามากที่สุดคือเด็กผู้ชายอีกคนยืนอยู่ข้างๆ เด็กคนนั้นมีรอยยิ้มสดใสราวกับแสงตะวัน ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ และมือข้างหนึ่งกำลังยื่นลูกอมรสสตรอว์เบอร์รีให้เด็กชายคิมหันต์
แต่ทว่า... ใบหน้าของเด็กคนนั้นถูกปากกาเคมีสีดำขีดฆ่าทับไว้อย่างน่ากลัว รอยขีดข่วนซ้ำๆ บนใบหน้านั้นแสดงถึงความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดที่ถูกส่งผ่านแรงกดของปลายปากกา จนกระดาษเกือบทะลุ
"นี่มัน... ใครเหรอครับ" ทิวาถามออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด ความสงสัยที่มีต่อตัวตนของคิมหันต์ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพุ่งทะยานถึงขีดสุด คนที่เพอร์เฟกต์และเย่อหยิ่งอย่างคิมหันต์ เหตุใดถึงเก็บภาพถ่ายที่ถูกทำลายความรู้สึกเหล่านี้ไว้ในที่ลับตา แถมยังแสดงอาการราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขายามที่เห็นว่าเขากำลังถือมันอยู่
บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราพลันเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะขับเน้นความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
คิมหันต์นิ่งงัน กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย บ่งบอกว่าความอดทนของประธานหนุ่มกำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทิวาอย่างไร้ช่องว่าง มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับบานตู้เอกสารด้านหลัง ขวางกั้นทางหนีทุกทางของคนตรงหน้า จนทิวารู้สึกราวกับตนเองถูกกักขังอยู่ในอ้อมแขนที่ร้อนระอุและอันตราย
"อย่ายุ่ง..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างดุดัน นัยน์ตาคมกริบที่มักจะเฉยชาต่อทุกสิ่งเวลานี้กลับแดงก่ำอย่างน่ากลัว "ใครอนุญาตให้นายเปิดดูของของฉัน"
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง..." ทิวาพยายามดันอกแกร่งให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แต่ถ้าคุณไม่อยากให้ใครเห็น ทำไมไม่ทิ้งมันไปซะล่ะครับ เก็บซากอดีตที่แม้แต่หน้าตาก็ยังไม่อยากจำไว้ทำไม หรือว่า..."
ทิวายั้งคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อจู่ๆ คิมหันต์ก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียน ความดุดันในแววตาของประธานหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเปราะบางวูบหนึ่งอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ทัน ก่อนที่มันจะถูกกลบฝังด้วยความคลั่ง
"นายไม่รู้อะไรเลย ทิวา..." คิมหันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความปากร้ายมาเนิ่นนาน "ไอ้เด็กเวรนั่น... มันคือคนที่ทำให้ฉันกลายเป็นไอ้สารเลวที่เย็นชาใส่ทุกคนบนโลกใบนี้ รวมถึง... นายด้วย"
ทิวาชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ความใกล้ชิดที่แนบ
ชิดจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของกันและกันทำให้สติของทิวากระเจิดกระเจิง คำพูดเยาะ
เย้ยที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ทิวาจะได้เอื้อนเอ่ยคำถามใดออกมาเพื่อทำลายความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าเหยียบย่างเข้ามาในเวลานี้
"คุณคิมคะ... ดิฉันเอาแฟ้มอนุมัติโปรเจกต์ด่วนมาให้—อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย"
เสียงหวานใสของเลขาฯ สาวคนสนิทดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวที่ชะงักกึกอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อเห็นภาพท่านประธานหนุ่มรูปหล่อยืนคร่อมกักขังเด็กฝึกงานคนเก่งไว้แนบชิดติดตู้เอกสารในระยะประชิดชนิดที่เรียกว่าแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความลับที่ซ่อนอยู่หลังรอยแผลใจของท่านประธานคิมกันนะครับ!
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 8
ความลับในเอกสาร
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!