เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชาที่หลับใหล

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาอัคนี เสียงดัง *ติ๋ง* สะท้อนก้องกังวานในถ้ำมืดมิดราวกับเสียงฆ้องประหารชีวิต เซียวหานก้มมองแหวนหยกสีชาดบนนิ้วชี้ของตนเอง รอยแตกรานสายหนึ่งพาดผ่านเนื้อหยกเนียนละเอียดราวกับรอยแผลเป็นบนดวงใจของอดีตมหาเทพ ปราณกระบี่อสูรที่รั่วไหลออกมาจากรอยแตกนั้นแหลมคมจนบาดผิวหนังของเขาจนเลือดซึมออกมา แม้ร่างเนื้อปัจจุบันนี้จะยังอ่อนด้อยนัก แต่จิตวิญญาณภายในกลับตื่นตัวขึ้นอย่างดุร้าย "คิดจะปิดบังตัวตนของข้าด้วยโซ่ตรวนแห่งวัฏสงสารเช่นนั้นหรือ... ช่างน่าขันสิ้นดี" น้ำเสียงของเซียวหานราบเรียบ เย็นชา แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังกดดันมหาศาลจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว หลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่เบื้องหลังในระยะกระชั้นชิดถึงกับต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว นางปรายตามองบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ไอเย็นจากเคล็ดวิชาเมฆาจันทร์ของนางแผ่ซ่านเพื่อต้านทานแรงกดดันจากปราณที่เซียวหานปลดปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่งามของนางจ้องมองแผ่นหลังที่ดูบอบบางแต่กลับทนทานต่อมรสุมแห่งโชคชะตาได้อย่างน่าประหลาด ในห้วงเหพแห่งความตายที่สำนักมารอเวจีส่งมือสังหารมาปิดปากเมื่อชั่วยามก่อน นางคิดว่าตนเองคงต้องดับสูญพร้อมกับศิษย์สวะผู้นี้เสียแล้ว แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่า... เซียวหานในยามนี้ จะให้ความรู้สึกราวกับพญาอินทรีที่ซ่อนกรงเล็บไว้ใต้ร่มเงาของปีกอันอ่อนล้า "เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่, เซียวหาน" หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยยามที่สายตาปะทะเข้ากับรอยยิ้มมุมปากของเขา "ศัตรูหัวใจของเจ้า... หลี่มู่เหยาผู้นี้ไม่ได้หมายถึงแค่บรรดาคุณชายตระกูลใหญ่ในยุทธภพ แต่กำลังหมายถึงเงาหัวของเจ้าเองที่แขวนอยู่บนคมกระบี่ของจอมมารอเวจี" เซียวหานมิได้หันกลับไปมอง นางยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งจองหองตามแบบฉบับธิดาเจ้าสำนักเมฆาจันทร์ แต่เขารู้ดีว่าภายใต้ความเย็นชานั้น หัวใจของนางกำลังสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นเบื้องหน้า "หลี่มู่เหยา... เจ้าคิดว่าข้ากลัวมันหรือ?" เซียวหานค่อยๆ หมุนแหวนหยกบนนิ้ว ชั่วพริบตานั้น แสงสีทองเรืองรองก็สาดส่องออกมาจากรอยร้าวของหยกโบราณ มันมิใช่แสงสว่างธรรมดา แต่เป็นอักขระโบราณนับล้านตัวที่หมุนวนเป็นคัมภีร์ไร้ลักษณ์ ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ *วูบบบ—!* ม้วนคัมภีร์บรรพกาลที่หลับใหลมานานนับหมื่นปีค่อยๆ คลี่ตัวออก ปราณฟ้าดินโดยรอบเริ่มแปรปรวน ท้องฟ้าเหนתถ้ำมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมุนเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว สายฟ้าคำรามกึกก้องราวกับโกรธเกรี้ยวที่สิ่งต้องห้ามกำลังจะถูกเปิดเผย นี่คือ "คัมภีร์กลืนนภา" มรดกชิ้นสุดท้ายที่หลงเหลือจากยุคมหาเทพผู้ร่วงหล่น! เซียวหานสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้ดีว่าการเปิดคัมภีร์นี้ในยามที่พลังยังไม่ถึงขั้น จะเป็นการดึงดูดสายตาจากทั่วทั้งสามภพ ไม่ว่าจะเป็นเซียนผู้ทรงคุณธรรมหรือมารผู้กระหายเลือด ต่างก็ต้องสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่นี้อย่างแน่นอน และหนึ่งในนั้นย่อมต้องมีเงาของศัตรูหัวใจอย่าง "หลี่มู่เหยา" และ "จอมมารอเวจี" ที่ต่างก็มีจุดประสงค์ซ่อนเร้นต่อคัมภีร์เล่มนี้เช่นกัน "ถอยไป!" เซียวหานคำรามต่ำ "ไม่!" หลี่มู่เหยาปฏิเสธทันควัน ดวงตาของนางฉายแววดื้อรั้น นางก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา มือเรียวดั่งหยกยกขึ้นจับด้ามกระบี่ประจำกาย "ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย... จนกว่าเจ้าจะตอบคำถามของข้าให้กระจ่างว่าเหตุใดตัวตนของเจ้าถึงได้พัวพันกับแดนปีศาจ!" เซียวหานชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มมองสตรีผู้ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตชาติเคยเคียงบ่าเคียงไหล่ แม้ในชาตินี้ความทรงจำของนางจะถูกผนึกและมองเขาเป็นเพียงศิษย์สวะ แต่สายตาที่ดื้อรั้นและห่วงใยคู่นั้น... กลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง ก่อนที่คนทั้งสองจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติม พื้นศิลาเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง *เปรี้ยงงงง—!* สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าทะลุเพดานถ้ำลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่เศษหินกระเด็นไปทั่วสารทิศ แรงระเบิดจากทัณฑ์สวรรค์ผลักให้ร่างของหลี่มู่เหยาปลิวถอยหลัง แต่ทว่า... ก่อนที่ร่างของนางจะกระแทกเข้ากับผนังถ้ำ เซียวหานกลับหายตัวไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ความเร็วระดับนี้... มิใช่สิ่งที่มนุษย์ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณจะทำได้! หลี่มู่เหยาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางรีบกวาดสายตามองฝุ่นควันหนาทึบเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงคำรามของสายฟ้า มีเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนแท่นศิลาโบราณ ดวงตาของเซียวหานในยามนี้เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามไร้ซึ่งความรู้สึกของมนุษย์ ปราณกระบี่อสูรแผ่ขยายออกเป็นรัศมีนับร้อย丈กดทับจนนางแทบกระอักเลือด และในวินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและเย็นเยียบดังขึ้นจากปากถ้ำ เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลไร้แสงดาวค่อยๆ ก้าวเข้ามา ปราณมารอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศจนหยดน้ำค้างแข็งตัวกลางอากาศ "ฮ่าๆๆๆ... ในที่สุด ข้าก็หาพบ เจ้าหนู... หรือควรจะเรียกว่า 'ท่านมหาเทพ' ดีล่ะ?" เสียงหัวเราะก้องกังวานด้วยความสะใจดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งความตาย—จอมมารอเวจี ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบี่มารโลหิตในมือที่หยดเลือดสดๆ ลงบนพื้น และข้างกายของมัน... คือเงาร่างของยอดฝีมือจากสำนักเมฆาจันทร์ที่ถูกสะกดจิตให้กลายเป็นหุ่นเชิด ซึ่งหนึ่งในนั้น... คือผู้อาวุโสสูงสุดผู้เป็นอาจารย์ของหลี่มู่เหยานั่นเอง! หลี่มู่เหยาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด นางอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ท่านอาจารย์... เป็นไปได้อย่างไร!" เซียวหานหรี่ตาลงเล็กน้อย ปราณกระบี่ในมือเริ่มส่งเสียงร้องคำรามราวกับกระหายเลือด ความแค้นในอดีตชาติและการหักหลังในปัจจุบันกำลังบรรจบกัน ณ จุดนี้ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันลิขิตฟ้าไปกับ "เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ" นะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%