หยดเลือดสีแดงสดที่ซึมผ่านคมกระบี่สีทองคำราม สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมกริบของเซียวหานราวกับรอยแตกร้าวบนกระจกแก้ว ความเงียบงันแผ่ซ่านปกคลุมหุบผาอัคนีเบื้องล่าง จนแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังดุจดั่งเสียงกัมปนาท กลิ่นอายกดดันระดับขอบเขตวิญญาณสวรรค์ขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างของบุคคลในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ผู้นั้น จนลมปราณในตันTianของเซียวหานถึงกับปั่นป่วนวุ่นวาย
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงบังอาจชักกระบี่ใส่ข้าผู้เป็นถึงมหาเทพจุติใหม่" เซียวหานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบ นัยน์ตาคู่นั้นมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุดันดุจพญาอินทรีที่มองเหยื่อเบื้องล่าง
"มหาเทพจุติหรือ?" เสียงหวานใสดังก้องกังวานดุจหยกกระทบกัน ร่างในชุดคลุมสีขาวค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามล่มเมืองจนแทบหยุดหายใจ แต่นัยน์ตากลับเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี "ในดินแดนรกร้างอัคนีแห่งนี้ ไม่มีมหาเทพ มีเพียงผู้ที่ต้องตายกับผู้ที่รอดชีวิต... และเจ้า กำลังก้าวเท้าเข้าสู่ประตูแห่งความตายทีละก้าวแล้ว เซียวหาน"
หลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่เบื้องหลังกระชับกระบี่ในมือแน่น นางก้าวเท้าเข้ามาขนาบข้างเซียวหานอย่างไม่ลังเล แม้พลังปราณของนางจะยังฟื้นฟูไม่เต็มที่ แต่สัญชาตญาณนักสู้ของธิดาสำนักเมฆาจันทร์หาได้ยอมก้มหัวให้ผู้ใด "ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร การใช้วิธีสกปรกดักซุ่มโจมตีเช่นนี้ มิใช่ วิถีของยอดฝีมือ"
บุคคลปริศนาหัวอกเบาๆ น้ำเสียงเย้ยหยัน "วิถีแห่งยอดฝีมือ? ในวัฏสงสารที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงนี้ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่กำหนดกฎเกณฑ์"
ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงคำรามต่ำๆ ดังเล็ดลอดขึ้นมาจากหินอัคนีสีดำสนิทนับพันก้อนที่รายล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสาม อักขระโบราณสีแดงฉานค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของหินแต่ละก้อน มันไม่ใช่หินธรรมดา แต่มันคือ "ค่ายกลหินอัคนีผลาญวิญญาณ" ค่ายกลโบราณที่สาบสูญไปนับหมื่นปี!
"ระวัง!" เซียวหานคว้าแขนของหลี่มู่เหยาแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่สีทองคำรามถูกปลดปล่อยออกเป็นโล่คุ้มกันรอบทิศทางในเสี้ยววินาทีที่หินอัคนีลูกแรกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงดุจดาวตก
*ตูม! ตูม! ตูม!*
แรงระเบิดมหาศาลสะท้านสะเทือนไปทั่วบริเวณ แรงอัดอากาศทำให้เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วท้องฟ้า คลื่นความร้อนแผดเผาจนผิวหนังแสบร้อน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่พลังทำลายล้างของหินอัคนีเหล่านี้ หากแต่เป็น "ค่ายกล" ที่กำลังบีบอัดมิติรอบตัวให้แคบลงเรื่อยๆ หากพวกเขายังหาทางออกไม่ได้ภายในหนึ่งกาลธูป วิญญาณของทุกคนจะถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลีอย่างแน่นอน
"ค่ายกลนี้ผูกติดกับธาตุไฟและจิตวิญญาณของสถานที่แห่งนี้" บุคคลในชุดขาวเอ่ยขึ้น สีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นว่าพลังของค่ายกลกำลังทวีความรุนแรงขึ้น "หากพวกเราไม่ร่วมมือกันทำลายจุดตายของค่ายกล จงอย่าหวังว่าจะมีใครได้ออกไปจากที่นี่ทั้งเป็น"
เซียวหานหรี่ตาลงมองสตรีตรงหน้า แม้ในใจจะระแวงสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของนาง แต่สถานการณ์บังคับให้เขาต้องเลือกทางที่ถูกต้อง "จุดตายของค่ายกลนี้อยู่ที่ใด?"
"ทิศอุดร... จุดตัดระหว่างศิลาอัคนีโลหิตและสายธารปราณเย็น" นางกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังแท่นหินมหึมาที่ตั้งอยู่ใจกลางค่ายกล "แต่ปัญหาคือ มันต้องใช้พลังปราณหยินและหยางกระตุ้นพร้อมกันในเสี้ยวลมหายใจเดียว หากจังหวะคลาดเคลื่อนแม้แต่เสี้ยวพริบตา ค่ายกลจะย้อนกลับมากลืนกินพวกเราเสียเอง"
หลี่มู่เหยากัดริมฝีปากแน่น นางก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปราณกระบี่เมฆาจันทร์สีฟ้าครามแผ่ซ่ายออกจากร่าง "ข้าจะรับผิดชอบสายธารปราณเย็นเอง... ส่วนหยาง ให้เป็นหน้าที่ของเจ้า เซียวหาน"
เซียวหานมองสตรีทั้งสองคน สตรีผู้หนึ่งคือศัตรูที่เพิ่งชักกระบี่จ่อคอหอยเขาเมื่อครู่ สตรีอีกผู้หนึ่งคือคู่หมั้นในนามที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเคียงข้างเขาในแดนมิคสัญญี รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซียวหาน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและความเด็ดเดี่ยว
"ดี... ถ้าเช่นนั้น วันนี้เรามาดูกันว่า หินอัคนีโบราณนี้ จะทนทานต่อวิถีกระบี่ฝืนลิขิตของข้าได้สักกี่น้ำ!"
เซียวหานประสานมือส่งพลังปราณสายอัคคีและทองคำรามเข้าสู่จุดศูนย์กลางของแท่นหิน ในขณะที่หลี่มู่เหยาปลดปล่อยวิชาปราณเหมันต์บริสุทธิ์เข้าประกบอย่างลงตัว แสงสองสี ทองคำรามและฟ้าคราม ประสานเข้าหากันจนเกิดเป็นเกลียวคลื่นพลังงานหมุนวนดุจมังกรสองตัวเริงระำบ
*ครืนนน—!*
เสียงกรีดร้องของหินอัคนีดังสนั่นหวั่นไหว อักขระโบราณบนพื้นเริ่มแตกร้าวทีละน้อย ความร้อนระอุพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่วินาทีนั้นเอง ที่เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงผ่านม่านพลังงานเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง!
ปลายกระบี่สีนิลกาฬเล่มหนึ่งจ่อตรงมาที่แผ่นหลังของเซียวหานอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคน
"คิดว่าจะทำลายค่ายกลนี้ได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ... ศิษย์น้องเซียวหาน เจ้ายังอ่อนหัดนัก!"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ 🙏✨
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 23
กับดักหินอัคนี
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!