เสียงกระบี่กระทบฝักดังกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัสของผู้คนรอบลานกว้าง ราวกับเสียงคำรามเตือนจากอดีตกาลที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากหลุมศพ ปราณกระบี่สีครามเข้มสายหนึ่งแผ่พุ่งออกมาจากร่างของเซียวหานอย่างไม่ปิดบัง กดทับบรรยากาศรอบบริเวณจนแม้แต่เศษใบไม้ที่ร่วงหล่นยังถูกบดขยี้จนแหลละเอียดก่อนจะแตะถึงพื้นดิน
สายตาทุกคู่บนอัฒจันทร์ล้อมรอบลานประลองต่างจับจ้องมาที่ร่างโปร่งในชุดศิษย์สำนักเมฆาจันทร์สีขาวสะอาดตานั้น ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงซุบซิบนินทาที่ดังระงมดั่งฝูงผึ้งแตกตื่น
"นั่น...ไม่ใช่เซียวหาน ศิษย์สวะผู้ไร้รากปราณหรอกหรือ?"
"เหตุใดพลังกดดันในตัวมันจึงน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ข้าหายใจแทบไม่ออก!"
บนหอคอยประธาน หลี่มู่เหยาซึ่งนั่งอยู่หลังม่านมุกโปร่งแสง ปรากฏร่องรอยความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาคู่งามที่เย็นชาดั่งน้ำแข็ง นางมิได้เอ่ยคำใด ทว่าปลายนิ้วเรียวที่กุมถ้วยชาชาเขียวกลับบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและเป็นเอกลักษณ์—กลิ่นอายของกระบี่ที่พร้อมจะหั่นทำลายได้ทุกสิ่งแม้แต่กฎเกณฑ์ของสวรรค์
"เซียวหาน..." นางพึมพำชื่อนี้เบาๆ ในลำคอ หัวใจที่สงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณกลับระลอกคลื่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่
กลางลานประลอง คู่ต่อสู้ของเซียวหานในรอบนี้คือ 'ฟ่านหลาง' ศิษย์สายในอันดับต้นๆ ผู้ถือครอง 'กระบี่เพลิงโลกันตร์' และมีขอบเขตพลังหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด ร่างกายของฟ่านหลางกำยำล่ำสัน รอบกายถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่แผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว
"ไอ้สวะเซียวหาน!" ฟ่านหลางหัวเราะเสียงดังด้วยความดูแคลน รอยแผลเป็นบนใบหน้าบิดเบี้ยวขณะที่เขาชี้กระบี่เพลิงเข้าใส่หน้าของอีกฝ่าย "เจ้าคงสติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง ถึงกล้าเอาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองมาทิ้งไว้ที่ลานประลองเป็นตายนี้ ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้ตายอย่างไม่เจ็บปวดนักก็แล้วกัน!"
เซียวหานยังคงยืนสงบนิ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวแตะอยู่ที่ด้ามกระบี่เหล็กดำสนิทที่ดูไร้ราคา ดวงตาคู่นคมกริบราวกับห้วงจักรวาลที่ลึกซึ้งและว่างเปล่า เขามองคู่ต่อสู้ตรงหน้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังพยายามท้าทายขุนเขา
ความสงบเยือกเย็นนี้ยิ่งทำให้ฟ่านหลางรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติ ใบหน้าของมันแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ตายเสียเถอะ!"
ฟ่านหลางคำรามลั่น ร่างของมันพุ่งทะยานเข้ามาดั่งดาวตกเพลิง เปลวไฟในมือระเบิดออกเป็นรูปหัวเสืออัคคีอ้าปากกว้างหมายกลืนกินเซียวหานทั้งตัว พลังปราณระดับเจ็ดแผ่ซ่านกดดันจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชม หลายคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่อยากเห็นภาพศิษย์หนุ่มผู้ไร้ชื่อเสียงถูกเผาไหม้เป็นจุล
ทว่า... ในวินาทีที่หัวเสืออัคคีห่างจากร่างของเซียวหานไม่ถึงคืบ
ดวงตาของเซียวหานก็ทอประกายวับวาด!
*ฟรึบ!*
ไม่มีใครมองทันว่าเขาชักกระบี่ออกจากฝักเช่นไร รู้ตัวอีกที แสงกระบี่สีครามบริสุทธิ์ก็ผ่าผ่านความมืดมิดของห้วงอากาศราวกับสายฟ้าที่ฉีกกระชากเมฆฝน ความเร็วระดับที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาทำให้เกิดเสียงกรีดร้องของมิติเบาๆ
*ฉับ!*
เงากระบี่ผ่านพ้นไป หัวเสืออัคคีที่โหมกระหน่ำเมื่อครู่ถูกผ่าแบ่งครึ่งออกเป็นสองเสี่ยงอย่างไร้รอยต่อ และสลายกลายเป็นเพียงไอความร้อนที่จางหายไปในอากาศ เปลวเพลิงทั้งหมดดับวูบลงทันทีราวกับถูกน้ำแข็งพันปีแช่แข็งในชั่วพริบตา
ฟ่านหลางเบิกตากว้าง ค้างท่าพุ่งกระโจนอยู่กลางอากาศ ความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมวิญญาณ เมื่อมันก้มลงมองหน้าอกของตนเอง ปรากฏรอยขีดบางๆ เป็นเส้นตรงบนชุดเกราะปราณ และที่คอหอยมีปลายกระบี่เย็นเฉียบจ่ออยู่โดยที่มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคมกระนั้นมาจ่ออยู่ตั้งแต่เมื่อใด
ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานประลองอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
ไม่มีใครส่งเสียงเชียร์ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกคนต่างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกราวกับฝันไป ศิษย์สายในผู้มีพลังขั้นเจ็ด ถูกปราบลงได้ภายในกระบวนท่าเดียวโดยศิษย์สวะที่ทุกคนดูถูก
เซียวหานดึงกระบี่กลับเข้าฝักอย่างช้าๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาคมปลาบมองไปยังผู้คนที่อยู่บนอัฒจันทร์ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เหยาหลังม่านมุกชั่วอึดใจหนึ่ง แววตาคู่นั้นสื่อความหมายลึกซึ้งที่ท้าทายทั้งสำนักและกฎเกณฑ์สวรรค์
"ข้าผ่านเข้ารอบแล้วกระมัง?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานดังก้องไปทั่วลานประลอง ไร้ซึ่งความยโส แต่กลับทรงพลังจนผู้คนต้องก้มหัวให้โดยสัญชาตญาณ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะประกาศชัยชนะของเซียวหานนั้นเอง ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสด้านบนก็มืดครึ้มลงฉับพลัน ลมพายุหมุนวนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือลานประลองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แรงกดดันระดับมหาอำมาตย์แห่งขอบเขตราชันย์ปราณกดทับลงมาจนผู้คนนับพันทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมๆกันด้วยความอึดอัดแทบกระอักเลือด!
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นกบที่อาจหาญยิ่งนัก คิดว่าชนะมดปลวกตัวหนึ่งแล้วจะสามารถเหยียบย่างขึ้นสู่จุดสูงสุดได้หรือ เซียวหาน... เจ้าจำข้าได้หรือไม่?"
เสียงหัวเราะอันเยือกเย็นและทรงอำนาจดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากรอยแยกของมิติบนท้องฟ้าที่ฉีกขาดออกเป็นสีดำสนิท และร่างเงาดำทะมึนของบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับกลิ่นอายมารอันชั่วร้ายที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งสำนักเมฆาจันทร์ในพริบตา!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าลิขิตสวรรค์ไปกับคมกระบี่ของเซียวหานในตอนนี้ด้วยนะครับ
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 8
การประลองคัดเลือก
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!