เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 14

เผชิญหน้าศัตรูเก่า

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"คมกระบี่ที่แท้จริง... มิได้อยู่ที่ความคมกริบของเนื้อเหล็ก แต่มอยู่ที่ว่า ในยามที่มันจ้วงแทงทะลวงหัวใจของคนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน มือของท่านยังจะสั่นเทาอยู่หรือไม่, ศิษย์พี่รอง... หรือข้าควรเรียกว่า 'ทรชน' ดีเล่า?" น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีจากห้วงลึกของขุมนรก ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงลับตระกูลหลี่ กลิ่นอายปราณกระบี่อันคมกล้าแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น เซียวหานยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเสาหยกสลักลายมังกร ดวงตาคู่นคมกริบดั่งดาราในคืนเดือนมืดจดจ้องร่างที่ก้าวออกมาจากเงานั้นอย่างไม่กะพริบ เบื้องหน้าเขาคือชายหนุ่มในอาภรณ์หรูหราปักลายเมฆาด้วยด้ายทอง ใบหน้าหล่อเหลาแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มหยันอันบิดเบี้ยว รัศมีพลังปราณแผ่ออกมาจากร่างอยู่ในขอบเขตบูรพาขั้นสูง—ไม่เลวเลย สำหรับคนที่เคยเป็นเพียงเงาใต้ฝ่าเท้าของเขาในชาติภพก่อน "เซียวหาน... เจ้ายังไม่ตาย?" เฟิงชิงหยุนสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความระแวงระวัง แม้เวลาจะผ่านพ้นไปเนิ่นนานจนความทรงจำในอดีตชาติควรจะเลือนราง แต่รอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณที่ถูกกระบี่เล่มนั้นเสียบทะลวงในมหาศึกสะท้านภพ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำของมัน เซียวหานไม่ตอบคำ ท่วงท่าของเขายังคงสงี่ยิ่ง มือเรียวยาววางอยู่บนด้ามกระบี่บิน 'จันทร์เสี้ยว' ที่ส่งเสียงครางฮือเบาๆ ราวกับกระหายเลือดเนื้อของศัตรูเก่า ความทรงจำอันเจ็บปวดไหลย้อนกลับมาดั่งสายน้ำหลาก—ภาพวันที่มันลอบวางยาพิษสลายปราณในถ้วยชา ภาพวันที่เขาถูกรุมล้อมด้วยยอดฝีมือสำนักมารโดยมีศิษย์น้องผู้ร่วมสาบานคนนี้เป็นผู้เปิดประตูค่ายกลต้อนรับ ความแค้นระดับเผาผลาญวิญญาณไม่ได้ทำให้เซียวหานสูญเสียความสุขุม ตรงกันข้าม... มันกลับหล่อหลอมจิตวิญญาณของอดีตมหาเทพให้เย็นชาและเด็ดเดี่ยวราวจับวาง "ข้ายังไม่ตายเพื่อกลับมาทวงถามบัญชีหนี้เลือดอย่างไรล่ะ" เซียวหานกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงรังสีอำมหิตที่ทำให้เฟิงชิงหยุนถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ในชาตินั้น เจ้าฉวยโอกาสตอนที่ข้ากำลังบรรลุวิถีเซียนขั้นเก้าเพื่อลอบแทงข้างหลัง ลิขิตสวรรค์ช่างเมตตา ให้โอกาสข้าได้เกิดใหม่อีกครา... เพื่อมาเก็บกวาดขยะชิ้นที่เจ้าทิ้งเอาไว้" เฟิงชิงหยุนกัดฟันกรอด ความหวาดกลัวชั่วขณะถูกแทนที่ด้วยความอับอายและโทสะ รัศมีพลังปราณสีม่วงเข้มระเบิดออกจากร่างจนข้าวของภายในห้องโถงสั่นสะเทือน "ปากกล้าดีนี่! ถึงเจ้าจะฟื้นคืนชีพในร่างของศิษย์สวะตระกูลเซียวแล้วอย่างไร? คิดว่าด้วยพลังอันน้อยนิดของเจ้าในตอนนี้ จะต่อกรกับข้าผู้ครอบครอง 'เคล็ดวิชามารกลืนนภา' ได้งั้นหรือ? ช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี!" สิ้นเสียง เฟิงชิงหยุนสะบัดแขนเสื้อ อาวุธลับนับร้อยเล่มพุ่งแหวกอากาศเข้าหาเซียวหานดั่งหามฝน ทุกดอกอาบยาพิษสลายวิญญาณที่สามารถหลอมละลายเซียนแท้ให้กลายเป็นหนองในพริบตา เซียวหานมิได้หลบหนี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากชั่วเสี้ยววินาที *แคร้ง!* เพียงแค่เขาตวัดข้อมือเบาๆ คมกระบี่ 'จันทร์เสี้ยว' ก็หลุดออกจากฝักพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องดั่งพญาอินทรีย์สะท้อนฟ้า แสงจันทร์นวลตาตวัดวาดเป็นวงโค้งกลางอากาศ ปัดป้องอาวุธลับทั้งหมดร่วงหล่นลงพื้นในคราเดียว แรงกระแทกจากการปะทะแผ่ขยายเป็นคลื่นกระแทกจนผนังห้องโถงร้าวราน หลี่มู่เหยาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมห้อง ดวงตาคู่สวยฉายแววชื่นชมระคนตกตะลึง นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า ชายหนุ่มผู้ที่นางเคยคิดว่าเป็นเพียงศิษย์สวะไร้ค่า จะมีวิชาดาบและจิตสังหารที่ลึกล้ำถึงเพียงนี้ รัศมีกระบี่ของเขาบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่ายอดฝีมือในสำนักเมฆาจันทร์เสียอีก "วิชา... กระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่สาม!" เฟิงชิงหยุนอุทานออกมาด้วยความตกใจจนหน้าถอดสี "เป็นไปไม่ได้! วิชานี้สูญหายไปพร้อมกับการตกตายของเจ้าในอดีตชาติ! เจ้า... เจ้าฝึกมันสำเร็จได้อย่างไรภายในเวลาไม่กี่เดือน?!" "วิชากระบี่ไม่ได้อยู่ที่ตำรา แต่อยู่ที่หัวใจที่ไร้ความลังเล" เซียวหานก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ ทุกก้าวที่ย่างกว้าง แรงกดดันรอบตัวยิ่งทวีความรุนแรงดั่งภูเขาไท่ซานกดทับ "เจ้าทรยศคุณธรรม ลืมเลือนคำสาบานใต้ต้นท้อ เจ้ามีความละอายหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่... เฟิงชิงหยุน?" บรรยากาศภายในห้องโถงตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ เฟิงชิงหยุนหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย เมื่อรู้ว่าการเจรจาไม่อาจใช้ได้ผล เขาก็คำรามลั่น ประสานอินทร์ด้วยสองมือ เรียกลมปราณมารสีดำทมิฬรวมตัวกันเป็นกระบี่กระดูกมหึมาเหนือศีรษะ เตรียมระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อสังหารเซียวหานให้สิ้นซาก ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่มารกำลังจะพุ่งทะยานลงมานั้นเอง... จู่ๆ ผนังด้านทิศเหนือของห้องโถงก็ระเบิดออกเป็นจุลเศษหินปลิวว่อน ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบและละอองฝุ่น ร่างในอาภรณ์สีเลือดผู้หนึ่งก็ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นสะทอนไปถึงก้นบึ้งวิญญาณของผู้คน "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพพี่น้องร่วมสาบานที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก... เซียวหาน หายหน้าหายตาไปนาน ฝีมือของเจ้ายังคงน่าขันไม่เปลี่ยนเลยนะ" เซียวหานชะงักฝีเท้า ดวงตาหรี่ลงจ้องมองผู้มาใหม่ที่ก้าวออกมาจากเงาควันอย่างชัดเจน หัวใจที่เคยนิ่งสงบดั่งน้ำในบึงลึกกลับกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง คนผู้นั้นหาใช่ใครอื่น... แต่คือ "มารสวรรค์เทียนกู่" มือขวาคนสนิทของจอมมารอเวจี ผู้ซึ่งควรจะถูกกักขังอยู่ในคุกอัคคีโลกันตร์ในดินแดนปีศาจไม่ใช่หรือ?! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่และกลิ่นอายมารนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%