"เจ้านี่... ช่างหาญกล้ายิ่งนัก"
คมกระบี่สีนิลกาฬจ่ออยู่ห่างจากลำคอของหลี่มู่เหยาเพียงมิลลิเมตรเดียว ความเย็นยะเยือกของจิตสังหารแผ่ซ่านผ่านคมโลหะจนผิวเนื้อบริเวณนั้นเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ แต่ทว่า แววตาของนางหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ธิดาเจ้าสำนักเมฆาจันทร์ยังคงเชิดหน้าขึ้นอย่างทระงง หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายไร้ทิศทางบนหน้าผากมนท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงที่ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายมรณะ
เซียวหานไม่ลังเลแม้แต่ลมหายใจเดียว ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับภาพมายาที่ถูกลากผ่านด้วยสายฝนยามค่ำคืน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากปลายนิ้ว ชี้ตรงไปยังจุดตายของร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้นั้นทันที
*เพล้ง!*
ประกายไฟสีม่วงเข้มแตกกระจายดั่งห่าฝนยามเมื่อกระบี่ทั้งสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง แรงกระแทกส่งผลให้เสาหยกสลักลวดลายมังกรภายในห้องโถงถึงกับปริร้าว เศษหินและฝุ่นผงฟุ้งกระจายบังทัศนียภาพรอบด้าน แต่ทว่า เซียวหานกลับไม่สนใจความเสียหายเหล่านั้น สายตาของเขามุ่งตรงไปยังบุคคลเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและเดือดดาล
ร่างในชุดคลุมสีดำค่อยๆ ถอยหลังไปสามก้าวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะสะบัดชายผ้าคลุมเผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก "ฝีมือรุกรับของเจ้า... รวดเร็วกว่าเมื่อชาติก่อนเสียอีกนะ เซียวหาน... หรือควรเรียกว่ามหาเทพผู้ร่วงหล่นดีเล่า?"
น้ำเสียงนั้นแหบพร่าแต่ทว่าก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณ เป็นซอกมุมความทรงจำอันมืดมนที่เซียวหานพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดกาล—จอมมารอเวจี!
"เป็นเจ้า..." เซียวหานกล่าวลอดไรฟัน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ปราณเทพโบราณที่หลับใหลอยู่ในตันtian (จุดตันเถียน) เริ่มแผดเผาจนเสื้อผ้าโบกสะบัดด้วยแรงกดดันมหาศาล "กล้าดียังไงถึงเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของสำนักเมฆาจันทร์ หรือว่าชีวิตของเจ้ามันยืนยาวเกินไปแล้ว?"
จอมมารอเวจีหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเสียดแทงประสาทหูราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณในขุมนรก "ฮ่าๆๆ... ข้าเพียงแต่มารับของที่ควรจะเป็นของข้าคืนเท่านั้น และดูเหมือนว่า... เจ้าเองก็กำลังหลงทางอยู่ในวังวนแห่งความลุ่มหลงเสียแล้วนะ มหาเทพผู้เที่ยงธรรม"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความเงียบ หลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่เบื้องหลังเซียวหานสะท้านเฮือก หัวใจของนางกระตุกวูบอย่างรุนแรง นางย่อมรู้ดีว่ากฎเหล็กของสำนักเมฆาจันทร์นั้นเข้มงวดเพียงใด การที่ศิษย์สายในมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลยกับผู้อื่น โดยเฉพาะกับบุรุษผู้มีเบื้องหลังลึกลับและเต็มไปด้วยศัตรูคู่อฆาตเช่นเซียวหาน ถือเป็นความผิดมหันต์ที่มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตด้วยกระบี่อัคคีสวรรค์
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ของจอมมารพุ่งเข้ามาเมื่อครู่ ผู้ที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง... กลับไม่ใช่บิดาหรือศิษย์พี่ร่วมสำนัก แต่เป็นเซียวหานผู้ชายคนนี้
ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมากลางอกท่ามกลางลมหายใจที่หนาวเหน็บ หลี่มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางขยับตัวก้าวขึ้นมาเคียงข้างเซียวหาน พร้อมกับชักกระบี่ประจำกาย "จันทร์ทมิฬ" ออกจากฝัก แสงสีฟ้าครามสว่างวาบขับไล่ความมืดมิดในห้องโถงให้ถอยร่น
"ต่อให้เขาจะเป็นใคร หรือมีอดีตเช่นไร..." น้ำเสียงของนางเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวราวกับน้ำแข็งพันปี แต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอน "แต่ในดินแดนแห่งนี้ ผู้ที่จะตัดสินเขาได้... มีเพียงข้าผู้เป็นธิดาเจ้าสำนักเท่านั้น!"
เซียวหานเหลือบมองสตรีข้างกาย หางตาของเขาไหววูบเล็กน้อยยามเมื่อได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ที่ลอยมาจากตัวนาง ความใกล้ชิดในยามวิกาลท่ามกลางความเป็นความตายเช่นนี้ ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่ทั้งสองสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกที่เกินเลยกว่าคำว่า "ศิษย์พี่ศิษย์น้อง" หรือ "ผู้มีพระคุณ" กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันและรวดเร็วดั่งไฟลามทุ่ง
แต่นี่คือความรักที่ผิดบาป ผิดกฎเกณฑ์ของสวรรค์ และผิดต่อธรรมเนียมของยุทธภพ!
จอมมารอเวจีกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาดูแคลน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมอกควันดำ "ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก ความรักของเซียนหนุ่มผู้สูงส่งกับธิดาผู้บริสุทธิ์... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าความรู้สึกตื้นเขินนี้จะรอดพ้นสายตาของเจ้าสำนักและทัณฑ์สวรรค์ไปได้?"
"หุบปาก!"
เซียวหานคำรามลั่นสะท้านปฐพี กระบี่ในมือแผ่รังสีอำมหิตพุ่งเข้าใส่จอมมารอเวจีด้วยความเร็วเหนือแสง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ร่างทั้งสองร่างพุ่งทะยานผ่านผนังห้องโถงออกสู่ท้องฟ้ายามราตรี ประกายไฟจากการปะทะของพลังปราณสว่างวาบตัดกับแสงจันทร์สีนวลราวกับสายฟ้าแลบ
หลี่มู่เหยายืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงที่เสียหาย นางหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มเนียน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังตีรัน with หัวใจที่เรียกร้องหาความรัก นางรู้ดีว่าหากความสัมพันธ์นี้ถูกเปิดเผย สำนักเมฆาจันทร์จะไม่มีที่ยืนให้พวกเขาทั้งสองอีกต่อไป และความตายอาจยังไม่น่ากลัวเท่ากับการถูกพรากจากกันชั่วนิรันดร์
ในขณะที่นางกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดอันสับสน ทันใดนั้น... มืออันอบอุ่นและคุ้นเคยก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของนางไว้จากด้านหลังอย่างรวดเร็ว
"ตามข้ามา..."
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังชิดใบหู พร้อมกับร่างของเซียวหานที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าโดยไร้รอยขีดข่วน เขาคว้าตัวนางเข้าสู่อ้อมแขน ก่อนจะทะยานร่างพุ่งหายเข้าไปในความมืดมิดของหุบเขาเมฆาเร้นลับ ทิ้งให้ห้องโถงใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา
ทว่า... ก่อนที่เงาร่างของทั้งสองจะหายลับไปจากขอบหน้าต่าง ดวงตาคู่หนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านเมฆหนาทึบกลับลืมตาขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวที่มุมปาก
"หนีไปให้พ้นเถอะ... ยิ่งพวกเจ้าผูกพันกันลึกซึ้งเท่าใด เมื่อถึงเวลา 'พิธีกรรมกลืนวิญญาณ' ความเจ็บปวดในตอนนั้น... จะยิ่งหอมหวานเป็นทวีคูณ..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันกระบี่และโลหิตเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 11
มิตรภาพท่ามกลางความแค้น
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!