ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย•ตอนที่ 16

ลากกลับบ้าน

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
“ปล่อยนะ! คุณคิมหันต์... ผมบอกให้ปล่อยไงวะ!” เสียงท่าวาตวาดลั่นท่ามกลางความโกลาหลของงานปาร์ตี้ฉลองโปรเจกต์ใหญ่ระดับพันล้าน แต่ดูเหมือนเสียงนั่นจะไร้ความหมายเมื่อเทียบกับแรงบีบที่ข้อมือซึ่งกำลังลากเขาฝ่าฝูงชนออกไปยังทางออกฉุกเฉินอย่างไม่แยแส สายตานับร้อยคู่ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราหันมามองเป็นตาเดียว บ้างก็กระซิบกระซาบ บ้างก็ทำหน้าตกตะลึง แต่ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างคิมหันต์หาได้สนใจสายตาของใครไม่ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนขึ้นสันกราม ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวทอประกายเกรี้ยวกราดชนิดที่ว่าต่อให้ใครกล้าเข้ามาขวางตอนนี้ก็คงโดนแช่แข็งจนตายคาที่ คิมหันต์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระชากตัวคนดื้อรั้นให้เดินตามแรงเหวี่ยงจนเกือบสะดุดล้ม ทิวาหน้าเสียด้วยความโกรธ ทั้งเจ็บข้อมือและอับอายจนหน้าชา รีบง้างมืออีกข้างหมายจะฟาดแผ่นหลังกว้างสักที แต่มีหรือที่คนอย่างคิมหันต์จะยอมให้ทำแบบนั้น ปัง! ประตูห้องโดยสารลิฟต์ส่วนตัวปิดสนิท ตัดขาดจากเสียงเพลงและผู้คนภายนอกทันที ทิวาถูกดันจนแผ่นหลังกระแทกกับผนังเย็นเฉียบของลิฟต์ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มจะก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง อกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองสำรวจเรือนร่างของคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง “สนุกมากไหม... การไปยืนหัวร่อต่อกระซิกกับไอ้เด็กวิศวะปีสี่คนนั้นน่ะ หือทิวา?” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบเสียจนน่ากลัว มันไม่ใช่แค่ความโมโห แต่มันคือความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด คิมหันต์กัดกรามแน่น มือหนายกขึ้นกั้นขอบผนังกลายๆ เป็นการกักขังอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย ทิวายังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดหวั่นปนความโกรธ เขาส่งยิ้มหยันให้คนที่กำลังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งที่สถานะระหว่างพวกเขามันเป็นแค่ ‘ดีลลับ’ ทางธุรกิจเท่านั้น “แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะครับ?” ทิวาย้อนถามเสียงแข็ง ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว “ผมจะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใคร มันก็อยู่ในขอบเขตชีวิตส่วนตัวของผม หรือว่าในสัญญาบ้าๆ นั่นมันระบุไว้ด้วยว่าห้ามผมหายใจรดต้นคอผู้ชายคนอื่นนอกจากคุณ?” “ทิวา!” คิมหันต์คำรามลั่น ข้อมือที่ถูกปล่อยเป็นอิสระถูกมือหนาคว้าหมับเข้าที่คางมน บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับสายตาดุร้ายที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล “อย่ามาท้าทายความอดทนของฉันนะ! นายรู้ดีว่าฉันเกลียดอะไรรอยยิ้มเรี่ยราดแบบนั้นที่สุด ทำไม? หรือเพราะฉันตามใจนายมากเกินไป นายเลยคิดว่าจะทำตัวร่านไปทั่วแบบนี้ได้งั้นเหรอ!” เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้วสากของคิมหันต์ดังสนั่นก้องลิฟต์ ทิวาหอบหายใจจนตัวโยน ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยดน้ำใสด้วยความคับแค้นใจ คำก็ร่าน สองคำก็มองเขาเป็นแค่ของเล่นราคาแพง ทั้งที่เขาพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองมาตลอด “ปากพล่อยๆ แบบนี้... เก็บไว้พูดกับคนที่เขารักคุณเถอะครับ!” ทิวากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามผลักอกแกร่งให้ออกห่าง “ปล่อยผม! งานเลี้ยงยังไม่เลิก และผมไม่ได้อยากกลับเพนต์เฮาส์บ้าบออะไรนั่นกับคุณด้วย!” ลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นบนสุดโดยไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมาอีก บรรยากาศภายในอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดและแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ ทันทีที่ประตูเปิดออก คิมหันต์ไม่รอช้า เขาช้อนตัวคนดื้อรั้นขึ้นพาดบ่าในท่าแบกกระสอบทันที ทิวาร้องอุทานด้วยความตกใจ ทุบตีแผ่นหลังกว้างและด่ากราดไม่เป็นภาษา แต่คนตัวโตกว่ากลับก้าวเดินยาวๆ ไปตามทางเดินพรมหนานุ่มตรงดิ่งไปยังห้องชุดส่วนตัวอย่างไร้ความปรานี ปัง! เสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างแรง ร่างของทิวาถูกโยนลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่อย่างไม่เบามือนัก ก่อนที่ร่างสูงของประธานหนุ่มจะตามทาบทับลงมา กักขังเขาไว้ใต้ร่างด้วยความเร็วและดุดัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง ทิวาพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่แรงของนักกีฬาเก่าอย่างคิมหันต์มีหรือที่คนตัวบางกว่าจะสู้ไหว “คุณมันบ้าไปแล้ว คิมหันต์! ปล่อยผมลงนะโว้ย!” “ใช่... ฉันมันบ้า!” คิมหันต์ก้มลงกระซิบชิดริมหีบปากนุ่ม น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น “บ้าเพราะหวงนายจนแทบคลั่ง บ้าจนอยากจะล่ามโซ่นายไว้ไม่ให้ใครหน้าไหนได้มองเห็นรอยยิ้มแบบนั้นอีก! นายคิดว่าทำไมฉันถึงต้องลากนายออกมา หึ... นายมันใจร้ายทิวา นายไม่เคยรู้เลยว่าเวลาที่นายไปยืนใกล้ไอ้พวกนั้น หัวใจฉันมันแทบหยุดเต้น!” คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาอย่างดิบเถื่อนทำให้ทิวาชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนวุ่นวายในอก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาของหมาบ้าตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดอย่างแท้จริง “คุณ... พูดบ้าอะไร…” “ฉันไม่ได้บ้า!” คิมหันต์กดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างรุนแรงราวกับต้องการทำโทษ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากมาหยุดอยู่ใกล้ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงเผยอค้าง “ถ้าไม่อยากให้ฉันทำมากกว่านี้ ก็เลิกดื้อกับฉันสักทีทิวา... บอกฉันสว่านายไม่ได้รู้สึกอะไรกับไอ้เด็กนั่น บอกมาสิ!” นิ้วเรียวของคิมหันต์เกลี่ยแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ความดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนที่หาดูได้ยากจากประธานหนุ่มผู้หยิ่งยศ ทิวานิ่งงัน ปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่สะท้อนเงาของเขาอยู่เพียงผู้เดียว ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องนั่งเล่นกว้าง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ประสานกัน ทิเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธเพื่อรักษาฟอร์มของตัวเอง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเปล่งเสียงนั้นออกไป... กริ๊ก... เสียงปลดล็อกประตูห้องชุดจากภายนอกดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงัด ทั้งคิมหันต์และทิวาชะงักกังหันพร้อมกัน ดวงตาคมกริบของพระเอกหนุ่มหันขวับไปมองยังทางเข้าโถงทางเดินทันทีด้วยความตกใจปนฉุนเฉียว เพราะคิมหันต์มั่นใจว่าระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ชั้นนี้มีเพียงเขาและเลขาส่วนตัวเท่านั้นที่มีคีย์การ์ด ร่างโปร่งของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงหวานใสที่เอ่ยทักทายขึ้นอย่างสนิทสนม “พี่ยักษ์คะ... อ้าว? แขกเหรื่อไปไหนหมด ทำไมพี่คิมถึงรีบหนีออกจากงานล่ะคะ... อุ๊ย!” ทิวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของแขกยามวิกาลชัดเจน เช่นเดียวกับคิมหันต์ที่หน้าถอดสี ทันทีที่หันไปสบตากับผู้มาใหม่ซึ่งเป็นคนจากอดีตที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילนใจท่านประธานปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%