กลิ่นอายความอุ่นร้อนจากสัมผัสเมื่อครู่ยังคงเจือจางอยู่บนกลีบปาก ทว่าช่องว่างระหว่างเรากลับถูกถอยร่นด้วยแรงผลักไสที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ทิวาสะบัดหน้าหนีไปทางกระจกใสข้างเบาะโดยสาร ลมหายใจหอบกระชั้นผ่านจมูกรั้นเชิดขึ้นอย่างถือดี ขณะที่มือเรียวรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ เหมือนต้องการลบร่องรอยความพ่ายแพ้ที่เพิ่งเสียทีให้กับคนเจ้าเล่ห์
"คุณทำบ้าอะไรของคุณ คิมหันต์!"
เสียงหวานที่มักจะเจือความท้าทายอยู่เสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ ร่างบางในชุดนักศึกษาเข้ารูปขยับตัวชิดติดประตูรถฝั่งตรงข้ามจนแทบจะสิงเข้าไปในผนังห้องโดยสารของรถยนต์หรูคันงาม บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าความกดดันที่พุ่งสูงเสียดฟ้า แอร์เย็นฉ่ำไม่ได้ช่วยให้ความร้อนผ่าวบนใบหน้าของทิวาลดลงเลยแม้แต่น้อย
คิมหันต์นั่งนิ่งสนิทในความมืดสลัว แสงไฟนีออนจากท้องถนนด้านนอกที่ลอดผ่านฟิล์มกรองแสงเข้มทาบทับลงบนโครงหน้าคมคายสันเหลี่ยม ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองนิ่งมาที่คนตัวเล็กกว่า รอยยิ้มมุมปากที่มักจะปรากฏขึ้นเพื่อยั่วโมโหถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉย ทว่าแววตกลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
มือหนาที่เพิ่งทำหน้าที่อุกอาจเลื่อนกลับมาวางบนพวงมาลัยรถ นิ้วเรียวยาวเคาะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความคิดที่กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็วภายใต้ความนิ่งขรึม
"ปิดปากคนที่พูดมากเกินไป" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังพอกระชากสติของคนฟังให้หลุดกระเจิง "หรือวาชอบให้ทำอย่างอื่นมากกว่า... ถึงได้โวยวายเสียงดังขนาดนี้"
"ไอ้...!" ทิวาหันขวับกลับมาถลึงตาใส่ หมัดเล็กๆ กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น! อย่ามาเฉไฉเปลี่ยนประเด็นนะ คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ หุ้นส่วนเหรอ? ข้อเสนอแต่งงานบ้าบออะไรนั่น... คุณคิดว่าชีวิตผมเป็นของเล่นที่จะหยิบมาดีลเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอครับ!"
น้ำเสียงของทิวาเจือความตัดพ้อลึกๆ โดยที่เจ้าตัวอาจไม่ทันรู้ตัว ความกดดันตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั้งเรื่องภาระหนี้สินของครอบครัวและสายตาสมเพชจากคนรอบข้าง หลอมรวมเข้ากับความอึดอัดที่มีต่อผู้ชายใจร้ายคนนี้จนมันเอ่อล้นทะลักออกมาเป็นหยาดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่บริเวณขอบตาคู่สวย
คิมหันต์ชะงัก นิ้วที่เคาะพวงมาลัยหยุดกึกลงทันที
ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธปนน้อยใจ ความรู้สึกบางอย่างกระชากวูบในอก ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครและไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครหน้าไหน กลับรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ มาถ่วงไว้ที่ลิ้นปี่เมื่อเห็นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาขวางกั้นความดื้อรั้นนั้น
ไอ้ท่าทางพยศเหมือนแมวป่าที่พร้อมจะข่วนหน้าเขาได้ตลอดเวลามันหายไปไหน ทำไมตอนนี้ทิวาถึงดูเปราะบางราวกับจะแตกสลายได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส
รถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้คอนโดมิเนียมหรูส่วนตัวของคิมหันต์ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เครื่องยนต์ถูกดับลง เหลือเพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจของคนทั้งคู่ให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ร้องไห้ทำไม" เสียงทุ้มเอ่ยถามแผ่วเบາ ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"ไม่ได้ร้อง!" ทิวารีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ อย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ "ผมแค่... หงุดหงิดที่คุณชอบทำตัวเหนือกว่าคนอื่น ชอบคิดว่าเงินซื้อทุกอย่างได้ แม้กระทั่งความรู้สึกของคน"
คิมหันต์ถอนหายใจยาวพรืด เขากดปลดล็อกประตูรถก่อนจะเอี้ยวตัวข้ามเบาะมาประชิดร่างบางที่ติดมุมรถ ทิวาผวาเฮือกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาลอยเข้ามาใกล้ในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองศึก
"ฟังฉันให้ดีนะ... ทิวา" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการสะกดให้คนฟังเชื่อมั่นในทุกคำพูด "ที่ฉันทำทั้งหมด... ที่ฉันยื่นข้อเสนอให้... ไม่ใช่เพราะฉันนึกสนุกอยากได้ของเล่นชิ้นใหม่"
ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน "แล้ว... เพราะอะไรล่ะครับ"
นิ้วเรียวหนาเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ ทำให้หัวใจของทิวากระตุกวูบอย่างแรง
"เพราะฉันทนมองนายดิ้นรนอยู่คนเดียวไม่ได้" คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก ประโยคสั้นๆ ที่ทรงพลังทำเอาทิวานิ่งค้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
"คุณ..."
"ถ้าไม่อยากแต่งงาน... ก็ถือซะว่าเป็นการเซ็นสัญญาเป็นเด็กในคาบสมุทรของฉันก็แล้วกัน" ประธานหนุ่มยักคิ้วกวนประสาท รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าคมคายอีกครั้งเพื่อทำลายบรรยากาศซึ้งๆ เมื่อครู่ "เงินเดือนหลักล้าน หนี้สินทั้งหมดฉันเคลียร์ให้ แลกกับการที่นายต้องมานั่งทำหน้าบึ้งให้ฉันดูทุกวัน... คุ้มจะตายไม่ใช่เหรอครับ คุณว่าไง?"
ทิวากัดริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลคำพูดหน้าไม่อายนั้นอย่างรวดเร็ว ความซึนเดระเระพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนอยากจะยกเท้าขึ้นไปยันหน้าผากหล่อๆ นั่นสักที สรุปไอ้ที่พูดซึ้งเมื่อกี้มันคือการหยอดมุกจีบแบบฉบับประธานรวยล้นฟ้าสินะ!
"คนฉวยโอกาส! ใครจะไปตกลงกับคุณกันเล่า หนี้ผมน่ะ ผมหาใช้เองได้น่า!" ทิวาเชิดหน้าใส่ สะบัดตัวหนีทำท่าจะเปิดประตูรถหนีความน่าหมั่นไส้นี้
ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ได้ทัน รั้งร่างบางให้กลับมาชนเข้ากับแผงอกอุ่น ทิวาอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ก่อนที่ลมหายใจจะสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคนพี่ไล้เกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มใส พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าที่ดังชิดริมหู
"ปากแข็งชะมัด... แต่ระวังตัวไว้เถอะ" คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ต่อให้ปากจะบอกว่าไม่... แต่ฉันจะทำให้นายซนไม่ออกเลยคอยดู"
ตู๊ด... ตู๊ด... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของคิมหันต์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ภายในรถ ประธานหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ
ทิวาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุม เตรียมจะผลักประตูรถหนี แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของคิมหันต์ที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืดเสียก่อน
ชื่อนั้น... ทำเอาเลือดในกายของทิวาเย็นเฉียบลงทันที พร้อมกับลมหายใจที่สะดุดกึกด้วยความตกใจ
"พี่คิมคะ... อยู่ไหนเหรอคะ? นันท์มารอที่ห้องนานแล้วนะ ทำไมไม่รับสายเลยล่ะคะ"
เสียงหวานใสที่ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบงัน ทำให้ทิวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ขณะที่คิมหันต์ชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 13
เคลียร์ใจในรถหรู
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!