ไอสังหารสีครามบริสุทธิ์สายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า ราวกับเสาอัคคีที่ค้ำยันดาราจักรเอาไว้ไม่ให้พังทลายลงมา
ภายในห้องโถงฝึกตนอัคคีทมิฬ แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านจนโครงสร้างหินผาเริ่มปรากฏรอยแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เซียวหานยืนสงบนิ่งอยู่ใจกลางพายุพลังนั้น ดวงตาคู่นคมกริบดั่งกระบี่โบราณทอดมองลงไปยังเบื้องล่าง ร่างกายของเขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับสายน้ำในหุบเขาลึก ทว่าภายในห้วงสมุทรปราณกลับปั่นป่วนดุจคลื่นยักษ์ซัดสาด
"วิชาสยบมารเก้าสวรรค์... เจ้าฝึกฝนมันจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
น้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้นจากความมืดเบื้องมุมเสา หลี่มู่เหยาปรากฏกายขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง นางก้าวเท้าเดินผ่านม่านหมอกปราณเข้ามาอย่างสง่างาม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงเรืองรองจากอักขระผนึกรอบกาย ดึงดูดสายตาแต่ก็เต็มไปด้วยรัศมีสังหารที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ล่วงเกินได้ทุกเมื่อ
เซียวหานมิได้สะดุ้งสะเทือน เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้าๆ ดึงไอสังหารทั้งหมดกลับคืนสู่ตันтяียนอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหันกลับไปสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัยนั้นอย่างตรงไปตรงมา
"วิชาระดับนี้ หากไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสในสำนักเคยถ่ายทอดไว้ในตำราลับ... ศิษย์ย่อมไม่มีทางล่วงรู้เคล็ดลับการเดินลมปราณย้อนทิศเช่นนี้แน่นอนครับ" เซียวหานตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งพิรุธใดๆ
"โกหก!"
หลี่มู่เหยาตวาดเสียงกร้าว นางก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาในระยะเพียงคืบ กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมันต์โชยปะทะนาสิก ทว่าแววตาของนางกลับคมกริบราวน้ำวนแห่งความตาย นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวเอื้อมมือออกไปหมายจะกระชากผ้าแพรสีดำที่คาดปิดบังใบหน้าครึ่งบนของเขาออก "ตำราลับสำนักเมฆาจันทร์ไม่เคยมีบันทึกบทนี้! และต่อให้เจ้าเป็นอัจฉริยะเพียงใด ก็ไม่มีทางบรรลุมันได้ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน... เจ้าเป็นใครกันแน่ เซียวหาน?"
เซียวหานย่อตัวถอยหลังครึ่งก้าว ปลายกระบี่ข้างกายสั่นระริกราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่พุ่งพล่านของนาง ทว่าเขากลับเลือกที่จะใช้มือข้างหนึ่งปัดป้องข้อมือของนางไว้อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น สัมผัสจากผิวเนื้อที่เย็นเฉียบทำให้ทั้งคู่ชะงักไปชั่วขณะ
ดวงตาของหลี่มู่เหยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าศิษย์หนุ่มผู้มีฐานะต่ำต้อยในสายตาผู้อื่น จะสามารถควบคุมจังหวะการเคลื่อนไหวของนางได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเช่นนี้ พลังปราณที่สะท้อนผ่านฝ่ามือของเขาเมื่อครู่ มิใช่ปราณของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีผู้เพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียร แต่มันคือพลังที่ผ่านการขัดเกลาผ่านความเป็นความตายมานับร้อยนับพันครั้ง!
"คุณหนูหลี่ โปรดระงับโทสะ..." เซียวหานกล่าวเตือนเสียงนุ่ม ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาร่างของเขา "ในยุทธภพนี้ ผู้คนต่างมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยด้วยกันทั้งสิ้น แม้แต่ตัวท่านเอง... ก็ยังซ่อนกระบี่โลหิตไว้เบื้องหลังอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์มิใช่หรือครับ?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด หลี่มู่เหยาชะงักง้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยอักขระห้ามปราม หัวใจของนางกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความลับเรื่องที่นางแอบฝึกฝน "วิชากระบี่โลหิตมรณะ" เพื่อแก้แค้นให้มารดา มีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้นที่ล่วงรู้ เหตุใด... เหตุใดศิษย์ผู้นี้จึงล่วงรู้ได้เล่า?
"เจ้า... รู้ได้อย่างไร..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความเยือกเย็นก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดระแวงและความตกตะลึงระคนกัน
"ข้าเห็นรอยเลือดจางๆ ที่ปลายกระบี่ของท่านเมื่อคืนก่อน และกลิ่นอายโลหิตที่ถูกสะกดไว้ด้วยยาสลายกลิ่นอาย... สำหรับผู้ที่มีประสาทสัมผัสเหนือกว่าคนทั่วไป มันย่อมไม่ใช่ความลับที่ปิดบังได้" เซียวหานโกหกคำโตอย่างแนบเนียน เขาย่อมไม่สามารถบอกนางได้ว่า ในอดีตชาติเขาคือมหาเทพผู้เคยชี้แนะวิชาให้แก่บรรพบุรุษของสำนักนางเสียด้วยซ้ำ
หลี่มู่เหยากัดริมฝีปากแน่น มือที่ถือกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย นางจ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งยวด ทั้งหวาดกลัว ทั้งทึ่ง และ... หัวใจที่เต้นระรัวอย่างแปลกประหลาดอย่างไร้เหตุผล
ทันใดนั้นเอง!
*เปรี้ยงหัก!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของประตูค่ายกลใหญ่หน้าหุบเขา แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนโถงฝึกตนแทบพังถล่มลงมา ไอปีศาจสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักผ่านม่านป้องกันเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ ท้องน้ายามราตรีที่เคยกระจ่างด้วยแสงจันทร์พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในชั่วพริบตา
เงาร่างนับร้อยปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวoาะก้องกังวานที่บาดแก้วหูจนโลหิตหลั่งไหลออกจากมุมปากของหลี่มู่เหยา
"ฮ่าๆๆๆ! หลี่มู่เหยา นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะหนีมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่... ส่งตัวไอ้เด็กสารเลวสำนักมารนั่นมาให้ข้า มิฉะนั้น วันนี้สำนักเมฆาจันทร์ของเจ้าจะราพณ์เป็นหน้ากลอง!"
เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วขุนเขา พร้อมกับแรงกดดันระดับราชันปีศาจที่กดทับลงมาจนเข่าของหลี่มู่เหยาแทบทรุดลงกับพื้น
เซียวหานหรี่ตาลงมองไปยังกลุ่มควันเบื้องหน้า รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างแผ่วเบา ขณะที่มือข้างขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่สนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว
*ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าลิขิตสวรรค์ไปกับคมกระบี่ของเซียวหานในตอนนี้นะครับ*
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 5
ความลับใต้หน้ากาก
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!