เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 3

ตบหน้าผู้อาวุโส

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดั่งเสียงอีกาผีทุบตีลงบนแผ่นป้ายตระกูลเซียวจนเศษไม้ผุกร่อนปลิวว่อนกลางอากาศ ความเงียบงันอันน่าอดสูของผู้อาวุโสตระกูลสายรองถูกแทนที่ด้วยความหยิ่งผยองของจ้าวเปียว ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ดซึ่งส่งตรงมาจากสำนักกระบี่ทมิฬ ร่างกำยำในชุดคลุมสีดำปักลายหัวกะโหลกย่างสามขุมเข้ามาในเขตโถงตระกูล เบื้องหลังของมันคือเหล่าศิษย์น้องที่พากันกวาดสายตาดูกลูดกลุ้มและดูแคลนต่อผู้คนรอบข้าง "ตระกูลเซียวช่างตกต่ำลงทุกวัน ถึงกับต้องส่งคนแก่ใกล้ลงโลงกับเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาต้อนรับพวกเราหรือไร?" จ้าวเปียวแสยะยิ้มกว้างจนเห็นซี่ฟันสีเหลือง องคาพยพในร่างแผ่ไอสังหารรุนแรงกดทับบีบคั้นจนผู้อาวุโสสายหลักหลายคนถึงกับหน้าซีดเผือดกระอักเลือดคำโตออกมา เซียวหานหรี่ตาลงเล็กน้อย ปราณกระบี่ในมือเริ่มส่งเสียงร้องคำรามราวกับกระหายเลือด ความแค้นในอดีตชาติและการหักหลังในปัจจุบันกำลังบรรจบกัน ณ จุดนี้ ดวงตาคู่นั้นมิได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นเยียบดุจมหาสมุทรน้ำแข็งหมื่นปีที่จ้องมองไปยังซากสวะที่กำลังเต้นเร่าบนความฉิบหายของผู้อื่น "เจ้า... เจ้าเด็กไร้ค่าเซียวหาน ยังไม่รีบกราบลงแทบเท้าคารวะศิษย์พี่จ้าวอีก!" ผู้อาวุโสสายรองผู้ทรยศนามเซียวเฉิงส่งเสียงตวาดกร้าว หวังใช้ความจงรักภักดีจอมปลอมต่อสำนักกระบี่ทมิฬมาเหยียบย่ำสายเลือดเดียวกัน เซียวหานไม่แม้แต่จะชายตามองคนทรยศผู้นั้น ฝ่าเท้าก้าวออกไปเบาหวิวราจMสายลมพัดผ่าน ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนพื้นหินใต้รองเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว ร่างโปร่งบางในชุดศิษย์สีขาวเก่าคร่ำครึยืนหยัดตระหง่านขวางหน้าจ้าวเปียวไว้ ราวกับภูเขาไท่ซานที่ต่อให้ฟ้าถล่มก็ไม่มีวันสั่นคลอน "สุนัขรับใช้จากสำนักขยะ กล้าดียังไงมาเหยียบย่างบนแผ่นดินตระกูลเซียว" น้ำเสียงของเซียวหานราบเรียบทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณ ทุกลมหายใจที่ถูกขับออกมาแฝงไว้ด้วยแรงกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ใต้ร่างมนุษย์ จ้าวเปียวชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยสัญชาตญาณดิบที่ร้องเตือนภัย แต่วินาทีต่อมา ความโกรธเกรี้ยวก็เข้าครอบงำเมื่อมันตระหนักว่าตนถูกเด็กหนุ่มขอบเขตพลังที่อ่อนด้อยกว่าเยาะเย้ยต่อหน้าธารกำนัล "ไอ้สวะ! รนหาที่ตายนักนะ เจ้าคิดว่ามีดีอะไรถึงกล้าสามหาวต่อหน้าข้า!" พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของจ้าวเปียวราวกับอสรพิษคลั่ง มันซัดฝ่ามือออกเต็มกำลังหมายปลิดชีพเซียวหานในคราเดียว ลมพายุจากการโจมตีพัดพาข้าวของภายในโถงกระจัดกระจาย เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเซียวต่างพากันหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว คิดว่าเซียวหานคงกลายเป็นเศษเนื้อบดละเอียดในพริบตา ทว่า เซียวหานเพียงแค่ยกมือขึ้นอย่างเกียจคร้าน นิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักชี้ตรงไปข้างหน้าโดยไร้ซึ่งกระบวนท่าที่ซับซ้อน นั่นคือ "วิชาดรรชนีเมฆาไร้ลักษณ์" วิชาขั้นต้นที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปใช้ประดับสำนัก แต่เมื่ออยู่ในมือของอดีตมหาเทพ มันกลับกล aบกลายเป็นการชี้ชะตาความเป็นความตาย *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดก้องกังวานสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะสะท้อนกลับจนศิษย์สำนักกระบี่ทมิฬที่ยืนดูอยู่กระเด็นลอยไปคนละทิศละทาง จ้าวเปียวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อนิ้วชี้ของเด็กหนุ่มตรงหน้าทะลวงผ่านเกราะปราณป้องกันของมันเข้ามาดั่งไม้จิ้มฟัน ปราณกระบี่อันคมกริบพุ่งทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรหลักทั่วร่างในชั่วพริบตาเดียว *อั๊ก!* กระดูกทั่วร่างของจ้าวเปียวส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ ร่างกำยำลอยละลิ่วปลิวไปกระแทกกับเสาหินอัคนีด้านหลังจนหักสะั้นเป็นสองท่อน มันทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสดๆทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจราวกับได้เห็นภูตผีปีศาจ สติสัมปชัญญะเลือนรางลงพร้อมกับความจริงที่ว่า... ตนพ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าสวะด้วยการใช้นิ้วเดียว! ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง ผู้อาวุโสเซียวเฉิงหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัดจนแทบสำลักอากาศ ทั่วทั้งโถงตระกูลไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดังด้วยซ้ำ ทุกสายตาต่างจดจ้องไปยังแผ่นหลังอันสง่างามของเซียวหานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความดูแคลนกลายเป็นความยำเกรงดุจเทพเจ้า เซียวหานก้มมองจ้าวเปียวที่นอนรวยรินอยู่แทบเท้า มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไร้ความรู้สึก "ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ด... ช่างน่าสมเพชเสียจริง คนระดับนี้ยังกล้าอ้างตัวว่าเป็นยอดฝีมือสำนักใหญ่ กลับไปบอกเจ้าสำนักของพวกเจ้าเสีย ว่าหากอยากได้ตระกูลเซียว นักฆ่าฝีมือดีกว่านี้คงต้องถูกส่งมา... ไม่เช่นนั้น ข้าจะไปเยือนพวกมันด้วยตัวเอง" สิ้นคำพูดนั้น เซียวหานสะบัดชายเสื้อคราหนึ่ง ปราณกดดันมหาศาลก็จางหายไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งอกและตื่นตะลึงกับพลังอันไร้ขอบเขตของเขา ทันใดนั้นเอง ท้องน้ายามวิกาลที่เคยกระจ่างใสกลับถูกย้อมด้วยสีเลือดฉาน เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่งราวกับวันสิ้นโลก เสียงคำรามต่ำลึกจากห้วงมิติที่ร,กทร้างดังสะเทือนเลื่อนลั่นลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับเงาร่างมหึมาของบุรุษชุดคลุมโลหิตผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ ทั่วร่างแผ่ไอสังหารระดับราชันมารที่กดทับให้สรรพชีวิตต้องสั่นสะทพาน! "ฮ่าๆๆๆ... เซียวหาน ไม่เจอเสียนาน เจ้ายังคงสำแดงเดชได้น่าสนุกเช่นเคย... แต่เกรงว่าวันนี้... ลมหายใจของเจ้าจะมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว!" เสียงหัวเราะก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาด พร้อมกับกระบี่โลหิตเล่มมหึมาที่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมาปักลงกลางลานพิธี ขวางกั้นเส้นทางถอยของเซียวหานไว้ทั้งหมด! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่และหยดเลือดนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%