เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 13

งานประลองยุทธภพ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
คมกระบี่นับหมื่นเล่มสะท้อนเงาจันทราเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาราที่ร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน เวทีประลองยุทธภพแห่งสำนักเมฆาจันทร์ในยามนี้ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจของผู้คน บรรยากาศรอบด้านถูกกดทับด้วยไอสังหารและพลังปราณอันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ “เซียวหาน... เจ้าสำนักส่งศิษย์ขั้นรวบรวมลมปราณเช่นนี้ขึ้นมาเป็นตัวแทน ช่างเป็นการรนหาที่ตายแท้ๆ” เสียงหัวร่อเยาะหยันดังมาจากบุรุษชุดดำสนิท นามว่า ‘มู่หรงเฟิง’ ศิษย์เอกแห่งสำนักอัคคีทมิฬ เขายืนกอดอกอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาดดูหมิ่นเหยียดหยาม ร่างกายของอีกฝ่ายห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีชาดที่แผดเผาอากาศจนบิดเบี้ยว เซียวหานยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหยกขาว ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นกวาดมองคู่ต่อสู้ด้วยความเฉยชา ภายในหูของเขายังคงก้องกังวานด้วยคำเตือนจากปริศนาในอิตีตชาติ—*“ตัวตนที่แท้จริงของนาง... กำลังจะตื่นขึ้นมากลืนกินเจ้าต่างหาก!”*—ถ้อยคำเหล่านั้นเสียดแทงจิตใจของเขาดั่งเข็มนับพันเล่ม ทว่าสีหน้าของเขากลับปราศจากความหวั่นไหว แม้แต่ปลายนิ้วที่กุมด้ามกระบี่ยังคงมั่นคงดุจขุนเขา ในม่านหมอกแห่งลานประลอง สายตาคู่หนึ่งลอบมองลงมาจากระเบียงหยกชั้นบน หลี่มู่เหยา ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งเซียนจำศีล นางยืนกอดกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ใบหน้างดงามไร้ที่ติเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับซ่อนความกังวลระคนห่วงหาเอาไว้ลึกซึ้ง นางรู้ดีว่าการประลองครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสำนักเมฆาจันทร์ หากแต่เป็นเกมการเมืองแห่งยุทธภพที่ต้องการใช้ ‘เซียวหาน’ เป็นหมากตัวแรกเพื่อล่อให้มัจจุราชปรากฏกาย “เริ่มการประลองได้!” เสียงประกาศก้องของผู้อาวุโสผู้คุมกฎดังสะเทือนเลื่อนลั่น *เปรี้ยง!* ยังไม่ทันสิ้นเสียง มู่หรงเฟิงก็ระเบิดพลังปราณระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์ออกมา ร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าเพลิงพุ่งเข้าประชิดตัวเซียวหานในพริบตา ฝ่ามือเพลิงอัคคีแผดเผาอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหิว หมายจะเผาผลาญร่างของเซียวหานให้เป็นจุลในกระบวนท่าเดียว ผู้ชมโดยรอบต่างส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีเพราะไม่อาจทนดูภาพศิษย์หนุ่มผู้ไร้ชื่อเสียงถูกสังหารอย่างอนาถได้ ทว่า... เซียวหานกลับไม่ขยับเขยื้อน ราวกับกาลเวลาได้หยุดนิ่งลงชั่วขณะ เมื่อเปลวเพลิงอยู่ห่างจากหน้าผากเพียงแค่คืบ ดวงตาของเซียวหานก็เปล่งประกายแสงสีครามวาบผ่านความมืดมิด! *ฉึบ!* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจฟ้าดิน ประกายกระบี่เดียวโดดเดี่ยวแต่ทว่าเฉียบคมราวกับจะผ่าแยกผืนปฐพีและท้องนภาออกเป็นสองซีก พลังปราณกระบี่ที่หลอมรวมจากความทรงจำอันเจ็บปวดและวิถีเซียนอันเหนือล้ำ พุ่งทะยานสวนทางกับเปลวเพลิงอัคคีอย่างไร้ความปรานี *ตูมมม!* คลื่นพลังปะทะกันจนเกิดแรงระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วลานประลอง ผู้คนต่างต้องใช้พลังปราณป้องกันร่างจากการถูกลูกหลง เมื่อควันจางลง ภาพที่ปรากฏต่อสายตากลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน— มู่หรงเฟิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กระบี่ในมือหักเป็นสองท่อน เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปาก ขณะที่คมกระบี่ของเซียวหานจ่ออยู่ที่ลำคอของเขา ห่างเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ความเย็นเยือกจากตัวกระบี่แผ่ซ่านจนผิวหนังของมู่หรงเฟิงปริแตก ไม่มีใครคาดคิดว่าศิษย์ขั้นรวบรวมลมปราณจะเอาชนะยอดฝีมือขั้นก่อเกิดวิญญาณได้ภายในกระบวนท่าเดียว! ทว่า ในวินาทีที่เซียวหานกำลังจะเก็บกระบี่และประกาศชัยชนะ ท้องฟ้าเหนือลานประลองกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆดำทะมึนก่อตัวหมุนวนอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นมหาพายุหมุนทมิฬ สายฟ้าสีม่วงเข้มคำรามกึกก้องราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของอสูรร้าย บรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาจนเหล่าผู้อาวุโสในลานประลองถึงกับกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน เซียวหานเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ใบหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด พลังปราณรอบตัวสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด กลางพายุหมุนสีเลือด ร่างเงาสوงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรโลหิตค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกแห่งความว่างเปล่าอย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาสดสีชาดคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เซียวหานราวกับพญายมกำลังมองเหยื่อในกำมือ “ฮ่าๆๆ... เซียวหาน น้องรัก เจ้าทำได้ไม่เลวเลยนี่” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องไปทั่วจิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้น “แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... นกน้อยในกรงทองที่เจ้าพยายามปกป้องนางนี้ จะยังคงเป็น ‘นาง’ ที่เจ้ารู้จักเมื่อยามที่จันทร์เพ็ญลับขอบฟ้าไปแล้ว?” สิ้นเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นนั้น ร่างของหลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่บนระเบียงหยกก็พลันสั่นสะท้อน ดวงตาคู่งามที่เคยเย็นชาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างไร้ร่องรอยแห่งความเป็นมนุษย์ พร้อมกับไอพลังมารอันไร้ขอบเขตที่ระเบิดออกจากร่างของนางจนตำหนักครึ่งซีกพังทลายลงมาในพริบตา! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่และกลิ่นอายมารนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%