โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงดัง *ติ๋ง... ติ๋ง...* ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่นับถอยหลังสู่วันดับสูญของสามภพ
เซียวหานคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือทั้งสองข้างกุมศีรษะที่กำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำนับหมื่นปีที่ถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลบรรพกาลกำลังทะลักไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงสมองดั่งเขื่อนแตก ภาพของสงครามสวรรค์เมื่อบรรพกาล ภาพของกลีบดอกไม้สีโลหิตที่ร่วงหล่นบนทุ่งราบมอดไหม้ และภาพของสตรีผู้หนึ่งที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องวิญญาณครึ่งหนึ่งของเขาไว้... ทุกสิ่งหลอมรวมเข้ากับตัวตนในปัจจุบันจนเกิดเป็นคลื่นพลังปราณมหาศาลที่แผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ทะลุผ่านชั้นเมฆหนาทึบจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมาที่เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดและหมู่ดวงดาวที่กำลังสั่นสะเทือน
"อาร์กส์...!"
เสียงคำรามต่ำในลำคอของเซียวหานดังสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายความกดดันระดับมหาเทพแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง แรงกดดันนี้ทำให้เหล่าศิษย์สำนักเมฆาจันทร์ที่อยู่ห่างออกไปนับลี้ต่างทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น กระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับเงื้อมมือของยมทูต
หลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นางพยายามฝืนต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นด้วยการใช้กระบี่น้ำแข็งปักลงกับพื้นเพื่อยحองร่าง แต่นัยน์ตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและตื่นตะลึง นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า... บุรุษผู้ที่นางเคยมองว่าเป็นเพียงศิษย์สวะและเป็นศัตรูหัวใจในคราแรก แท้จริงแล้วจะมีตัวตนที่สะท้านสะเทือนฟ้าดินถึงเพียงนี้
"เซียว... หาน..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยยามเอื้อPนามนั้น นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความหวาดกลัว ความเป็นห่วง และความอาลัยอาวรณ์ที่ผูกพันกันมาข้ามภพชาติ
ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกของเซียวหาน เวลากล่าวได้ว่าหยุดนิ่ง
ภาพเหตุการณ์เมื่ออดีตชาติปรากฏชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานซืน เขาคือมหาเทพผู้ถือครองกระบี่พิชิตสวรรค์ ผู้ซึ่งเคยยืนหยัดอยู่จุดสูงสุดของวัฏสงสาร ทว่ากลับถูกหักหลังโดยสหายสนิทและผู้อาวุโสในแดนสวรรค์จนต้องร่วงหล่นสู่เบื้องต่ำ ดวงจิตถูกแยก1เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจุติลงมาเกิดเป็นเซียวหานในภพนี้ เพื่อรอคอยวันที่วัฏจักรแห่งการล้างแค้นจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
*“ข้าแต่สวรรค์... หากเจ้าคิดจะเอาชีวิตข้า เหตุไฉนจึงไม่ทำลายวิญญาณข้าให้สิ้นซากเล่า?”*
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นในจิตวิญญาณของเซียวหาน นัยน์ตาที่เคยดำสนิทบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามเจิดจ้าดั่งดวงตะวันเพลิง ลวดลายอักขระโบราณนับพันเส้นปรากฏขึ้นบนผิวหนังทั่วร่าง เปล่งแสงสว่างวาบสะท้อนกับแสงจันทร์ยามวิกาลจนรัตติกาลรอบกายสว่างไสวราศรีกาล
บูม!
คลื่นพลังปราณระเบิดออกรอบทิศทาง แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น รอยแยกขนาดใหญ่แตกแขนงออกไปนับพันวา สำนักเมฆาจันทร์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอันสูงชันเริ่มสั่นคลอน ราวกับภูเขาหลักกำลังจะพังทลายลงมา
"นั่นมัน... พลังปราณระดับใดกัน?"
ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเมฆาจันทร์ผู้หนึ่งซึ่งกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์จากยอดเขาไกลลิบ ถึงกับหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนควบคุมไม่อยู่ เขารู้สึกได้ทันทีว่าต่อหน้าพลังนี้ แม้แต่เซียนขั้นบรรพกาลก็ยังเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น
กลางพายุหมุนแห่งพลังปราณ ร่างของเซียวหานค่อยๆ ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ เส้นผมสีดำสนิทปลิวสสวอนไปตามกระแสลมปราณที่บ้าคลั่ง ดวงตาสีทองคู่นั้นกวาดมองไปเบื้องล่างด้วยความเย็นชาไร้กะประมาณ ความทรงจำทั้งหมดกลับมาสมบูรณ์แล้ว บัดนี้... เขาไม่ใช่ศิษย์หนุ่มผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนามอีกต่อไป แต่คือมหาเทพผู้หวนคืนสู่บัลลังก์!
หลี่มู่เหยากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางฝืนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็ง นางไม่อาจปล่อยให้เขาจมดิ่งไปกับความแค้นในอดีตชาติได้ แม้รู้ว่าอาจจะต้องดับสลายไปพร้อมกับพายุพลังนั้นก็ตาม
"เซียวหาน! ได้โปรด... ตั้งสติ!" นางตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของฟ้าดิน น้ำเสียงของนางเจือความเว้าวอนอย่างที่ผู้ใดไม่เคยได้ยินมาก่อน
เซียวหานก้มลงมองสตรีผู้เป็นที่รัก นัยน์ตาสีทองอร่ามชะงักไปชั่วขณะ ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีในแววตาค่อยๆ ละลายหายไป เหลือไว้เพียงความลุ่มลึกและเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ภายในอก เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าตัวนางไว้...
ทว่า ทันใดนั้นเอง ท้องนภากลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นพร้อมกับสายฟ้าสีเลือดที่ฟาดผ่าลงมากลางวงเวียนพลังปราณอย่างรุนแรง!
*ครืนนน—!*
เสียงคำรามของทัณฑ์สวรรค์ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างมหึมาของผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน ผิวพรรณสีดำสนิท แววตาดุจเหยี่ยวเพลิง และรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่เอ่อล้นด้วยจิตสังหาร
"ฮ่าๆๆๆ! เจ้าหนู... ในที่สุดเจ้าก็ตื่นจากการหลับใหลเสียทีนะ มหาเทพผู้โง่เขลา!" เสียงของจอมมารอเวจีดังสะท้อนก้องฟ้าดิน พร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่ชี้ตรงมายังหัวใจของเซียวหาน
เซียวหานหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่มือขวายื่นออกไปในอากาศ... ดาบโบราณที่สถิตอยู่ในห้วงมิติมายาก็ค่อยๆ ถูกชักออกจากฝักอย่างช้าๆ เสียงคมดาบเสียดสีกับฝักดัง *กริ๊ง* กังวานบาดแก้วหู ประกาศศักดาแห่งการกลับมาของมหาเทพอย่างแท้จริง
ขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ข้าเสมอมาครับ,
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 34
การตื่นของมหาเทพ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!