แก้วคริสตัลทรงสูงในมือของคิมหันต์แทบจะร้าวคามือหนา เมื่อประโยคเย้ยหยันเคลือบยาพิษจากปากของ 'ศุภณัฐ' แขกไม่invited ลอยละลิ่วเข้ามาปะทะบรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีในเลานจ์หรู ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของไฮโซสาวตระกูลดังที่นั่งหน้าเซ่ออยู่ข้างกายท่านประธานหนุ่ม
"หลักฐานสำคัญอะไรของนาย... ศุภณัฐ"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด คิมหันต์ปรายตาคมกริบมองผู้มาใหม่ที่ถือวิสาสะหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มมุมปากของศุภณัฐชวนให้สะอสะริดสะท้านไม่น้อยในสายตาคนอื่น แต่สำหรับคิมหันต์ มันคือรอยยิ้มของพวกสอดรู้สอดเห็นที่สมควรโดนเตะออกไปจากตึกนี้เสียให้พ้น
ทิวายืนนิ่งอยู่ข้างเก้าอี้ ดวงตากลมโตไหวระริกชั่ววูบก่อนจะกลับมาเรียบเฉย ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระดาษกระทบกระจกดังชัดเจนในความเงียบที่ถูกสร้างขึ้นโดยความอึดอัด
"ก็เรื่องประวัติการทำงาน... เอ๊ะ หรือควรเรียกว่าประวัติการหนีหนี้ของเด็กคนนี้ดีล่ะ" ศุภณัฐลากเสียงกวนประสาท พรางปรายตามองทิวาหัวจรดเท้าด้วยแววตาสمเพชเวทนา "ฉันแค่ไม่อยากให้ท่านประธานผู้เพอร์เฟกต์ต้องมาแปดเปื้อนเพราะเด็กฝึกงานเส้นสาย ที่เบื้องหลังมีคดีติดตัวเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็เท่านั้นเองครับ"
ไฮโซสาวข้างกายคิมหันต์ยกมือขึ้นทาบอก อุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ "ตายจริง... นี่คุณคิมเก็บบุคคลอันตรายไว้ใกล้ตัวเหรอคะเนี่ย"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น ไอความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ ประธานหนุ่มไม่แม้แต่จะชายตาแลแฟ้มเอกสารบนโต๊ะด้วยซ้ำ รังสีความหงุดหงิดพุ่งพล่านในอก ไม่ใช่เพราะเขาเชื่อคำพูดของศุภณัฐ แต่เป็นเพราะไอ้ท่าทางอวดดีและสารพัดคำดูถูกที่พ่นใส่คนของเขาต่างหากที่น่ารำคาญ
"พูดจบหรือยัง"
คิมหันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้ศุภณัฐชะงักรอยยิ้มค้าง ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของประธานหนุ่มตวัดกลับมามองหน้าคู่สนทนาช้าๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ
"นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเอาเรื่องไร้สาระพวกนี้มาขัดเวลาส่วนตัวของฉัน... แถมยังมาตัดสินคนของฉันต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้"
"คนของนาย?" ศุภณัฐทวนคำเสียงสูง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ "นายหมายถึงเด็กนี่น่ะเหรอคิม? อย่าบอกนะว่าท่านประธานผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างนาย จะลดตัวลงมาเล่นสนุกกับเด็กฝึกงานโนเนมคนนี้ แค่เพราะหน้าตาดีไปวันๆ..."
หมรับ!
คิมหันต์ไม่ปล่อยให้ศุภณัฐได้พูดจบประโยค ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนทุกคนในโต๊ะต้องผงะถอย รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของทิวาที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่ข้างๆ ออกแรงกระชากเพียงเบาๆ ร่างบางก็เซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างตามแรงดึงโดยอัตโนมัติ
ทิวาสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อฝ่ามือหนาของคิมหันต์เลื่อนลงมาประสานเข้ากับนิ้วมือของเขา แล้วรวบจับไว้แน่น ยึดตรึงเอาไว้ต่อหน้าทุกคนในห้อง
"ฟังให้ดีนะศุภณัฐ..." คิมหันต์ก้มหน้าลงกระซิบด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน ทว่าทุกคำพูดกลับชัดเจนและบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "ทิวาไม่ใช่แค่เด็กฝึกงาน... และไม่ใช่คนที่นายจะมีสิทธิ์มาใช้น้ำเสียงดูถูกเหียดหยามแบบนี้ใส่"
ไฮโซสาวเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจจนแทบทำแก้วหลุดมือ "คุณคิม... หมายความว่ายังไงคะ?"
"ก็ตามที่ได้ยิน" คิมหันต์ตอบหน้าตาย สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนในโต๊ะด้วยความเย่อหยิ่งดุดัน "ทิวาคือคนของฉัน สถานะของเขาในบริษัทนี้ และในชีวิตส่วนตัวของฉัน... ชัดเจนพอที่ทำให้คนนอกอย่างนายต้องหุบปากแล้วไสหัวออกไปจากห้องนี้ได้หรือยัง"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ศุภณัฐเองก็ยังหน้าซีดเผือดด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าคนอย่างคิมหันต์ผู้ไม่เคยชายตามองใคร จะประกาศสถานะคลุมเครือแต่ชัดเจนในความรู้สึกออกมาโต้งๆ แบบนี้
ทิวาร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตัวโตที่ยืนบังลมบังฝนให้อย่างไม่เชื่อสายตา ตัวตนของเขาถูกประกาศกร้าวออกมาท่ามกลางผู้คนระดับท็อปของสังคม... มันทั้งน่าตกใจ น่าอาย และในขณะเดียวกัน ความรู้สึกอุ่นวาบก็แล่นพล่านไปทั่วหัวใจอย่างห้ามไม่อยู่
ไอ้บ้าคิมหันต์เอ๊ย... ออกตัวแรงชะมัด!
"นาย... นายเสียสติไปแล้วแน่ๆ คิม" ศุภณัฐกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ พยายามรักษาฟอร์มต่อหน้าคนอื่น "ยอมเอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกกับเด็กกะโปโลเนี่ยนะ!"
"จะเป็นจะตายยังไง ก็เรื่องของฉัน" คิมหันต์สวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด "การรักษาความปลอดภัยของบริษัทคงบกพร่องมาก ถึงปล่อยให้หมาขี้เรื้อนหลุดเข้ามาเห่าหอนในพื้นที่วีไอพีได้... เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. หิ้วปีกนายออกไปเอง"
ศุภณัฐกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น แต่เมื่อเจอสายตาดุดันคุกคามของคิมหันต์เข้าไป ก็จำต้องสะบัดหน้าหนีอย่างเสียหน้า คว้ากระเป๋าแล้วเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปโดยไม่กล้าพูดอะไรต่อ
เมื่อแขกตัวปัญหาลับตาไป ความเงียบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง ไฮโซสาวรีบเก็บข้าวของแล้วขอตัวลาออกไปด้วยความกล้าๆ กลัวๆ จนในที่สุด ภายในห้องวีไอพีก็เหลือเพียงแค่เขaตสองคน
มือหนายังคงกุมข้อมือทิวาแน่น ไม่ยอมปล่อยแม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงแล้ว ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามขยับข้อมือเพื่อเป็นเชิงบอกให้ปล่อย แต่คิมหันต์กลับกระชับมือให้แน่นขึ้นไปอีก จนร่างบางต้องยอมแพ้แล้วเงยหน้าขึ้นสบตา
"ปล่อยได้แล้วมั้งครับ ท่านประธาน" ทิวาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนในอก "ประกาศกร้าวซะขนาดนั้น กลัวคนเขาไม่รู้หรือไงว่าชอบหาเรื่องใส่ตัว"
คิมหันต์หันกลับมามองคนปากเก่งที่ยังคงเชิดหน้าสู้สายตา ใบหน้าคมคายฉายแววดุดันตามประสาคนปากแข็ง แต่ประกายตาในยามที่มองสำรวจใบหน้าหวานนั้นกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันไม่ได้หาเรื่องใส่ตัว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าจริงจังจนทิวาต้องชะงัก "ฉันแค่ปกป้องสิ่งที่ 'เป็นของฉัน' ก็เท่านั้น"
"ใครเป็นของคุณกัน... พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ปล่อยเลยนะ มือจะหักอยู่แล้ว" ทิวาโวยวายกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู พยายามดึงมือออกอีกครั้ง แต่คิมหันต์กลับก้าวเข้าไปประชิดตัว บีบปลายคางมนให้เงยขึ้นรับสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
"ปากเก่งนักนะ..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทุเข้าหากันจนทิวาต้องกลั้นหายใจ "เมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้หน้าแดงแจ๋ล่ะ หือ... ทิวา?"
ทิวาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดจากอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายนิ้วอุ่นที่แตะอยู่บนคางส่งกระแสความวูบวาบไปทั่วร่าง จนสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก
ดวงตากลมโตหลุบลงมองริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังขยับพูดคำเตือนสุดท้ายก่อนที่โลกทั้งใบจะหยุดหมุน
"จำไว้... อย่าคิดจะไปไหนทั้งนั้น เพราะต่อจากนี้ นายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉันอีกแล้ว"
คำประกาศิตที่พ่วงด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้ทิวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ริมฝีปากอุ่นร้อนของคนตรงหน้ากำลังโน้มลงมาประทับปิดกั้นทุกคำปฏิเสธอย่างรวดเร็ว...
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 12
ออกตัวแรง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!