เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 6

ฝ่าด่านวิชาแรก

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"หากความเงียบงันคือคำตอบของฟ้าดิน เช่นนั้นกระบี่ในมือข้าวันนี้ ก็จักขอใช้คมโลหิตเป็นผู้เขียนลิขิตบทใหม่ขึ้นมาเอง!" เสียงคำรามทุ้มต่ำดังก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึกของเซียวหาน ร่างกายของเขายามนี้ราวกับเตาหลอมโลหะสวรรค์ อุณหภูมิความร้อนแผ่ซ่านทะลุทะลวงเส้นชีพจรทุกเส้นจนเกิดเสียงปะทุกรอบแกลบดังระรัว อักขระโบราณนับพันตัวที่สลักอยู่บนกระดูกและผนังจิตวิญญาณกำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง ดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินรอบรัศมีร้อยลี้เข้าสู่ร่างอย่างบ้าคลั่ง การทะลวงสู่ขอบเขต 'ปราณเหล็กกล้า' ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย มันคือการท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ เป็นการนำเอาความเปราะบางของเนื้อหนังมาผสานเข้ากับความแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล หากจิตใจไม่มั่นคงดั่งขุนเขา หรือปณิธานไม่แน่วแน่พอ ร่างกายจะถูกแรงกดดันจากพลังปราณย้อนกลับจนแหลกสลายกลายเป็นผงธุลีในพริบตาเดียว "เซียวหาน... เจ้าเด็กคนนี้มันกำลังทำอะไรอยู่!" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเมฆาจันทร์ผู้หนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง นัยน์ตาฝ้าฟางเบิกกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวที่แผ่พุ่งออกมาจากเรือนพักศิษย์สาย外 (ศิษย์นอก) หลังน้อย หอคัมภีร์สวรรค์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางสำนักถึงกับสั่นไหว ระฆังทองแดงโบราณที่แขวนไว้เหนือยอดเขาหลักส่งเสียงกังวานหูอื้อตาลายโดยไม่มีผู้ใดไปเคาะมัน ณ ตำหนักประธาน หลี่มู่เหยา ที่กำลังนั่งหลับตาบำเพ็ญเพียรอยู่บนแท่นหยกเย็นสะดุ้งเฮือก ดวงตาคู่งามที่มักจะเย็นชาดั่งน้ำแข็งมาตลอดพลันไหววูบ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน สายตาเหม่อมองไปยังทิศทางของเรือนพักศิษย์นอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ *พลังปราณบริสุทธิ์และทรงอำนาจถึงเพียงนี้... หรือว่าเขาจะ...* "เรียนท่านประธานสำนัก!" ศิษย์รับใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า "เกิดเหตุประหลาดขึ้นแล้วครับ! ท้องฟ้าเหนือเรือนพักของศิษย์เซียวหานบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีนิลทมิฬ รัศมีปราณรวมตัวกันเป็นรูปเกลียวพายุหมุนวนราวกับดาราร่วงหล่น เกรงว่า... เกรงว่าเขากำลังจะสร้างความหายนะให้แก่สำนักเราแล้ว!" หลี่มู่เหยาไม่ได้เอ่ยคำใด นางเพียงแต่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ร่างบางก็หายวับไปจากตำหนัก ทิ้งไว้เพียงไอเย็นยะเยือกที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ตัดกลับมาที่เรือนพักของเซียวหาน รอบตัวเขายามนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะปราณสีทองอร่าม ผิวหนังเปล่งประกายระยิบระยับดั่งทองคำบริสุทธิ์ กล้ามเนื้อทุกมัดถูกขัดเกลาจนได้รูปทรงที่สมบูรณ์แบบ ทว่าภายในจิตสำนึกของเขากลับกำลังเผชิญกับการทดสอบที่ดุเดือดที่สุด—'อุปสรรคจิตมาร' ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติ ภาพที่เขาถูกคนที่รักและไว้วางใจที่สุดแทงข้างหลังด้วยกระบี่เล่มเดียวกัน ภาพโลหิตที่นองท่วมปฐพีและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของจอมมารอเวจีปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัว ราวกับต้องการฉีกกระชากวิญญาณของเขาให้แตกเป็นเสี่ยงๆ *“เซียวหาน... เจ้ามันก็แค่ไอ้โง่ตัวหนึ่ง! ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด สุดท้ายก็ต้องตายอย่างไร้ค่าภายใต้เงื้อมมือของพวกเรา!”* เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เซียวหานกัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก นัยน์ตาคู่นั้นที่เคยว่างเปล่าบัดนี้ฉายแววอำมหิตและเด็ดเดี่ยว เขายกมือขึ้นกำหมัดเข้าหากันแน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ "อดีตก็คืออดีต... ข้าในวันนั้นได้ตายไปพร้อมกับความโง่เขลาแล้ว!" เซียวหานคำรามก้องในใจ พลังปราณทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่จุดตันเทียนก่อนจะระเบิดออกรอบทิศทาง "ส่วนพวกเจ้า... เตรียมตัวชดใช้หนี้เลือดนี้ด้วยชีวิตได้เลย!" *ตูมมมมมมม!* คลื่นกระแทกสีทองคำขาวแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ทำลายกำแพงเรือนพักของเขาจนราบเป็นหน้ากลอง แรงกดดันระดับ 'ปราณเหล็กกล้า' กดทับจนพื้นดินรอบบริเวณยุบตัวลงไปลึกหลายฟุต บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดลงชั่วขณะ ราวกับฟ้าดินกำลังก้มหัวคารวะต่อการถือกำเนิดของยอดฝีมือผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด เงาร่างสีขาวสายหนึ่งร่อนลงมายืนสงบนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่ไกล หลี่มู่เหยาจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน นางสัมผัสได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวจากตัวเขา พลังที่แม้แต่ผู้อาวุโสขั้นสูงบางคนยังต้องหวั่นเกรง "เจ้า..." หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าซ่อนความสั่นเครือไว้เล็กน้อย "เจ้าทะลวงผ่านสู่ขั้นปราณเหล็กกล้าแล้วจริงๆ หรือ?" เซียวหานค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขายามนี้ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิท ประกายแสงสีทองวับแวมอยู่ชั่วพริบตาก่อนจะจางหายไป เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเล็กน้อยก่อนจะประสานมือคารวะนางด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา "คารวะท่านประธานสำนัก... ขอบคุณที่เป็นห่วงการบำเพ็ญเพียรเล็กๆ น้อยๆ ของศิษย์ผู้นี้" หลี่มู่เหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่ชอบรอยยิ้มนี้ของเขา มันช่างเย่อหยิ่งและทำให้หัวใจของนางเต้นไม่เป็นจังหวะเสียเหลือเกิน ทว่าก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นรอยประทับรูปบุปผาโลหิตที่ปรากฏขึ้นบนหลังมือของเซียวหาน—รอยประทับที่เป็นสัญลักษณ์ของ 'แดนปีศาจ' และประกาศิตแห่งความตายจากจอมมารอเวจี! สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที "นั่นมัน..." หลี่มู่เหยาอุทานเสียงหลง "รอยประทับโลหิตทมิฬ! เจ้าไปทำอะไรมา... ทำไมจอมมารอเวจีถึงได้ส่ง 'ตราประทับประกาศิตมรณะ' มาให้เจ้า?!" เซียวหานหุบยิ้มลงทันที นัยน์ตาคมกริบมองไปยังขอบฟ้าไกลโพ้นที่บัดนี้เริ่มปรากฏไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาอย่างน่ากลัว เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังแว่วมาตามสายลม ราวกับมันกำลังรอคอยเวลานี้มาเนิ่นนานแล้ว "ดูเหมือนว่า... มันจะไม่อดทนรอให้ข้าเดินทางไปหาถึงถิ่นเสียแล้วล่ะครับ" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าลิขิตสวรรค์ไปกับคมกระบี่ของเซียวหานในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%