เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 33

เลือดหลั่งริน

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"หากวันนี้กระบี่ในมือของข้าจักต้องหักสะบั้น ดับสูญสิ้นวิญญาณสลายกลายเป็นธุลีดิน... ข้าก็จักไม่ยอมให้ปลายนิ้วของพวกมันแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมของเจ้า... มู่เหยา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันอันสั่นเทาของเซียวหาน เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวราวกับขุนเขาไท่ซานที่ไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน ในยามนี้ ทั่วทั้งร่างของเซียวหานอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉานยันก้นบึ้งกระดูก ไอพลังปราณมหาเทพในอดีตชาติที่ถูกผนึกไว้ในจุดตันเถียนเริ่มรั่วไหลออกมา ทะลวงจุดชีพจรทั่วร่างจนเกิดเสียงระเบิดดังปะทุ *เปรี้ยะ เปรียะ* ราวกับกระจกแก้วที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือ หุบเขาอเวจีมืดมิด ลมปราณมารสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า ราวกับอสูรกายร้ายที่อ้าปากรอเขมือบทุกดวงวิญญาณที่กล้าล่วงล้ำ อาณาเขตพลังมารระดับบรรพกาลของจอมมารอเวจีกดทับลงมาดั่งภูเขาทองคำขนาดยักษ์ บีบอัดอากาศจนเกิดเป็นสุญญากาศที่แม้แต่นกสักตัวก็ยังไม่สามารถบินผ่านได้ หลี่มู่เหยา ยืนอยู่เบื้องหลังเขา ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แต่นางหาได้สนใจบาดแผลของตนเองไม่ สายตาคู่คมที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งในยามนี้กลับสั่นไหวระริก หยาดน้ำตาแห่งความอาลัยและทิฐิที่พังทลายไหลรินผสมปนเปไปกับโลหิตที่มุมปาก นางมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยกระบี่และรอยแผลเหวอะหวะของบุรุษเบื้องหน้า แผ่นหลังที่ในอดีตคอยแต่จะสร้างความระคายเคืองใจให้นาง ทว่าในยามวิกฤตินี้ กลับกลายเป็นกำแพงเหล็กกล้าเพียงหนึ่งเดียวที่ค้ำจุนฟ้าดินไม่ให้พังทลายลงมาทับร่างของนาง "เซียวหาน... ท่าน... ท่านช่างโง่เขลาเหลือเกิน เหตุใดจึงต้องเอาชีวิตมารับกระบี่มรณะแทนข้า... วิถีเซียนของท่าน... การบำเพ็ญเพียรนับร้อยปีของท่าน... กำลังจะมอดไหม้เพราะสตรีตัวคนเดียวเช่นข้าเนี่ยนะ..." น้ำเสียงของนางขาดห้วงและสั่นเครือ มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือเสียงสะท้อนจากก้น Wบึ้งของหัวใจที่ถูกสั่นคลอนจนแทบแหลกสลาย เซียวหานไม่หันกลับไปมอง นางไม่อาจเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักอันลึกซึ้งและดื้อรั้น เขายกกระบี่เหล็กกล้าในมือขึ้นตั้งรับด้วยมือข้างขวาที่สั่นเทา เลือดสดๆ ไหลยดลงตามคมกระบี่หยดแล้วหยดเล่า กระทบพื้นหินจนเกิดเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว "วิถีเซียนอันใด? การบำเพ็ญเพียรเพื่อก้าวสู่ความอมตะอันใดกัน... หากข้าต้องมีชีวิตอยู่หมื่นปีท่ามกลางความว่างเปล่าอันหนาวเหน็บ โดยไม่มีรอยยิ้มและแววตาของเจ้าอยู่เคียงข้าง... สวรรค์โง่เขลานั่นก็เป็นเพียงแค่กรงขังนักโทษเดรัจฉานเท่านั้น!" คำกล่าวนี้ดังก้องสะท้อนกังวานไปทั่วหุบเขาอเวจี ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของจอมมารอเวจีที่ลอยตัวอยู่เหนือความมืดมิด ร่างของจอมมารห่อหุ้มด้วยหมอกควันสีนิลกาฬ ดวงตาสสีแดงฉานดั่งโลหิตคู่นั้นมองดูคนทั้งสองด้วยแววตาสสมเพชเวทนาและเย้ยหยัน "ช่างเป็นความรักที่น่าขันยิ่งนัก... มหาเทพเซียวหาน ผู้เคยเหยียบย่ำสวรรค์และไม่เคยไว้หน้าผู้ใด ในชาตินี้กลับยอมสละแม้กระทั่งแก่นแท้พลังปราณเซียน เพื่อปกป้องสตรีเผ่าพันธุ์ต่ำต้อยเพียงคนเดียว..." เสียงหัวเราะของจอมมารอเวจีก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของอสุนีบาต "ดี! ในเมื่อเจ้าอยากตายด้วยกันนัก ข้าจักสงเคราะห์พวกเจ้าให้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่แม้แต่แผ่นดินก็ไม่ยอมรับ!" สิ้นเสียงคำรามนั้น กรงเล็บมารโลหิตขนาดมหึมาที่ควบแน่นจากจิตสังหารนับล้านดวงก็พุ่งแหวกอากาศลงมาดั่งอัสนีบาตฟาดยักษ์ ความเร็วนั้นเหนือล้ำกว่าขอบเขตการรับรู้ของมนุษย์ทั่วไปหลายเท่า มันคือกระบวนท่าสังหารที่มุ่งหมายจะบดขยี้ทั้งกายและวิญญาณให้แหลกสลายไปพร้อมๆ กันในคราเดียว เซียวหานสูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกใหญ่ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองเจิดจ้า ไอพลังวิญญาณโบราณที่ถูกเก็บกดไว้ระเบิดทะลักออกมาจากจุดตันเถียนราวกับเขื่อนแตก เขารู้ดีว่านี่คือขีดจำกัดสุดท้าย หากเขาใช้กระบวนท่านี้ ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสของเขาจะแตกสลาย และเขาจะไม่มีวันได้หวนคืนสู่บัลลังก์มหาเทพอีกตลอดกาล ทว่า... เขากลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย "เคล็ดกระบี่... ทลายลิขิตสวรรค์... กระบวนท่าที่เก้า... ดาราดับแสง!" เขากวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไปสุดแรงเกิด แสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งสวนทางกับกรงเล็บมารสีดำทมิฬราวกับดาวตกที่ฝืนพุ่งชนสุริยัน ความรุนแรงของการปะทะทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเกิดเป็นรอยแยกสีดำสนิท พลังปราณทั้งสองสายระเบิดออกเป็นวงกว้าง แผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกดับ *ตูมมมมมมม!* คลื่นกระแทกอันมหาศาลซัดสาดใส่ร่างของเซียวหานและหลี่มู่เหยาเต็มแรง เซียวหานกระอักเลือดคำโตออกมากลางอากาศ โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นราวกับดอกเหมืองามท่ามกลางหิมะโปรصول ร่างของเขาปลิวถอยหลังราวกับว่าวนف斷สาย พลังปราณมารที่เหลือรอดกัดกินเนื้อหนังและเส้นเอ็นของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ทว่า... เขายังคงใช้ร่างอันบอบช้ำของตนเองโอบกอดปกป้องหลี่มู่เหยาไว้แนบอก จนกระทั่งทั้งสองร่างกระแทกเข้ากับผนังหินผาเบื้องล่างอย่างรุนแรง ฝุ่นควันและเศษหินคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ หลี่มู่เหยาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางค่อยๆ ดันร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของตนเองขึ้นจากพื้น แล้วพบว่าเซียวหานนอนนิ่งสนิทอยู่บนตักของนาง ลมหายใจของเขาแผ่วเบาราวกับเส้นด้ายที่ขาดได้ทุกเมื่อ อกเสื้อชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีดำคล้ำ และที่น่ากลัวที่สุดคือ แก่นพลังปราณในร่างของเขาได้ดับมอดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว "เซียวหาน... เซียวหาน! ท่านลืมตาขึ้นมามองข้าสิ! ข้าสั่งให้ท่านลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้!" น้ำเสียงของนางขาดห้วงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่กำลังสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลกหล้า ท่ามกลางความสิ้นหวังและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของจอมมารอเวจีที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นั้นเอง... จู่ๆ ท้องนภายามราตรีที่เคยไร้ดาว กลับปรากฏรอยแยกสีทองคำขนาดยักษ์ขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับแรงกดดันระดับบรรพกาลที่เหนือกว่าจอมมารอเวจีกดทับลงมาจนพื้นดินยุบตัวลงไปหลายสิบเมตร แสงสว่างเจิดจ้าพวยพุ่งลงมาจากรอยแยกนั้น ส่องประกายร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งที่ก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถียุทธ์และเปิดเปลือยความลับของหัวใจไปพร้อมกับข้าครับ, เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%