โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผืนแผ่นศิลาโบราณราวกับดอกอับซันที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางความตาย กรงเล็บมารของเหล่าผู้บุกรุกจากแดนอเวจีแหลมคมดุจใบมีดโกน กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวเสียดแก้วหู ทว่า เป้าหมายของมันมิใช่ศิลาอาคม หากแต่เป็นดวงใจของสตรีผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังเซียวหาน
"มู่เหยา ระวัง!"
เซียวหานเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการปกป้องคนรักพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะเอาตัวเข้าไปขวางกรงเล็บมารนั้นด้วยวิถีกระบี่ที่หลงเหลือจากอดีตชาติ!
เปรี้ยง!
แรงปะทะดั่งอสุนีบาตฟาดลงกลางใจภพ ร่างของเซียวหานไถลถอยหลังไปสามสิบก้าว รอยเท้าลึกจมลงไปในเนื้อหินแกรนิตจนแตกละเอียดเป็นผุยผง เลือดสีสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของชายหนุ่ม ทว่า นัยน์ตาคู่คมกลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันกลับเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน เป็นประกายแห่งความเยือกเย็น อำมหิต และทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัว
หลี่มู่เหยาประคองร่างของเขาไว้ มือเรียวสั่นเทาน้อยๆ ขณะสัมผัสไออุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นอกของชายหนุ่ม นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีบัดนี้เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ซ่อนความห่วงใยไว้ไม่มิด "เซียวหาน... ท่าน..."
"ข้าไม่เป็นไร" เซียวหานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นดุจขุนเขา เขาปรายตามองเหล่าเงาดำนับร้อยที่รายล้อมอยู่รอบกายด้วยสายตาของพญาอินทรีที่มองฝูงมดปลวก "มู่เหยา ถอยไป... วันนี้ ข้าจะแสดงให้พวกมันเห็นว่า นรกที่แท้จริงมีหน้าตาเช่นไร"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บที่เสียดแทงถึงจิตวิญญาณ ท้องนภากว้างใหญ่ที่เคยกระจ่างใสกลับถูกกลืนกินด้วยหมู่เมฆสีนิลกาฬ ลมปราณสวรรค์และลมปราณมารหลอมรวมกันอย่างบ้าคลั่งในจุดที่เซียวหานยืนอยู่ ร่างกายของเขากลายเป็นศูนย์กลางของมหาวับวาบแห่งพลังที่ไร้ผู้ใดเทียบเคียง
"นั่น... หรือว่าวิชานั้น!" ผู้นำกลุ่มผู้บุกรุกจากแดนอเวจีเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัวใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับลงมาจนเข่าแทบทรุด "ถอย! รีบถอยเร็วเข้า! มันยังไม่ตาย! มหาเทพผู้นั้น... มันจุติลงมาแล้ว!"
สายเกินไปเสียแล้ว
เซียวหานค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ลมหายใจเข้าออกสอดประสานกับจังหวะของจักรวาล เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาทั้งสองข้างได้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ รัศมีสีครามผสมทองระเบิดออกรอบตัวกลายเป็นคลื่นกระแทกขนาดมหึมา กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางทางจนราบเป็นหน้ากลอง
"ตื่นขึ้นมาเถศ... กระบี่ไร้ลักษณ์ ดับดารา!"
บรึ้มมมม!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ คมกระบี่ที่มองไม่เห็นนับล้านเล่มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะโปรยปรายลงมาดั่งห่าฝนแห่งความตาย ทุกอณูอากาศถูกแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดที่พร้อมจะบดขยี้วิญญาณของผู้บุกรุกให้แตกดับเป็นจุล เหล่าผู้บุกรุกจากแดนอเวจีต่างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างของพวกมันแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปทีละคนโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิต
พลังอันไร้เทียมทานนี้ทำให้แม้แต่หลี่มู่เหยาเองยังต้องถอยร่นด้วยความตกตะลึง นางมองแผ่นหลังอันองอาจของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านท่ามกลางพายุโลหิตและความว่างเปล่า ความรู้สึกเลื่อมใสระคนหวาดหวั่นแล่นริ้วขึ้นในใจ เซียวหานในยามนี้มิใช่เพียงแค่ศิษย์สำนักผู้ต่ำต้อยอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือราชาผู้กลับชาติมาเกิดเพื่อทวงคืนบัลลังก์แห่งห้วงจักรวาล
เมื่อฝุ่นควันและละอองเลือดจางหายไป บริเวณโดยรอบนับร้อยลี้กลับเงียบสงบราวกับป่าช้า ไม่มีผู้บุกรุกหลงเหลือรอดแม้แต่ผู้เดียว
เซียวหานพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาคำรบหนึ่ง รัศมีสีทองในดวงตาลดเลือนลง กลับคืนสู่ความดำสนิทลุ่มลึกดังเดิม เขากระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่เนื่องจากการฝืนใช้พลังที่เกินขีดจำกัดของร่างเนื้อ ร่างกายเซเทาว์ทรุดลงเล็กน้อย ทว่ายังคงฝืนยืนหยัดไว้ได้ด้วยปลายกระบี่ที่ปักลงบนพื้นศิลา
"เซียวหาน!" หลี่มู่เหยาพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้อย่างรวดเร็ว นางถ่าย
โอนลมปราณบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างของเขาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความกังวลระคนตัดพ้อ "เหตุใดท่านต้องทำถึงเพียงนี้? ท่านรู้หรือไม่ว่ามันอันตรายแค่ไหน!"
เซียวหานฝืนยิ้มบางๆ ให้กับนาง มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน "หากข้าไม่ทำ... แล้วใครเล่าจะปกป้องเจ้า? ต่อให้ต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี หรือต้องแลกด้วยวิญญาณนี้ ข้าก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเส้นผม... มู่เหยา"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่นุ่มลึกดุจมหาสมุทรนั้น ทำ1ให้หัวใจของนางเซียนผู้เย็นชาหลอมละลายในพริบตา นางซบใบหน้าลงกับอกอ้อมแขนกว้างของเขา ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งรินไหลออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบกอดคนทั้งสองไว้ ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าเหนือสำนักเมฆาจันทร์ที่เพิ่งสงบลงกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยเลือดสดๆ เมฆหมอกม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ใจกลางนภากาศ
กลิ่นอายมารที่ชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเหล่าผู้บุกรุกเมื่อครู่พวยพุ่งออกมาจากหลุมดำนั้นนับร้อยเท่า! แรงกดดันมหาศาลทำให้ยอดเขาหลักของสำนักสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ศิลาอาคมป้องกันนับพันปีแตกสลายลงในพริบตาเดียว!
เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องกังวานมาจากห้วงมิติอันไกลโพ้น สะท้อนก้องไปทั่วทั้งฟ้าดินราวกับเสียงคำรามของปีศาจจากขุมนรกที่ลึกที่สุด
*"ฮ่าๆๆๆ... ยอดเยี่ยมมาก เซียวหาน! สมแล้วที่เป็นอดีตมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่... เจ้าคิดว่าฆ่าพวกสวะเหล่านั้นแล้ว จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้งั้นหรือ?"*
เซียวหานเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อได้ยินเสียงนั้น นัยน์ตาคมกริบมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยจิตสังหารที่ลุกโชนยิ่งกว่าครั้งใด
*"จอมมารอเวจี... ในที่สุดเจ้าก็กล้าโผล่หัวออกมาเองจนได้สินะ!"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับคมกระบี่เล่มนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 19
พลังที่แท้จริง
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!