ควันสีเทาคลุ้งที่พวยพุ่งออกจากเครื่องปิ้งขนมปัง คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า ความพยายามในการเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ของทิวาในเช้าวันนี้... ล่มสลายไม่เป็นท่า
"ถ้าคิดจะเผาคอนโดผมเพื่อฆาตกรรมหมู่ทางอ้อม ช่วยบอกล่วงหน้าจะได้ทำประกันเพิ่มนะครับ, คุณทิวา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นที่, ขอบประตูห้องครัว คิมหันต์ยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบมองสภาพห้องครัวที่ตอนนี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม ขนมปังแผ่นหนากลายสภาพเป็นถ่านก้อนสีดำส่งกลิ่นไหม้คละคลุ้ง ไข่ดาวในกระทะไหม้เกรียมจนขอบกรอบเป็นสีน้ำตาลเข้ม และที่แย่ที่สุดคือเจ้าของผลงานกำลังยืนไอโขลกๆ พร้อมกับใช้ผ้ากันเปื้อนลายหมีพูห์โบกไล่ควันพัลวัน
ทิวาหันขวับมาค้อนใส่ทันที ปากบางๆ เบะคว่ำลงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้สภาพตัวเองจะดูไม่จืด ใบหน้าหวานมีรอยเขม่าสีดำติดอยู่ที่ข้างแก้ม เส้นผมที่เคยเซ็ตมาอย่างดีตอนนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง
"อุบัติเหตุต่างหากเล่า! อีกอย่าง... ใครใช้ให้เครื่องปิ้งขนมปังบ้านคุณระบบรวนล่ะครับ ตั้งเวลาไว้สามนาทีแต่มันเล่นปิ้งซะสุกจนเป็นถ่านภายในสามสิบวินาทีแบบนี้ เป็นเพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าบ้านคุณต่างหากที่พยายามจะฆาตกรรมผม!"
"อ๋อเหรอครับ โทษเครื่องใช้ไฟฟ้าเพราะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองทำอาหารไม่เป็นสินะ" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้ามาใกล้พื้นที่อันตรายทีละก้าว สายตากวาดมองความพินาศตรงหน้าด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนเอ็นดูที่เขาไม่มีวันปริปากบอกออกไปเด็ดขาด "จำสัญญาที่เราทำกันไว้ในดีลลับได้ไหมครับ? หน้าที่เตรียมอาหารเช้าเป็นของ 'เชฟจำเป็น' อย่างคุณ... แต่ดูสภาพตอนนี้สิ ถ้าผมกินเข้าไป คงได้ไปนอนหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาลก่อนเซ็นสัญญาโปรเจกต์ใหญ่แน่ๆ"
"ก็บอกว่ามันแค่วิธีการทำผิดพลาดทางเทคนิคไงเล่า!" ทิวาเถียงเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีประธานบริษัทหนุ่มไฟแรง แม้ในใจจะแอบสะดุ้งกับระยะห่างที่อีกฝ่ายลดลงมาจนแทบจะชิด "ถ้าเก่งนัก ทำไมคุณไม่ลงมือทำเองตั้งแต่แรกดูล่ะครับ ท่านประธานผู้เพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์!"
คิมหันต์หยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของร่างเพรียว ระยะห่างระหว่างเขากับทิวาแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงปะปนกับกลิ่นไหม้จางๆ ลอยเข้าจมูกจนทิวาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือหนายื่นข้ามไหล่บางไปปิดสวิตช์เตาไฟฟ้าที่ยังเปิดทิ้งไว้ ปลายนิ้วแกร่งเฉียดผ่านต้นแขนของนายเอกไปนิดเดียวจนเกิดกระแสไฟแปลบปลาดยามที่ผิวสัมผัสกัน
"หึ... ปากเก่งจังนะครับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหู ไอร้อนจากลมหายใจของคิมหันต์เป่ารดลาดไหล่จนทิวาต้องห่อตัวด้วยความจั๊กจี้ "ปากดีแบบนี้ หวังว่าฝีมืออย่างอื่นจะดีเหมือนปากนะ... ไม่อย่างนั้น ผมคงต้องทบทวนดูใหม่แล้วล่ะ ว่าควรจะเพิ่มบทลงโทษอะไรดีสำหรับคนทำผิดสัญญา"
ทิวารู้สึกเหมือนหัวใจกระโดดลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะกลัวบทลงโทษ แต่เป็นเพราะระยะประชิดนี้มันอันตรายเกินไป ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคิมหันต์ผ่านกระจกเงาตู้ครัว พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้ท่าทีดื้อรั้น
"ถอยไปเลยนะ! มายืนหายใจรดต้นคอแบบนี้ผมอึดอัด... อีกอย่าง เลิกเอาเรื่องดีลมาขู่ผมสักที ผมไม่ได้กลัวคุณหรอก!"
"ปากแข็ง" คิมหันต์พึมพำเบาๆ มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่รี้ดเดอร์สายซึนไม่มีทางได้เห็นจากคนอื่น ยกเว้นก็แต่... คนดื้อที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ตรงนี้คนเดียว มือหนาถือวิสาสะคว้าผ้ากันเปื้อนออกจากตัวทิวา ก่อนจะดันร่างบางให้ถอยออกไปพ้นทาง แล้วลงมือจัดการเก็บกวาดซากอารยธรรมที่ทิวาทิ้งไว้ด้วยความคล่องแคล่ว
ทิพายืนกอดอกมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังจัดการหน้าเตาด้วยความหมั่นไส้ครึ่งหนึ่ง ทึ่งครึ่งหนึ่ง ประธานบริษัทพันล้านที่ต้องใส่สูทเนี้ยบตลอดเวลา กลับยืนทำหน้าบึ้งผัดไข่ดาวในครัวคอนโดตัวเองได้อย่างคล่องแคล่ว มันเป็นภาพย้อนแย้งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ดูดีจนน่าโมโห
"มองอะไรครับ? หิวจนอยากกินผมแทนไข่ดาวหรือไง" คิมหันต์พูดโดยไม่หันกลับมา แต่รอยยิ้มมุมปากฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ดีแค่ไหนที่ได้แซะนายเอกปากเก่ง
"หลงตัวเองที่สุด!" ทิวาพ่นลมหายใจใส่พรวดใหญ่ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะอาหารด้วยความหงุดหงิด "ทำให้มันอร่อยสมปากด้วยนะคุณ ถ้าไม่อร่อยผมจะหักคะแนนความประพฤติคุณแน่"
"หึ... ระวังเถอะครับ คนที่จะถูกหักคะแนนจนต้องมานั่งร้องไห้ง้อผม... จะไม่ใช่ผม"
คิมหันต์วางจานอาหารเช้าหน้าตาน่ากินลงตรงหน้าทิวา กลิ่นหอมกรุ่นของเบคอนและไข่ดาวเยิ้มๆ เรียกน้ำลายในปากให้ทำงานทันที ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทิฐิที่มีอยู่เริ่มสั่นคลอนเมื่อท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องประท้วงออกมาดังลั่นห้อง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงส้อมกระทบจานเบาๆ ทิวาตักไข่ดาวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ดวงตากลมโตฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด แม้จะไม่อยากยอมรับแต่อาหารฝีมือคิมหันต์มันอร่อยกว่าที่คิดไว้เยอะมาก
"อร่อย... ใช่ไหมล่ะครับ?" คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบ ดวงตาคมจ้องมองคนที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนกระต่ายน้อยจอมดื้อ
"ก็... พอกินได้" ทิวาตอบเสียงอ้อมแอ้ม เบือนหน้าหนีสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้น
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสงบสุขบนโต๊ะอาหาร ทั้งคิมหันต์และทิวาชะงัก คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ใครกันที่บังaụcมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวแบบนี้
ทิวาลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความสงสัย "เดี๋ยวผมไปดูให้เอง..."
ทิวาก้าวเดินไปที่ประตูก่อนจะเปิดออก ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอให้อนุญาต พร้อมกับรอยยิ้มเยдяเย็นที่ส่งมาให้
"เซอร์ไพรส์... พี่คิมครับ ผมกลับมาจากต่างประเทศแล้วนะ"
ดวงตาคมของคิมหันต์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือน บรรยากาศในห้องที่เคยอบอุ่นและปะทะคารมกันเมื่อครู่ เย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความซึนของท่านประธานคิมกับน้องวานะครับ!
ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 4
อาหารมื้อแรกที่ไม่สงบสุข
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!