เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 20

ความจริงเปิดเผย

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"จอมมารอเวจี... ในที่สุดเจ้าก็กล้าโผล่หัวออกมาเองจนได้สินะ!" เสียงคำรามนั้นสะท้อนก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน แรงกดดันจากจิตสังหารสายหนึ่งแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ จนสรรพชีวิตในป่าทึบต่างหมอบราบคาบด้วยความหวาดกลัว ทว่า ใจกลางของพายุแห่งพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวนั้น กลับมีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างสงบนิ่ง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย แววตาของเซียวหานไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีที่ทอดมองไปยังเบื้องหน้า บนยอดผาศิลาสีนิล ร่างในชุดคลุมสีโลหิตปรากฏขึ้นพร้อมกับไอทมิฬที่ม้วนตัวราวกับพญานาค จอมมารอเวจีกวาดตามองรอบบริเวณด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่เซียวหาน รอยยิ้มบนใบหน้าของมันพลันบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่สะสมมาข้ามภพข้ามชาติ "เซียวหาน... หรือควรเรียกว่า มหาเทพเซียนผู้สูงส่งดีเล่า? เจ้าคิดว่าการจุติใหม่ในร่างของศิษย์สวะสำนักเมฆาจันทร์ จะทำให้ข้าจำกลิ่นอายอันน่ารังเกียจของเจ้าไม่ได้งั้นรึ?" เสียงหัวเราะของจอมมารดังก้องเสียดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพันในขุมนรก ในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของหลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักพลันสะดุดกะทันหัน ร่างระหงของนางแข็งค้างดั่งถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคู่คมที่มักจะเยือกเย็นและเฉียบขาดมาโดยตลอด บัดนี้เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ *มหาเทพเซียน...!?* คำคำนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลี่มู่เหยาหันขวับไปมองแผ่นหลังของเซียวหาน บุรุษผู้ที่นางเคยคิดว่าเป็นเพียงศิษย์น้องร่วมสำนักผู้มีฝีมือไม่ธรรมดา บุรุษผู้ที่นางเคยแสดงความเย่อหยิ่งใส่ และบุรุษผู้ที่ก้าวเข้ามาอยู่ในห้วgคำนึงของนางอย่างเงียบเชียบ ทว่า ในยามนี้... เมื่อม่านหมอกแห่งความลับถูกกระชากออก ความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับหนักหนาสากกรรณเกินกว่าที่สตรีผู้หนึ่งจะแบกรับไว้ไหว ภาพของเด็กหนุ่มผู้ถือกระบี่ไม้ไผ่ ภาพของรอยยิ้มอันสุขุมยามที่เขาคอยปกป้องนางจากอันตราย และภาพของหยาดเหงื่อที่ไหลรินจากการฝึกฝนอย่างยากลำบาก ทั้งหมดทั้งมวล... ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถักทอขึ้นโดยมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งหรือ? "เซียว... หาน..." ริมฝีปากบางเฉียบของหลี่มู่เหยาสั่นระริกเล็กน้อย น้ำเสียงของนางแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เซียวหานไม่หันกลับมามองนาง แววตาของเขายังคงจดจ้องอยู่เพียงเป้าหมายเบื้องหน้า แต่ทว่า กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขากลับเกร็งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความลับที่เขาพยายามปิด บังมาตลอด เพื่อปกป้องความสงบสุขในชาติภพนี้ บัดนี้กลับถูกเปิดเผยออกต่อหน้าสตรีที่เขามอบหัวใจให้เสียแล้ว "เจ้าถอยไปซะ มู่เหยา" เซียวหานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตอันอบอุ่นที่ส่งผ่านไปทางสายลม "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะเข้ามาร่วมวงได้" "ท่าน... โกหกข้ามาตลอดงั้นหรือ?" หยาดน้ำใสคลอหน่วยขึ้นที่หางตาของนาง แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันก็เต็มไปด้วยความเปราะบางที่หาได้ยากยิ่งจากธิดาเจ้าสำนักเมฆาจันทร์ นางไม่เคยหวาดกลัวความตาย ไม่เคยเกรงกลัวต่อสำนักมารใดๆ ทว่า ความรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกคมกระบี่กรีดแทงที่กลางอกในยามนี้ กลับทำให้ลมหายใจของนางติดขัด เซียวหานหลับตาลงชั่วพริบตา ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกหักหลังในอดีตชาติพรั่งพรูเข้ามาในห้วงคำนึง ความรู้สึกผิดที่ดึงนางเข้ามาพัวพันกับความแค้นระดับสะเทือนฟ้าดินทำให้หัวใจของเขาปวดร้าว เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ข้าไม่เคยตั้งใจจะหลอกลวงเจ้า..." เซียวหานกล่าวเสียงแผ่วเบา คล้ายรำพึงกับตนเอง "แต่เรื่องราวระหว่างเรา... มันหนักหนาเกินกว่าที่ฟ้าดินจะอนุญาตให้มีความสุขได้ง่ายดายเช่นนั้น" "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นภาพความรักที่น่าสมเพชเสียจริง!" จอมมารอเวจีระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ไอทมิฬรอบกายแผ่ขยายออกปกคลุมท้องนภาจนมืดมิดราวกับยามราตรี "มหาเทพเซียนผู้ไร้พ่าย ผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำทัณฑ์สวรรค์ บัดนี้กลับต้องมาพะว้าพะวังกับสตรีมนุษย์ต้อยต่ำผู้หนึ่ง ช่างน่าขันสิ้นดี! วันนี้แหละ ข้าจะสังหารทั้งเจ้าและสตรีผู้นั้น ให้วิญญาณแตกดับไม่ผุดไม่เกิด!" สิ้นเสียงคำราม จอมมารอเวจีก็สะบัดมือออก ดาบยักษ์สีดำสนิทที่หลอมขึ้นจากกระดูกอสูรนับหมื่นปรากฏขึ้นในมือ พลังปราณมารระดับบรรพกาลระเบิดออกจนพื้นดินรอบกายแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่เซียวหานและหลี่มู่เหยาในพริบตา เซียวหานก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขาเปล่งแสงสีทองเรืองรองเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของไอทมิฬ ออร่าอันสูงส่งและทรงพลังระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ในร่างมนุษย์ บัดนี้ได้รับการปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ความยับยั้งชั่งใจ พลังปราณเซียนอันบริสุทธิ์และเก่าแก่ปะทะเข้ากับปราณมารอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า "หากเจ้าอยากตายนัก ข้าจะสงเคราะห์ให้เอง!" เซียวหานสะบัดมือเรียกกระบี่วิเศษประจำกาย กระบี่ที่หลับใหลมานานนับร้อยปีส่งเสียงร้องคำรามดังก้องฟ้า ราวกับดีใจที่จะได้อาบเลือดศัตรูอีกครา แววตาของเซียวหานเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากจิตสังหารอันเด็ดเดี่ยว หลี่มู่เหยายืนมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางรู้ดีว่าในยามนี้ ฝ่ายตรงข้ามคือนกต่อที่ทรงพลังและอันตรายเกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้ และตัวตนที่แท้จริงของเซียวหานก็อยู่ไกลเกินเอื้อมเสียแล้ว ทว่า ในขณะที่กระบี่มารกำลังจะพุ่งเข้าประชิดตัว และเซียวหานกำลังจะทะยานเข้ารับการปะทะครั้งประวัติศาสตร์นั้นเอง... จู่ๆ ห้วงมิติเบื้องบนก็ปริแตกออกเป็นรอยแยกสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงหัวเราะอันเย็นเยียบที่คุ้นเคยอย่างยิ่งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความโกลาหล "นึกไม่ถึงเลยว่า... การพบกันของพวกเจ้า จะน่าสนใจได้ถึงเพียงนี้..." ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์แต่เปื้อนคราบเลือดก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน ใบหน้างดงามไร้ที่ติแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันบิดเบี้ยว นางคือบุคคลที่เซียวหานคิดว่าได้ดับสูญไปแล้วจากมือของเขาเองในอดีตชาติ แววตาของเซียวหานเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรก ลมหายใจของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้านั้นชัดเจน ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันลมปราณและโชคชะตามาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%