เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากปลายสายดังลอดออกมาอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานหนุ่ม คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ขณะที่ทิวายืนนิ่งค้างอยู่ตรงมุมห้อง ความรู้สึกอึดอัดและประหลาดใจตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้าทางคุณยังไม่พร้อม ผมคิดว่าเราควรจบการสนทนาแค่นี้ก่อนครับ... คุณหญิงแม่" คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด
*(‘เดี๋ยวคิม! ลูกจะใจร้อนเกินไปแล้วนะ... แม่แค่อยากเตือนในฐานะคนอาบน้ำร้อนมาก่อน ผู้ชายแบบนั้นน่ะเหรอที่จะพาออกงานสังคมระดับประเทศในคืนนี้?’)* เสียงปลายสายตอกกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้
ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน เมื่อตระหนักได้ทันทีว่าต้นตอของปัญหาในสายโทรศัพท์นั้นคือ "ตัวเขาเอง"
คิมหันต์ปรายตามามองร่างบางที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย หน้าจอโทรศัพท์ดับลงพร้อมกับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศในห้อง
"ยืนทำหน้าเป็นปลาทูชนตออะไรอยู่ตรงนั้น เลิกงานแล้ว... ไปเตรียมตัวซะ" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ทว่าดวงตาคมกลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อกวาดมองสำรวจทิวาตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ผมไม่ได้อยากไปงานปาร์ตี้บ้าบออะไรนั่นกับคุณสักหน่อยนี่ครับ ประธานคิม" ทิวาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างชัดเจน "อีกอย่าง คุณก็รู้ว่าคุณแม่ของคุณไม่ได้ต้อนรับผม... จะให้ผมไปเป็นตัวตลกให้คนในงานนินทาเล่นหรือไงครับ"
ก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าว คิมหันต์ก็ประชิดตัวร่างบางได้อย่างรวดเร็ว ฝ่าหนาเอื้อมไปคว้าคางมน2ข้างไว้ด้วยความหมั่นไส้ระคนขัดใจ ปลายจوงโด่งก้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใส ทิวาชะงักงัน หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจแต่ก็พยายามฝืนสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้
"ใครบอกว่าเธอไปในฐานะตัวตลก..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่ทรงพลังจนคนฟังขนลุกซู่ "เธอไปในฐานะ 'คนของผม' ต่างหาก... จำใส่สมองเอาไว้ ทิวา"
คำพูดนั้นทำเอาทิวาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ปากจะอยากเถียงกลับไปสักร้อยแปดคำ แต่ทว่าสายตาที่เต็มไปด้วยความดุดันแต่แฝงประกายความคลั่งรักคู่นั้นกลับสะกดให้เขากลืนคำพูดทุกอย่างลงคอไปจนหมดสิ้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์หรูคันงามพุ่งทะยานสู่คฤหาสน์จัดเลี้ยงใจกลางเมือง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องกระทบกับชุดสูทสั่งตัดพิเศษของบรรดาเซเลบและนักธุรกิจชื่อดัง ทว่าทันทีที่คิมหันต์ก้าวลงจากรถพร้อมกับทิวาในชุดสูทรัดรูปสีเทาเข้มที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ทุกสายตาก็พากันจับจ้องมาเป็นจุดเดียว
ทิวากลืนก้อนสะอื้นในลำคอเบาๆ มือเรียวเผลอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงโดยไม่รู้ตัว คิมหันต์เหลือบมองปฏิกิริยานั้น มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ก่อนจะยื่นแขนแกร่งออกไปให้ร่างบางคล้องไว้โดยอัตโนมัติ
"เกร็งทำไม หืม? กลัวผมกินหรือไง" เสียงกระซิบพร่าดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่เลื่อนมาโอบกระชับเอวบางเอาไว้แน่น สัมผัสที่แนบชิดเกินความจำเป็นทำให้ทิวารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
"ใครกลัวกันครับ... ผมแค่รำคาญพวกสายตาหื่นกระหายที่มองมาทางนี้ต่างหาก" ทิวากระซิบคืนด้วยรอยยิ้มจอมปลอมที่ปั้นแต่งขึ้นตามมารยาทสังคม ขณะเดียวกันก็ปรายตาไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ยืนจ้องมาที่พวกเขาไม่วางตา
และดูเหมือนว่าความหมั่นไส้ของทิวาจะไม่ไกลเกินจริงนัก เพราะในจังหวะที่คิมหันต์ปลีกตัวไปคุยกับนักธุรกิจรุ่นใหญ่เพื่อเคลียร์เรื่องสัญญาโปรเจกต์สำคัญ ทิวาก็ถูกปรี่เข้ามาทักทายโดย "ภคิน" ทายาทตระกูลดังคู่แข่งทางธุรกิจของคิมหันต์
"อ้าว... น้องทิวานี่เอง ไม่นึกว่าจะได้เจอที่นี่นะเนี่ย ปกติเห็นวนเวียนอยู่แต่ในห้องทำงานของคุณคิม นึกว่าเป็นแค่เด็กฝึกงานซะอีก" ภคินเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาแพรวพราวไล่สำรวจเรือนร่างโปร่งอย่างจงใจ พร้อมกับยื่นแก้วแชมเปญมาตรงหน้า "สนใจเปลี่ยนบรรยากาศมาคุยธุรกิจกับพี่แทนไหมล่ะครับ รับรองว่าสนุกกว่าเป็นเบ๊ให้ไอน้ำแข็งใหญ่นั่นแน่ๆ"
ทิวายกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาส่อแววเยาะหยันอย่างไม่คิดจะไว้หน้า "ขอบคุณครับคุณภคิน แต่พอดีผมชอบความหนาวเย็นมากกว่าความจัดจ้านแบบปลอมๆ นะครับ... มันดูปลอดภัยกว่าเยอะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของภคินกระตุกวูบ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอאะอะโวยวายอะไร ฝ่ามือหนาร้อนระอุราวกับเตาไฟก็เอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่เอวของทิวาจากด้านหลัง แรงดึงที่ฉุดกระชากอย่างรุนแรงทำให้ร่างบางเซเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของใครบางคนเข้าเต็มแรง
กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยปะปนกับไอความโกรธเกรี้ยวที่แผ่ออกมาจากตัวของคิมหันต์ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดฮวบทันที
"ดูเหมือนว่าผมจะปล่อยให้คนของผมคลาดสายตาไปแค่หนาทีเดียว สุนัขแถวนี้ก็เริ่มเข้ามาเห่าหอนแถวนี้ซะแล้วสิครับ" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ดวงตาสสีเข้มจ้องมองภคินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงบีบที่เอวของทิวากระชับแน่นขึ้นจนเจ็บแปลบ แต่ไม่มีคำทักท้วงใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของร่างบาง
ภคินหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนยิ้ม "ผมแค่ทักทายตามประสาคนรู้จักน่า ประธานคิม อย่าหวงก้างให้มันมากนักเลย"
"คนรู้จักเหรอ..." คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจนคนรอบข้างต้องรีบถอยก้าวหนี "จำไว้ว่าคนคนนี้... ต่อให้ผมจะรำคาญแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ให้หมาตัวไหนมาเห่าใส่ทั้งนั้น"
ทิวาเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพระเอกหนุ่ม หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับคำพูดที่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแบบไร้ความเกรงใจใครหน้าไหน ความรู้สึกอุ่นซ่านตีตื้นขึ้นมาในอกจนน่าประหลาดใจ
ทว่า... ในวินาทีที่คิมหันต์กำลังจะลากตัวทิวาเดินเลี่ยงออกจากจุดนั้น เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนกลางงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*(‘ขอเรียนเชิญท่านประธานคิมหันต์ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน... พบกับเซอร์ไพรส์พิเศษจากแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ที่เพิ่งบินตรงมาจากต่างประเทศในค่ำคืนนี้ครับ’)*
คิมหันต์ชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาในทันทีเมื่อร่างระหงของใครบางคนก้าวขึ้นมาบนเวที พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ส่งตรงมายังทิศทางที่พวกเขายืนอยู่
ทิวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน... ร่างบางหันขวับไปมองคิมหันต์ทันที และพบว่าสันกรามของอีกฝ่ายกำลังขบเข้าหากันจนแน่นสนิท
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักแบบดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ
- ไฟเยอร์บลัด -
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 14
ปาร์ตี้ลับที่ห้ามปฏิเสธ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!