โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบศิลาผนึกโบราณ ก่อเกิดเสียงสะท้อนกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหล
*"คิดว่าจะทำลายค่ายกลนี้ได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ... ศิษย์น้องเซียวหาน เจ้ายังอ่อนหัดนัก!"*
เสียงเย้ยหยันดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด ทว่าเซียวหานกลับไม่แม้แต่จะชายตามองผู้ที่เอ่ยวาจาดูแคลนนั้น ดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องไปยังเบื้องหน้า เบื้องหลังม่านหมอกเพลิงผลาญที่ลุกโชนดั่งอัคคีจากขุมนรก มีเงาร่างมหึมาของสัตว์อสูรในตำนานกำลังขยับกาย แรงกดดันระดับบรรพกาลแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวกลายเป็นสุญญากาศ
"เจ้าคิดจะลองดีกับข้า ถึงเพียงนี้เชียวหรือ... อินทรีเพลิงบรรพกาล" เซียวหานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่กดข่มสรรพสิ่ง
ภายในถ้ำอัคคีหมื่นปี หลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่เบื้องหลังกระชับกระบี่ในมือแน่น ไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกมาจากร่างนางเพื่อต้านทานไอความร้อนที่แผดเผา นางมองแผ่นหลังอันองอาจของชายหนุ่มด้วยแววตาที่ซับซ้อน ความรู้สึกห่วง
"เซียวหาน ระวังตัวด้วย! ค่ายกลนี้ซ่อนเร้นด้วยจิตสังหารโบราณ มันไม่ได้มีไว้เพื่อการทดสอบ แต่มีไว้เพื่อสังหารผู้ที่ก้าวล่วง!" นางเอือนเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งหาได้ยากยิ่งจากธิดาสำนักเมฆาจันทร์ผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง
เซียวหานมิได้หันกลับไปมอง ทว่ามุมปากของเขากลับยกย่องขึ้นเล็กน้อย คล้ายรอยยิ้มสมเพชโชคชะตา "มู่เหยา ถอยไปสามก้าว... ประตูแห่งความเป็นความตายนี้ มีเพียงข้าที่เปิดมันได้"
สิ้นคำพูด ร่างของเซียวหานก็ทะยานพุ่งเข้าหาม่านเปลวเพลิงสีชาดทันที!
ตูม!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงบรรพกาลพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า หลอมละลายผนึกหินผารอบด้านจนกลายเป็นลาวาเดือดพล่าน ร่างของเซียวหานถูกกลืนหายไปในทะเลเพลิง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของวิญญาณบรรพกาลที่ถูกกักขังมานานนับหมื่นปี
"เซียวหาน!" หลี่มู่เหยาอุทานออกมาอย่างลืมตัว หัวใจของนางกระตุกวูบราวกับถูกคมกระบี่กรีดแทง ความเยือกเย็นทั้งหมดที่นางฝึกฝนมาหลายสิบปีพังทลายลงในพริบตา นางกำลังจะพุ่งตัวตามเข้าไปในกองเพลิงนั้น ทว่า...
*เปรี้ยง!*
ลำแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะลวงจากใจกลางทะเลเพลิง สะเก็ดไฟนับล้านแตกกระจายราวกับดวงดาวร่วงหล่นจากฟากฟ้า เงาร่างของเซียวหานยืนตระหง่านอยู่บนหัวของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ ปีกสีเพลิงกว้างใหญ่แผ่สยายออกปก
นั่นคือ "อินทรีเพลิงบรรพกาล" สัตว์อสูรระดับราชันย์ที่หลับใหลมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ดวงตากลมโตสีเลือดของมันจ้องมองมนุษย์ตัวจ้อยที่กล้าเหยียบบนหัวของมัน เสียงคำรามที่สามารถสั่นคลอนสามภพดังขึ้นในจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนในรัศมีร้อยลี้
*[เจ้ามนุษย์... บังอาจนัก!]* เสียงก้องกังวานดั่งอสุนิบາດดังขึ้นในสมองของเซียวหาน มันคือจิตสื่อสารของสัตว์อสูรบรรพกาลที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและจิตสังหารอันรุนแรง
เซียวหานแค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง "หุบปาก!"
พร้อมกันนั้น เคล็ดวิชา "กระบี่พลิกฟ้า" ถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือที่กดลงบนหัวของมัน พลังปราณเทพเจ้าที่หลับใหลในร่างจุติใหม่ทะลักล้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงบนจิตวิญญาณของอินทรีเพลิงจนมันต้องสั่นสะท้าน ปีกที่เคยกระพืออย่างเกรี้ยวกราดหยุดชะงักลงทันที
นี่ไม่ใช่การปะทะด้วยกำลัง... แต่มันคือการกดขี่ทางจิตวิญญาณที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง!
"ข้าให้เวลาเจ้าสองลมหายใจ..." เซียวหานกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพเปลวเพลิงสีชาด "จะยอมทำพันธสัญญากับข้าแต่โดยดี หรือจะให้ข้าสลายร่างและจิตวิญญาณของเจ้าให้สูญสิ้นไปจากวัฏสงสารนี้ เลือกเอา!"
อินทรีเพลิงบรรพกาลตัวสั่นเทา มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตายและความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจต่อต้านได้จากมนุษย์ผู้นี้ กลิ่นอายนี้... มันคือกลิ่นอายของ "มหาเทพ" ผู้เคยเหยียบย่ำสวรรค์มาแล้วในอดีตชาติ!
ในที่สุด ความพายัพก็ยอมจำนนต่ออำนาจอันเหนือล้ำ มันก้มหัวลงต่ำ สัมผัสกับพื้นศิลา เป็นการแสดงออกถึงการยอมสยบอย่างสมบูรณ์
อักขระพันธสัญญาโบราณสีทองเปล่งประกายขึ้นระหว่างหน้าผากของเซียวหานและดวงตาของอินทรีเพลิง แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภากลบแสงจันทร์เพ็ญจนมืดมิด บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
หลี่มู่เหยาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เบื้องล่าง ถึงกับลมหายใจติดขัด นางไม่เคยพบเห็นมนุษย์ผู้ใดสามารถสยบสัตว์อสูรบรรพกาลได้ด้วยการข่มขู่เพียงไม่กี่คำเช่นนี้มาก่อน ความรู้สึกเลื่อมใสระคนหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในใจของนางอย่างลึกซึ้ง
ทว่า... ในวินาทีที่พันธสัญญาเสร็จสมบูรณ์ และแสงสีทองกำลังจะจางหายไปนั้นเอง
เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงจากความว่างเปล่าเบื้องหลังหลี่มู่เหยา กลิ่นอายแห่งความตายและกลิ่นอายอเวจีพรั่งพรูออกมาพร้อมกับคมดาบสีดำสนิทที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของนางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
"ฮ่าๆๆๆ... เซียวหาน ช่างน่ายินดีที่เจ้าได้สัตว์อสูรมาเป็นบริวาร แต่ทว่า... ของขวัญชิ้นนี้จากแดนปีศาจ เจ้าจะรับไว้ด้วยหรือไม่!"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับคมดาบที่กดลึกลงจนเลือดสีสดซึมไหลหยดลงบนพื้นศิลา!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถียุทธ์มาด้วยกัน ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 24
สัตว์อสูรพิทักษ์
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!