เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 4

การพบกันโดยบังเอิญ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เศษซากศิลาอัคนีแตกกระจายดุจห่าฝน ท่ามกลางประกายไฟสีชาดที่ยังคงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภารัตติกาลราวกับบทเพลงแห่งความตายที่ยังบรรเลงไม่จบสิ้น "ฮ่าๆๆๆ... เซียวหาน ไม่เจอเสียนาน เจ้ายังคงสำแดงเดชได้น่าสนุกเช่นเคย... แต่เกรงว่าวันนี้... ลมหายใจของเจ้าจะมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว!" เสียงหัวเราะก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาด พร้อมกับกระบี่โลหิตเล่มมหึมาที่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมาปักลงกลางลานพิธี ขวางกั้นเส้นทางถอยของเซียวหานไว้ทั้งหมด! ทว่า ณ หุบเขาเบื้องล่างลึกลงไปอีกหลายร้อย丈 (จั้ง) ท่ามกลางหมอกพิษสีม่วงเข้มที่แผ่ไอเย็นเยือกจนกระดูกแทบชาหนับ บรรยากาศกลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า... เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของสตรีผู้หนึ่ง "อึก..." หลี่มู่เหยา กัดริมฝีปากแน่นจนโลหิตสีชาดซึมไหล อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้ขาดวิ่น เผยให้เห็นเรียวแขนเนียนนุ่มที่อาบไล้ด้วยหยาดเหงื่อและคราบโลหิตสีดำคล้ำจากพิษอสูรบรรพกาล นางพยายามโคจรลมปราณทิพย์เหมันต์เพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาล แต่วิชา "อาคมสะกดวิญญาณร้อยชั้น" ของอสูรเงาพยัคฆ์กลับฝังลึกเข้าสู่จุดชีพจรหลักทั้งเก้าของนางแล้ว ยิ่งนางดลบันดาลปราณต่อต้าน พิษร้ายยิ่งไหลย้อนเข้าสู่หัวใจราวกับเข็มนับหมื่นเล่มที่กำลังทิ่มแทง เบื้องหน้าของนางคือเงาร่างมหึมาของอสูรหกตา ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองเหยื่อด้วยความกระหาย มันอ้างปากกว้างปล่อยไอพิษกรดที่แม้แต่หินผายังต้องหลอมละลาย นางเซียนผู้สูงส่งแห่งสำนักเมฆาจันทร์ ในยามนี้กลับไร้ซึ่งหนทางหนีทีไล่ ลมหายใจของนางเริ่มแผ่วเบาลงทุกขณะ *นี่คือจุดจบของข้าอย่างนั้นหรือ... พลังที่บำเพ็ญเพียรมาสามร้อยปี สุดท้ายก็เป็นได้เพียงอาหารของเดรัจฉานมารกระนั้นหรือ...* ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งประกายแวววับด้วยความเจ็บใจ ทว่าลึกๆ แล้ว นางกลับนึกถึงแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของใครบางคนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ... เซียวหาน... ชายหนุ่มผู้มีแววตาดุดั่งคมกระบี่แต่กลับซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ภายใต้ความเย็นชาคนนั้น จะรู้หรือไม่ว่านางกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความตาย? ในเสี้ยววินาทีที่เขี้ยวอันแหลมคมของอสูรเงาพยัคฆ์กำลังจะพุ่งทะลวงร่างของนาง ทันใดนั้นเอง... *ตูมมม!* ม่านพลังปราณกระบี่อันไร้ลักษณ์สายหนึ่งก็พุ่งทะลวงผ่านชั้นหินและหมอกพิษลงมาดั่งอสนีบาตฟาดกลางวันแสกๆ! มันไม่ใช่พลังปราณธรรมดา หากแต่เป็น "กระบี่วิญญาณเก้าสวรรค์" ที่ผสานจิตสังหารอันเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว ปราณกระบี่สายนั้นเฉียบคมจนแม้แต่มิติอากาศยังปริแตกเป็นรอยแยกสีดำสนิท มันพุ่งผ่านร่างของอสูรเงาพยัคฆ์ไปอย่างแม่นยำไร้ที่ติ โดยที่เจ้าของพลังไม่ได้แม้แต่จะมองเป้าหมายด้วยซ้ำ! *ฉั๊วะ!* ร่างมหึมาของอสูรเงาพยัคฆ์แข็งค้างไปชั่วพริบตา ดวงตาทั้งหกเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่รอยตัดเรียบเนียนจะปรากฏขึ้นกลางลำตัว และร่างของมันก็แยกออกเป็นสองส่วนสลายกลายเป็นละอองธุลีสีดำหายลับไปในความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย! พลังปราณระเบิดออกเป็นระลอกคลื่นอ่อนๆ พัดพากลุ่มหมอกพิษให้กระจายตัวออกไป เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของหลี่มู่เหยาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายจางๆ ของสนเขาและโลหิตลอยละล่องปะปนกับสายลม เซียวหาน ในยามนี้แม้ภายนอกจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการปะทะกับจอมมารอเวจีเบื้องบน แต่รัศมีรอบตัวเขากลับยังคงแผ่ความน่าเกรงขามดั่งเทพยดาผู้ถือครองลิขิตฟ้าดิน เขาเหลือบสายตาลงมองพื้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่าตนเองเผลอปล่อยกระบี่ทะลวงลงมาผิดทิศทางขณะกำลังถอยร่นจากการปิดล้อม "อ๊ะ..." หลี่มู่เหยาอุทานเบาๆ ด้วยความตกตะลึง นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังนั้น หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความกลัวกลับพลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ เซียวหานขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสตรีเพศและพิษอสูร เขาหันกลับมามองอย่างรวดเร็ว และเมื่อสายตาคมกริบดั่งใบมีดคู่นั้นกวาดมาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและคราบโลหิตของนาง ประกายความเย็นชาในแววตาของเขาก็พลันวูบไหวไปชั่วขณะ "เป็นเจ้า..." เซียวหานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลกว่าปกติเล็กน้อย "เหตุใดจึงมาตกอยู่ในค่ายกลพิษอสูรบรรพกาลแห่งนี้ได้?" หลี่มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่น ความทระนงตนของธิดาเจ้าสำนักทำให้ไม่อยากแสดงความอ่อนแอต่อหน้าเขา แต่น้ำพิษที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรทำให้ร่างกายนางทรุดฮวบล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า โชคดีที่เซียวหานเคลื่อนไหวเร็วดั่งสายฟ้า เขาพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางของนางไว้ได้ทันท่วงที ปลายนิ้วสัมผัสโดนอาภรณ์ชื้นเหงื่อและไอเย็นยะเยือกจากพิษร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวนาง สัมผัสที่แนบชิดกะทันหันทำให้ทั้งคู่ชะงักไป หลี่มู่เหยาใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่ง ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะพิษที่กำลังกำเริบจนลมหายใจติดขัด นางซบหน้าลงกับอกเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายบุรุษที่หนักแน่นและอบอุ่นราดรดลงบนความหนาบ้าคลั่งของพิษอสูร ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงไปได้ราวปาฏิหาริย์ "อย่าขยับ" เซียวหานกล่าวเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งจับชีพจรที่ข้อมือของนางเพื่อตรวจดูอาการ ขณะที่มืออีกข้างสะบัดออกเบื้องหน้า สร้างเขตอาคมคุ้มกันรัศมีสามเชียะเพื่อกันไม่ให้ไอพิษรอบข้างรุกรานเข้ามาได้อีก กระแสลมปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งถูกถ่ายเทจากฝ่ามือของเซียวหานเข้าสู่จุดตันเทียนของหลี่มู่เหยา ปราณมหาเทพอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรแผ่ซ่านไปทั่วร่างของนางราวกับกระแสน้ำอุ่นที่ชำระล้างความสกปรกโสมมทั้งหมด พิษอสูรที่ดื้อด้านเริ่มส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนและถูกขับออกทางปลายนิ้วของนางเป็นหยดโลหิตสีดำสนิท "เจ้า... ทำไมถึง..." หลี่มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางมีความซับซ้อนระคนความซาบซึ้งใจ นางรู้ดีว่าในเวลานี้ เซียวหานกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูระดับจอมมารอเวจีที่ทรงพลังยิ่งกว่าผู้ใด การที่เขาต้องมาเสียพลังปราณเพื่อช่วยเหลือนาง ย่อมทำให้สถานการณ์ของเขาตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวง "เจ้าควรไป... ศัตรูข้างบนกำลังรอเจ้าอยู่..." เซียวหานไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้าซีดเซียวของนางนิ่งนาน น้ำเสียงของเขาเอ่ยลอดไรฟันอย่างสุขุมและเด็ดเดี่ยว "ต่อให้ฟ้าดินถล่มทลายลงมาในวันนี้... เซียวหานผู้นี้ก็ไม่มีวันปล่อยให้สตรีที่ข้า... เอิ่ม หมายถึงผู้บริสุทธิ์ต้องมาตายต่อหน้าต่อตาข้าเด็ดขาด" เขาเกือบหลุดปากคำพูดที่ซ่อนเร้นในใจออกไป แต่ก็ยับยั้งไว้ได้ทัน หลี่มู่เหยาใจกระตุกวูบ คำว่า 'สตรีที่ข้า' แม้จะถูกกลืนหายไป แต่นางก็จับสังเกตความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยชาชาของเขาได้ทั้งหมด ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามเก็บกดไว้ตลอดสามร้อยปี บัดนี้กลับเติบโตงอกงามขึ้นมาในใจอย่างไม่อาจหักห้าม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังก่อตัวเป็นความลึกซึ้งอันเปราะบาง ทันใดนั้น ท้องนภารัตติกาลเบื้องบนก็พลันมืดครึ้มลงฉับพลัน เสียงคำรามของสายฟ้าสีโลหิตสายใหญ่ฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่เซียวหานเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ แรงระเบิดทำลายล้างแผ่ขยายวงกว้างจนพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น! *ครืนนนซ่าส์!* เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ดังแทรกผ่านสายฟ้ามาเข้าหูของคนทั้งสอง เป็นเสียงของจอมมารอเวจีที่สะท้อนก้องกังวานด้วยความเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆๆ... เซียวหาน! เจ้าคิดว่าแอบลงไปกกกอดนากเซียนน้อยในหลุมหลบภัยแล้ว ข้าจะหาเจ้าไม่พบอย่างนั้นหรือ? ดีนัก! ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะปกป้องนาง งั้นวันนี้ข้าจะใช้กระบี่โลหิตนี้... ผ่าร่างของพวกเจ้าทั้งคู่ให้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปพร้อมกันเสียเลย!" สิ้นเสียงคำราม แรงกดดันระดับมหาเทพมารก็กดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานนับพันลูกโถมทับลงมาบนบ่าของเซียวหาน หลี่มู่เหยาใบหน้าถอดสีลงทันทีเมื่อตระหนักว่าพวกตนกำลังตกอยู่ในวงล้อมของค่ายกลสังหารขั้นเทพที่ไร้ทางหนี เซียวหานค่อยๆ ประคองร่างของหลี่มู่เหยาให้ยืนขึ้นอย่างมั่นคง มือขวาของเขาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่บินที่เหน็บอยู่ข้างเอว แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งการฆ่าฟันที่น่ากลัวที่สุดในรอบหลายร้อยปี "เจ้าอยู่ตรงนี้..." เซียวหานกระซิบข้างหอคอยหูของนางด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตสวรรค์ "หลับตาสักครู่... แล้วรอดูว่า ข้าจะแหวกฟ้าผ่ามารตนนั้นให้ดูอย่างไร" ทว่า ก่อนที่นิ้วเรียวยาวของเขาจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝัก แผ่นดินเบื้องล่างที่พวกเขายืนอยู่ก็พลันแยกตัวออกจากกันอย่างรุนแรง! เงาร่างสีดำสนิทนับพันสายพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นชิดใบหูของเซียวหาน—เสียงของสตรีผู้หนึ่งจากอดีตชาติที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว! *ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าลิขิตสวรรค์ไปกับคมกระบี่ของเซียวหานในตอนนี้นะครับ*
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%