ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 23

รอยแผลในใจคิม

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
แก้วทรงเตี้ยที่มีวิสกี้สีอำพันพร่องลงไปเกินครึ่ง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูลดทอนความหนقหนักลงเลยแม้แต่น้อย คิมหันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทาบทับใบหน้าคมคายที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดีและวาจาร้ายกาจ ทว่าในวินาทีนี้... มุมปากที่เคยเหยียดยิ้มเยาะกลับเม้มแน่นเป็นเส้นตรง สันกรามคมชัดขยับบดเข้าหากันช้าๆ ราวกับกำลังต่อสู้กับปีศาจตัวเล็กๆ ที่ถูกกักขังไว้ในห้องใต้หลังคาแห่งความทรงจำ "มองอะไรนักหนา หน้าฉันมีรอยเปื้อนหรือไง" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้ตอกหน้าคนอื่นในที่ประชุม แวบหนึ่งกลับแหบพร่าและสั่นไหวอย่างควบคุมได้ยาก ทิวายังคงนั่งอยู่บนโซฟาอีกฝั่ง ระยะห่างระหว่างพวกเขามีเพียงโต๊ะกระจกตัวเตี้ยกั้นกลาง แต่สำหรับคนที่เป็นนักสู้ชีวิตมาตลอดอย่างเขา สายตาคมกริบที่กวาดมองประธานหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ในทุกกระเบียดนิ้ว กลับมองทะลุผ่านเกราะกำบังอันเย็นชาไปเห็น ‘เด็กผู้ชายคนหนึ่ง’ ที่กำลังหนาวเหน็บอยู่ท่ามกลางพายุหิมะในอดีต "เปล่า..." ทิวาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาไหววูบ "แค่มองว่า... คนปากร้ายอย่างคุณเวลาทำหน้าเหมือนโลกจะแตก มันดูน่าสมเพชมากกว่าน่ากลัวซะอีก" คำพูดขวานผ่าซากนั้นปกติคงเรียกเสียงฮึดฮัดจากคนตัวโตได้ทันที แต่ไม่ใช่ในคืนนี้ คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและว่างเปล่าจนน่าใจหาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่นั่งจ้องอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคู่นคมที่เคยเต็มไปด้วยความดุดันและอีโก้สูงส่ง บัดนี้กลับฉายแววเปราะบางอย่างที่ทิวาไม่เคยเห็นมาก่อน "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะทิวา..." คิมหันต์พึมพำ หมุนแก้วในมือไปมา ของเหลวสีอำพันกระฉอกไหวตามแรงสั่นของปลายนิ้ว "รู้ไหม... ทำไมฉันถึงเกลียดความพ่ายแพ้ ทำไมฉันถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อเหยียบขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดของตระกูล... จุดที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตา" ทิวานั่งนิ่ง ไม่ได้ขัดจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความเจ็บปวดของคนทั้งคู่ "เพราะในวันที่แม่ฉันตาย... บนเตียงโรงพยาบาลเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและความจน คนที่ฉันเรียกว่า ‘พ่อ’ ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ แต่สายตาที่เขามองมาที่ร่างไร้วิญญาณของแม่... มันไม่ใช่ความเสียใจ" คิมหันต์หยุดพูดไปชั่วขณะ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงช้าๆ ขณะที่เขาพยายามกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ "เขามอง... ด้วยความโลภ สายตาของคนที่กำลังคำนวณว่า การตายของภรรยาจะทำให้เขาได้เงินประกันมาปรเปรอชีวิตเน่าๆ ของตัวเองได้เท่าไหร่" ประโยคนั้นร่วงหล่นลงกลางห้องราวกับก้อนหินหนักอึ้ง ทิวารู้สึกเหมือนออกซิเจนในปอดถูกสูบหายไปชั่วขณะ เขารู้ว่าคิมหันต์ไม่ใช่ลูกชายที่เกิดมาบนกองเงินกองทองตั้งแต่แรก แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเบื้องหลังความสำเร็จอันเจิดจ้า จะมีเศษซากปรักหักพังของวัยเด็กที่แหลกสลายฝังอยู่ลึกขนาดนี้ "เขาขายฉัน..." คิมหันต์หัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นเชิง "ขายสิทธิ์การปกครองของเด็กอายุสิบขวบให้แก่ญาติฝั่งพ่อที่รวยล้นฟ้า เพื่อแลกกับเงินก้อนโตไปใช้หนี้การพนัน วันนั้น... ฉันยืนอยู่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่ ถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่า ท่องในใจซ้ำๆ ว่าถ้าฉันอ่อนแอ ฉันก็จะกลายเป็นแค่เหยื่อให้พวกมันเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนแม่" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่เป็นความหนقอึ้งของบาดแผลที่ถูกเปิดออกให้แสงแดดส่องถึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ทิวานิ่งอึ้ง หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพลักษณ์ของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และดุดันในสายตาคนอื่น พังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่แบกรับความโดดเดี่ยวไว้ทั้งใบจักรวาล ปากที่ชอบพูดจาร้ายกาจใส่เขา แท้จริงแล้วเป็นเพียงกำแพงหนาที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจที่เคยถูกฉีกทึ้งต่างหาก "คุณนี่มัน..." ทิวากลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาในอกลงคอ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด "โง่เป็นบ้าเลยนะคิมหันต์" คิมหันต์ชะงัก เงยหน้าขึ้นมองคนพูดด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนไม่พอใจเล็กน้อย "นี่นาย..." "ก็จริงไม่ใช่เหรอ?" ทิวาลุกขึ้นจากโซฟาฝั่งตรงข้าม ก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะกระจกเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประธานหนุ่มผู้กำลังนั่งจมอยู่กับความมืดมนในใจ "แบกโลกไว้ทั้งใบ ตั้งกำแพงใส่ทุกคน ทำตัวเป็นหมาบ้าคอยไล่งัดกับชาวบ้านไปทั่ว... ทั้งที่ข้างในใจปวกเปียกจนแทบจะแหลกอยู่แล้วเนี่ยนะ" "ทิวา ฉันไม่ได้..." "หุบปากไปเลยน่า" ทิวาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพรมผืนหนาเบื้องหน้าโซฟาที่คิมหันต์นั่งอยู่ มือเรียวเอื้อมออกไปคว้ามือหนาที่กำลังกำแก้ววิสกี้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีดไว้ ค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวแกะปลายนิ้วที่เกร็งเครียดนั้นออกทีละนิ้ว จนแก้วเครื่องดื่มราคาแพงหลุดร่วงลงไปบนพรม นุ่มนวลแต่เด็ดขาด คิมหันต์สะท้านเฮือก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ฝ่ามืออุ่นๆ ของทิวาสอดประสานเข้ากับมือของตน แรงบีบกระชับที่ส่งผ่านความอบอุ่นมาให้ ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เขาก่อไว้พังทลายลงอย่างไร้ท่า "นาย..." ทิวาไม่ได้พูดอะไรต่อ เจ้าตัวขยับตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นอีกนิด ก่อนจะโน้มตัวสวมกอดร่างสูงใหญ่ที่นั่งนิ่งค้างไว้ อ้อมแขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่ง กดศีรษะได้รูปของประธานหนุ่มให้ซบลงกับลาดไหล่ของตนเองอย่างแนบแน่น กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นหอมจางๆ จากตัวของทิวาโอบล้อมประสาทสัมผัสของคิมหันต์ไว้ทั้งหมด ในวินาทีที่ใบหน้าคมซบลงกับซอกคอของคนตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นด้วยความหวาดระแวงมาตลอดชีวิต กลับกระชากวูบอย่างแรง... ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับจากใคร ไหลทะลักเข้าสู่หัวใจที่แห้งผากราวกับสายฝนแรกในฤดูแล้ง คิมหันต์ตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในฐานะเจ้านายและคนฟอร์มจัดพยายามร้องเตือนให้เขาผละออก ทว่าร่างกายกลับทรยศ... แขนแกร่งที่เคยใช้ค้ำจุนอำนาจทางธุรกิจ ค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดเอวบางของทิวาไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ลาด แล้วปล่อยให้ความเปราะบางที่สะสมมาแรมปีพรั่งพรูออกมาผ่านอ้อมกอดนี้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงลาดไหล่ และอ้อมแขนที่รัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกลัวว่าถ้าคลายมือแล้ว ภาพตรงหน้าจะสลายหายไปเหมือนความฝัน "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว..." ทิวากระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู ฝ่ามืออุ่นลูบกลุ่มผมนุ่มสีเข้มของคนตัวโตกว่าอย่างปลอบโยน สัมผัสที่อ่อนโยนและจริงใจ ทำให้คนที่เคยพยศเก่งกาจถึงกับนิ่งสนิท "ผมอยู่นี่แล้ว... คิมหันต์" หัวใจของคิมหันต์กระตุกวาบ ชื่อของเขาที่ไม่เคยมีความหมายกับใครนอกจากเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ บัดนี้ เมื่อถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากของคนคนนี้... มันกลับกลายเป็นเวทมนตร์วิเศษที่เยียวยารอยแผลเป็นในอดีตให้จางหายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ริมฝีปากหยักลึกขยับเข้าใกล้ลาดคอเนียนของคนในอ้อมกอด สัมผัสอุ่นร้อนกดทับลงบนผิวเนื้อแผ่วเบาด้วยความโหยหาและหวงแหนอย่างถึงที่สุด ความรู้สึกคลั่งรักที่เคยพยายามกดทับไว้ใต้ความซึน บัดนี้ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม ทิวาสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อสัมผัสอุ่นนั้นลากไล้ผ่านผิวเนื้อ แต่ไม่ได้ผลักไส กลับยิ่งกระชับกอดรอบคอเขาแน่นขึ้น ปล่อยให้ความเงียบและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันพูดแทนทุกถ้อยคำ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้ง... *กริ๊ก!* เสียงปลดล็อกประตูห้องทำงานส่วนตัวที่ควรจะถูกล็อกสนิท ดังแว้งขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวล้ำเข้ามาด้านใน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักอย่างถือวิสาสะ "คิม... แกยังไม่นอนเหรอวะ พอดีฉันมีเอกสารด่วนจากบอร์ดบริหารที่ต้องให้แก..." คิมหันต์และทิวาผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มตวัดมองไปยังร่างสูงของแขกยามวิกาลที่ยืนอยู่ตรงหน้าประหว่างขอบประตูด้วยแววตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่ทิวาหน้าถอดสี รีบผละถอยหลังออกมาด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึก ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%