หมอกโลหิตพวยพุ่งตลบอบอวล ย้อมผืนแผ่นดินแดนปีศาจให้กลายเป็นสีฉานดั่งฉากฆาตกรรมอันไร้ที่สิ้นสุด กลิ่นอายความตายหนาแน่นจนแม้แต่ลมหายใจยังเจือด้วยรสชาติของสนิมเหล็กและคาวเลือด เบื้องหน้าคือมหานครอเวจี ป้อมปราการเหล็กไหลที่ตั้งตระหง่านท้าทายกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ทว่า ณ ใจกลางลานประหารมารอันมืดมิด ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของหลี่มู่เหยา กลับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอัสนีทมิฬ พลังปราณของนางถูกผนึกจนสิ้น เหลือเพียงสายตาเย็นชาดั่งน้ำแข็งที่ยังคงทอดมองไปยังขอบฟ้าไกลอย่างไร้ความหวาดกลัว
“เซียวหาน… ท่านไม่ควรมาที่นี่เลย”
เสียงหวานที่เคยเปล่งประกายความเย่อหยิ่งบัดนี้แหบพร่า นางย่อมรู้ดีว่าการก้าวเข้าสู่แดนปีศาจด้วยตัวคนเดียว เปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่ปากราชสีห์ที่อ้าคอยกลืนกินวิญญาณ
“หากสวรรค์ไม่อาจปกป้องเจ้า ข้า… จะเป็นผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อพาเจ้ากลับไปเอง”
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งพันปีดังขึ้นจากความว่างเปล่า
เซียวหานก้าวเท้าเดินผ่านม่านค่ายกลปีศาจทีละก้าวอย่างมั่นคง ชุดคลุมสีครามสะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณที่แผ่ซ่านออกมาคุกคามรอบด้าน ในมือขวาของเขาไม่ได้ถือศาสตราวุธวิเศษใดๆ นอกจากกระบี่เหล็กไร้นามเล่มเก่าคร่ำคร่า แต่วิญญาณกระบี่ที่แฝงอยู่ภายในกลับแผ่รังสีอำมหิตจนเหล่าอสูรนับหมื่นที่รายล้อมต้องถอยร่นโดยสัญชาตญาณ
“บังอาจนัก! เจ้ามนุษย์สามหัน คิดว่ากำราบองครักษ์ชั้นต่ำไม่กี่ตนแล้วจะสามารถเหยียบย่ำดินแดนแห่งจอมมารได้หรือ?”
แม่ทัพอสูรหน้ามนุษย์กายยักษ์ นามว่า ‘ซานหลาง’ คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ขวานยักษ์ในมืออาบไปด้วยโลหิตนับพันชีวิต มันเหวี่ยงขวานผ่าอากาศพุ่งเข้าใส่เซียวหานด้วยพละกำลังที่สามารถทลายภูเขาได้ทั้งลูก
เซียวหานไม่แม้แต่จะชายตามอง ร่างของเขาพลันเลือนรางดั่งภาพมายา ขาทั้งสองข้างก้าวเดินตามวิถีแห่งเต๋าอย่างไร้ที่ติ กระบี่เหล็กในมือสะบัดออกเพียงครึ่งกระบวนท่า—
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีครามพาดผ่านความมืดมิดดั่งจันทร์เพ็ญทอแสงตัดผ่านความมืดมิด ร่างมหึมาของซานหลางชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกโพ้าง
ก่อนที่ร่างกายจะแยกออกเป็นสองส่วนและสลายกลายเป็นละอองธุลีปราณสีดำท่ามกลางความเงียบงันของกองทัพปีศาจ
ความตายของแม่ทัพอสูรทำให้บรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบลงถึงขีดสุด เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นจากเหล่ากองทัพปีศาจที่ยืนอัดแน่นเป็นคลื่นมนุษย์ ไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อn แม้แต่ปลายนิ้ว
“เก่งกาจสมคำร่ำลือ… สมแล้วที่เป็นมหาเทพผู้ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องกังวานมาจากบัลลังก์กระดูกมนุษย์เบื้องบน ม่านสีดำสนิทถูกแหวกออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดเกราะมารทมิฬ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองเซียวหานด้วยความสนุกสนานและอาฆาตมาดร้าย จอมมารอเวจีค่อยๆ ก้าวลงมาจากบัลลังก์ แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์มารแผ่ขยายออกไปจนพื้นดินใต้เท้าของเซียวหานแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
“ปล่อยนางเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” เซียวหานกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบไร้ความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
“ฮ่าๆๆๆ ไวชีวิตข้าอย่างนั้นหรือ? เซียวหาน เจ้าช่างสามหันนัก ยืนอยู่ท่ามกลางกองทัพอสูรนับแสน ตัวคนเดียว ไร้ซึ่งค่ายกลสนับสนุน เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะรอดออกไปได้ พร้อมกับหญิงผู้นี้?” จอมมารอเวจีแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม สะบัดมือเพียงครั้งเดียว โซ่ตรวนอัสนีที่พันธนาการหลี่มู่เหยาก็บีบรัดแน่นขึ้นจนหยดเลือดสีชาดร่วงหล่นลงสู่พื้น
หลี่มู่เหยาขบฟันแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย แต่นัยน์ตาที่มองเซียวหานกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เขายอมเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อนาg
เซียวหานสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียนของเขา จุดชีพจรปราณทั้งเก้าสิบเก้าจุดเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง พลังแห่งอดีตชาติที่ถูกผนึกไว้เริ่มตื่น
ขึ้นทีละน้อยจนเกิดเสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาดในห้วงสมอง วิชากระบี่เก้าสวรรค์ที่สูญหายถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่ในจิตสำนึก
“ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อรอง… แต่มาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของข้า”
เซียวหานก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังปราณรอบตัวระเบิดออกจนกลายเป็นพายุหมุนสีครามสะท้านฟ้าดิน กระบี่ในมือส่งเสียงร้องโหยหวนดั่งพญามังกรตื่นจากการหลับใหล ท้องน่ายามราตรีที่เคยไร้ดาวพลันปรากฏกลุ่มดาวกระบี่เจิดจรัสสว่างวาบทั่วอาณาจักรปีศาจ
จอมมารอเวจีหุบยิ้มทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันควันเมื่อรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามที่แท้จริงจากมนุษย์ผู้เยาว์วัยผู้นี้
“ฆ่ามัน! ทำลายมันให้สิ้นซาก!”
สิ้นเสียงคำรามของจอมมาร กองทัพปีศาจและอสูรนับแสนตนก็พุ่งทะยานเข้าใส่เซียวหานดั่งคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่ง ทว่าเซียวหานกลับหลับตาลงชั่วพริบตา ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยประกายตาดุดันดั่งเทพสงคราม
เขายกกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า และในวินาทีที่คมกระบี่แตะต้องกับสายลมแห่งแดนปีศาจนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงราวกับปฐพีจะพังทลาย…
แต่ทว่า ท่ามกลางมหาสสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้น เงาร่างปริศนาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบเบื้องหลังหลี่มู่เหยา พร้อมกับคมมีดสั้นที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของนางโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถียุทธ์และเปิดเปลือยความลับของหัวใจไปพร้อมกับข้าครับ,
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 31
บุกแดนปีศาจ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!