"ถ้าคุณยังกล้าพูดคำว่า 'เลิกยุ่ง' ออกมาอีกคำเดียว ผมจะจูบคุณจนกว่าริมฝีปากบวมเจ่อจนพูดไม่่ออกเลยคิมหันต์"
น้ำเสียงของทิวาไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แม้ว่าแผ่นหลังของเขาจะแนบชิดติดกับผนังห้องทำงานเย็นเฉียบ และร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มไฟแรงกำลังกักขังเขาไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง ช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่แทบไม่มีเหลือให้ลมหายใจผ่าน ร่างโปร่งบางเชิดคางขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้น ทว่าในความท้าทายนั้นกลับสั่นไหวด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เพิ่งประกาศกร้าวอย่างอาจหาญ ปากคอเราะรายไม่เคยเปลี่ยน... ร้ายกาจ เสียจนเขาอยากจะจัดการให้หลาบจำ แต่แปลกเหลือเกินที่ลึกเข้าไปในทรวงอกข้างซ้าย จังหวะหัวใจกลับเต้นรำด้วยความบ้าคลั่งจนแทบทะลุออกมานอกอก
"กล้าดีนี่ทิวา..." คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "คิดว่าผมไม่กล้าทำอย่างที่พูดหรือไง"
"ถ้ากล้าก็ลองดูสิครับท่านประธาน" ทิวายิ้มหยันที่มุมปาก ทั้งที่หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล "คนปากแข็งอย่างคุณ นอกจากจะเก่งเรื่องออกคำสั่งแล้ว ก็คงทำได้แค่ขู่ไปวันๆ สินะครับ"
สิ้นคำท้าทาย ประธานหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครก็หมดความอดทนทันที
พรึบ!
มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแทบจมหายไปในอ้อมอก แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทิวาสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำถากถางใดๆ ออกมาอีก ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกถ้อยคำดื้อรั้นนั้นทันที
ไม่ใช่การจูบเพื่อลงทัณฑ์อย่างที่เคยเป็น... แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริง
คิมหันต์บดเบียดริมฝีปากลงมาด้วยความโหยหาที่เจ้าตัวเองก็เพิ่งตระหนักรู้ ความนุ่มหยุ่นที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เกมแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งเสพติดที่เขาถอนตัวไม่ขึ้น รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นความอ่อนโยนและลึกซึ้งทีละนิด มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กบังคับให้อับองศารับสัมผัสได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้พวงแก้มเนียนใสที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างลืมตัว
ทิวาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงขัดขืนที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงของผู้ชายตรงหน้าช่างเย้ายวนจนเผลอหลับตาพริ้มลง มือเรียวที่เคยดันแผงอกกว้างไว้ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองที่กำลังอ่อนยวบ
ไม่มีถ้อยคำใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แนบชิด มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าภายนอกที่สาดส่องเข้ามาขับเน้นเงาร่างของคนทั้งสองให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
เนิ่นนานกว่าคิมหันต์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำจากการจูบยาวนาน หอบหายใจเบาๆ อกบางกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์
"ปากดีแบบนี้... น่าลงโทษให้หนักกว่าเดิมอีกรู้ไหมครับ" คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น รอยยิ้มร้ายกาจที่มักประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาหายไป เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและจริงจังจนน่ากลัว
ทิวาเม้มปากแน่น หลบสายตาวับวามคู่นั้นด้วยความเขินอายที่พุ่งพล่านจนใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ใครปากดีกันล่ะครับ... คุณต่างหากที่เอาแต่ใจตัวเอง"
"ผมเอาแต่ใจแค่กับคุณคนเดียวนั่นแหละทิวา"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาทิวาถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าขึ้นมาดื้อๆ ที่ผ่านมา เขากำแพงสูงชันใส่กันและกันมาตลอด ต่างฝ่ายต่างปกป้องตัวเองด้วยคำพูดร้ายกาจและข้อตกลงผลประโยชน์ แต่ในวินาทีนี้... กำแพงเหล่านั้นพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความจริงใจที่ถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อย
ทิวาเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานหนุ่ม ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยเดิม แต่แววตาไหวระริกคู่นั้นกลับฉายชัดถึงความยอมจำนน "ถ้าคุณพูดคำนี้แล้ว... ห้ามคืนคำทีหลังนะครับ"
"คนอย่างคิมหันต์พูดคำไหนคำนั้น" รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของประธานหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ทิวารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้ใจร้ายกับเขาอีกต่อไปแล้ว "โดยเฉพาะเรื่องของคุณ... ผมไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปไหนเด็ดขาด"
มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างเบามือ สัมผัสที่ทะนุถนอมนั้นทำให้ทิวารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนพิเศษที่สุดในโลก เขายกมือขึ้นแตะทับมือหนาที่แนบอยู่ข้างแก้มของตนเอง ส่งยิ้มหวานหยดที่นานๆ ครั้งจะยอมให้ใครเห็น เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคิมหันต์กระตุกวูบและหลอมละลายในเวลาเดียวกัน
บรรยากาศหวานล้ำกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ในความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความหมาย ทว่า...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูดังแกร็กอย่างถือวิสาสะ
"คุณคิมครับ! เอกสารงบประมาณด่วนที่สุดที่ท่านประธานสั่งให้ผม... อ๊ะ!"
เลขานุการหนุ่มชะงักกึกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในห้อง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังโอบกอดนักศึกษาฝึกงานคนโปรดในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าแทบจะสิงร่างกันอยู่รอมร่อ
คิมหันต์ตวัดสายตาคมกริบดุจมีดโกนหันขวับไปมองผู้มาใหม่ รังสีอำมหิตและไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงทันทีจนเลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง
"ออกไป!" คิมหันต์คำรามลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
"เอ่อ... ขอประทานโทษครับท่านประธาน! ผมไม่ได้ตั้งใจ! ผมขอตัวก่อนครับ!" เลขารีบหมุนตัววิ่งหนีหายออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูเสียงดังปังทันที
ทิวายืนหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ กับท่าทางหัวเสียของประธานหนุ่ม ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายไม่แพ้กัน "ดูสิครับ... เลขาคุณคงช็อกตายไปแล้วมั้งนั่น"
คิมหันต์ถอนหายใจยาวด้วยความขัดใจ ก่อนจะก้มลงมองคนตัวเล็กในอ้อมแขนอีกครั้ง แววตาเจ้าเล่ห์ประกายขึ้นมาวับวาม "ช่างหัวมันสิ... ตอนนี้ไม่มีใครมากวนเราแล้ว เรามาเคลียร์เรื่องของเราให้จบดีกว่า... เมื่อกี้คุณค้างคำตอบผมไว้เรื่องอะไรนะทิวา"
ทิวายิ้มกริ่ม ทว่ายังไม่ทันที่ริมฝีปากอิ่มจะขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา...
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคิมหันต์ก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง ทำลายจังหวะหวานซึ้งลงอย่างไม่ไว้หน้า ทว่าคิมหันต์กลับทำเป็นหูทวนลม ไม่สนใจแม้แต่มثจะชายตาแลหน้าจอที่สว่างวาบ แต่ทิวากลับเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเครื่องนั้นเสียก่อน
รอยยิ้มบนใบหน้าหวานชะงักค้างทันที ดวงตากลมโตหดแคบลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคิมหันต์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาฉับพลัน
"รับสายก่อนเถอะครับท่านประธาน..." ทิวาเอ่ยเสียงเรียบ ดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือหนา ช,กถอยหลังเว้นระยะห่างออกไปหนึ่งก้าว "ดูเหมือนว่า 'คู่หมั้น' ของคุณจะไม่ยอมปล่อยให้คุณมีความสุขง่ายๆ หรอกนะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 24
ความผูกพันที่ถอนตัวไม่ขึ้น
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!