กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟคั่วบดผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของใครบางคน ปลุกให้ประสาทสัมผัสของทิวาตื่นตัวขึ้นทีละน้อย
ดวงตากลมโตกระพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสกับความมืดสลัวในห้องทำงานกว้างขวางของเพนต์เฮาส์หรู ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานห้องนอนของตัวเอง แต่เป็นสันกรามคมชัดและเส้นผมสีดำสนิทที่ระอยู่บนลาดไหล่กว้าง คิมหันต์ ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและปากร้าย ไร้ซึ่งมาดนักบริหารผู้ทรงอิทธิพลในเวลานี้
ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มกำลังนอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงตัวยาว ขาทอดยาวจนเกือบตกขอบ ส่วนท่อนบนนั้นพับงออยู่ในท่าที่ดูไม่สบายเอาเสียเลย เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งยับยู่ยี่จากการนอนทับซ้อนกันนานนับชั่วโมง เนคไทที่เคยผูกไว้อย่างเรียบร้อยถูกปลดออกไปพาดไว้พนักพิง
ทิวากะพริบตาปริบๆ สมองที่ยังประมวลผลไม่เต็มร้อยพยายามทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืน—เขานั่งตรวจเอกสารงบประมาณโครงการจนเผลอหลับไปคาโต๊ะทำงาน แล้วหลังจากนั้น... เสียงขบกรามและแววตาดุดันคู่นั้นของคิมหันต์คือสิ่งสุดท้ายที่จำได้
ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ข้อความเตือนสติในหัวบอกให้รีบถอยห่าง แต่สายตากลับถูกตรึงไว้กับใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว ยามที่คิมหันต์ไม่ต้องปั้นหน้าเย็นชาหรือเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนใส่ ใบหน้านั้นกลับดูอ่อนเยาว์ลงอย่างน่าประหลาด แพขนตายาวทาบลงบนโหนกแก้มสาก ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน
"มองอะไรนักหนา หน้าฉันมีรอยหมึกพิมพ์ติดอยู่หรือไง"
เสียงทุ้มแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนดังขึ้นกะทันหัน จนทิวาสสะดุ้งสุดตัว เผลอถอยหลังกรูดจนเกือบตกจากโซฟาอีกด้าน
ดึงสติกลับมาแทบไม่ทันเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ลืมขึ้นมองตรงมาพอดี ไม่มีแววง่วงงุนหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวปรากฏขึ้นช้าๆ
"ใครมอง... ผมไม่ได้มองสักหน่อย แค่ตื่นมาแล้วเห็นกองขยะ... เอ๊ย เห็นตัวอะไรเกะกะขวางทางอยู่ต่างหากล่ะครับท่านประธาน" ทิวารีบแก้ตัวเสียงแข็ง เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก
คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยขณะที่เจ้าตัวยันกายลุกขึ้นนั่ง ใช้มือหนาเสยผมลวกๆ จนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ทว่า... มันกลับดูเซ็กซี่ร้ายกาจในสายตาของคนมองอย่างช่วยไม่ได้
"ปากเก่งตั้งแต่เช้าเลยนะ หิวหรือยัง หรือว่าอยากกินอย่างอื่นก่อน?"
ประธานหนุ่มจงใจเน้นเสียงคำว่า 'อย่างอื่น' พร้อมกับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนทิวาต้องเอนตัวหนี แผงอกกว้างที่ขยับเข้ามาใกล้ทำให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวโชยเข้าจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ
"ผมไม่ได้หิว แล้วก็ไม่ได้อยากกินอะไรทั้งนั้นแหละครับ ถอยไปเลยนะท่านประธาน ตัวเหม็นกลิ่นกาแฟจะตายอยู่แล้ว" ทิวายกมือขึ้นดันลาดไหล่กว้างให้ออกห่าง แต่แรงน้อยนิดของเขากลับเหมือนการสะกิดลูกแมวในสายตาของคิมหันต์
คิมหันต์ไม่ยอมถอยแถมยังจับข้อมือบางนั่นไว้หลวมๆ นิ้วเรียวยาวไล้เบาๆ บนผิวเนื้อเนียนอย่างถือวิสาสะ แววตาดุดันเมื่อคืนมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นบางเบาที่ซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาท
"ปากดีแบบนี้ ค่อยน่าแกล้งหน่อย" คิมหันต์พึมพำเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขวด "ไปล้างหน้าล้างตาซะ วันนี้มีประชุมใหญ่ตอนสเกיילบ่าย อย่าให้ใครเขามาว่าได้ว่าเด็กของท่านประธานตื่นสาย"
"ใครเป็นเด็กคุณไม่ทราบ!" ทิวาโพล่งขึ้นทันควัน หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองปนเขิน "ผมเป็นผู้ช่วย เป็นพนักงานฝึกงาน ไม่ใช่เด็กในคาถาของคุณนะ!"
"หึ..." คิมหันต์หันกลับมามองด้วยหางตา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง "จะเรียกว่าอะไรก็ช่างเถอะ แต่จำไว้ว่าข้าวเช้าบนโต๊ะนั่นฉันสั่งให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้ นายมีเวลาสิบนาที ถ้าไม่อยากถูกหักเงินเดือน"
พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำส่วนตัวไปอย่างไม่ยอมเปิดโอกาสให้ได้เถียงต่อ ทิ้งให้ทิวานั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดร้ายกาจเหล่านั้น มันคืออะไรกันแน่?
ทิวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะกวาดสายตาไปมองโต๊ะทำงานที่มีอาหารเช้าหน้าตาน่ากินวางอยู่พร้อมกาแฟร้อนๆ แก้วโปรด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
แต่ทว่า ความสงบสุขยามรุ่งอรุณนั้นช่างสั้นนัก...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูเพนต์เฮาส์จะถูกผลักเปิดออกโดยผู้มาใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างระหงของหญิงสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตสาดส่องมองหาใครบางคนด้วยความโกรธเกรี้ยว
"คิมหันต์! นี่คุณซ่อนตัวเด็กนั่นไว้ที่นี่จริงๆ ด้วยใช่ไหม!"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เอ่ยขึ้นทำให้ทิวาต้องหันขวับไปมอง ร่างบางยืนแข็งทื่อเมื่อเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่—คุณพิมพ์ชนก คู่หมั้นสาวผู้เพียบพร้อมที่คิมหันต์พยายามหลบหน้ามาตลอด
ทว่า ก่อนที่ทิวาจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมร่างสูงของคิมหันต์ที่ก้าวออกมาในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตที่ยังไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียน ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจะขบกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่ พิมพ์ชนก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชา ไร้เยื่อใยสิ้นเชิง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 10
รุ่งอรุณที่อ่อนโยน
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!