"หากการปกป้องเจ้า... หมายถึงการต้องกลายเป็นปีศาจผู้เหี้ยมโหดในสายตาใต้หล้า ข้าก็ยินดีจะแบกรับบาปนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว... มู่เหยา"
น้ำเสียงของเซียวหานแหบพร่าราวกับเศษแก้วที่ถูกบดขยี้ในลำคอ โลหิตสีแดงฉานสายหนึ่งไหลรินจากมุมปากของเขา หยดลงบนพื้นศิลาหยกขาวจนเกิดเสียงดังเปาะแปะ... เปาะแปะ... ดั่งเสียงฝนแรกฤดูที่โปรยปรายลงบนสุสานอันเงียบงัน
เบื้องหน้าของเขาคือมู่เหยา นางเซียนแห่งสำนักเมฆาจันทร์ผู้สง่างามดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง ยามนี้ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับแดงก่ำ ร่างบอบบางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ปลายกระบี่วิญญาณ 'เหมันต์สะท้านฟ้า' ในมือของนางสั่นระริก ปราณกระบี่ที่เคยเยือกเย็นแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน แต่มันกลับมิอาจเทียบได้กับความหนาเหน็บในหัวใจของนางในยามนี้
"เซียวหาน... ท่านพูดบ้าอะไรออกมา?" เสียงของมู่เหยาขาดห้วง นางก้าวเข้าไปหาเขาหมายจะยื่นมือออกไปสัมผัสแผ่นอกที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของชายหนุ่ม แต่ทว่า... เซียวหานกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างเยnชา สายตาที่เคยทอประกายอบอุ่นยามมองนาง บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าและห่างเหินดั่งคนแปลกหน้า
"พอได้แล้ว มู่เหยา" เซียวหานกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวน้ำนิ่ง แต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่กรีดลงบนหัวใจ "ความสัมพันธ์ระหว่างเรา มันจบลงตั้งแต่ที่จอมมารอเวจีเหยียบย่างเข้าสู่แดนเมฆาจันทร์แล้ว เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ? ตัวข้า... คือเป้าหมายที่แท้จริงของมัน มารผู้นั้นต้องการเพียงชีวิตและดวงจิตบรรพกาลของข้าเพื่อหลอมรวมเคล็ดวิชามารโลหิต หากข้ายังอยู่เคียงข้างเจ้า ไพร่พลนับหมื่นของแดนปีศาจจะไม่มีวันรามือ... และสำนักเมฆาจันทร์ของเจ้า จะต้องล่มสลายกลายเป็นทะเลเพลิง!"
"ข้าไม่กลัว!" มู่เหยาตะโกนแทรกขึ้นมา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่งามกระทบพื้นศิลาแตกกระจาย นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับจอมมารอเวจี หรือต่อให้ฟ้าดินพิโรธดับสูญ ข้า... หลี่มู่เหยา ก็ไม่เคยเสียใจที่ได้ร่วมเป็นร่วมตายกับท่าน เหตุใดท่านถึงใจร้ายนัก? เหตุใดจึงผลักไสข้าออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหนาวพัดโชกผ่านระเบียงทางเดินของตำหนักกระบี่เมฆา พาเอาปลายเส้นผมสีดำสนิทของเซียวหานปลิวไสว ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดร้าวลึกที่กำลังกัดกินวิญญาณ
*ใครจะรู้เล่า... ว่าใต้ใบหน้าที่เยnชาและท่าทีที่แข็งกร้าวนี้ หัวใจของอดีตมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่กำลังแหลกสลายเป็นผุยผง*
ในอดีตชาติ เขาถูกคนรักหักหลังจนต้องดับสูญวิญญาณ ความแค้นฝังลึกในกระดูกดำทำให้เขาปฏิเสธที่จะเปิดใจให้ผู้ใดอีก จนกระทั่งสตรีตรงหน้านี้ก้าวเข้ามาในชีวิต นางผู้ใช้ความจริงใจและหยาดน้ำตาละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาทีละน้อย มอบความรักที่บริสุทธิ์ดั่งแสงจันทร์เพ็ญให้แก่เซียวหานผู้ต้อยต่ำในร่างศิษย์สวะ
ทว่า... สวรรค์ช่างโหดร้ายนัก ยิ่งเขารักนางมากเท่าไหร่ ความอันตรายที่รายล้อมตัวนางก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ จอมมารอเวจีล่วงรู้จุดอ่อนนี้แล้ว มันจงใจใช้มู่เหยาเป็นเครื่องมือบีบคั้นเขา หากเขายังดึงดันจะครอบครองความสุขนี้ต่อไป จุดจบของมู่เหยาจะไม่ใช่แค่ความตาย แต่วิญญาณของนางจะต้องแตกดับชั่วนิรันดร์ ไม่10 ไม่100ชาติ ก็มิอาจผุดมิอาจเกิดได้อีก!
"เจ้าไม่กลัว... แต่ข้ากลัว" เซียวหานลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นกลับมาเย็นชาดั่งเหวไร้ก้นบึ้งอีกครั้ง ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเยาะหยันตัวเอง "มู่เหยาเอ๋อ... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ข้าจะยอมเอาชีวิตอันมีค่าของมหาเทพเช่นข้า ไปผูกติดไว้กับสตรีที่วันๆ เอาแต่ร่ำไห้และเป็นภาระให้ผู้อื่นปกป้อง? เจ้ามันก็เป็นแค่... หมากตัวหนึ่งที่ข้าใช้ยืมมือสำนักเมฆาจันทร์ช่วยฝึกฝนวิชาเท่านั้น!"
*ฉับพลัน!*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของมู่เหยา ร่างของนางเซียนผู้สูงศักดิ์เซถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและเจ็บปวดเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย นางมองหน้าชายหนุ่มที่นางมอบหัวใจให้ทั้งดวง ราวกับว่านางไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยในชีวิต
"ท่าน... ท่านพูดว่าอะไรนะ?" เสียงของมู่เหยาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้ตาย
"ฟังไม่เข้าใจหรือ?" เซียวหานแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยnชา สะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกไปกรีดทำลายหินผาศักดิ์สิทธิ์ด้านหลังจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เพื่อแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใย "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ทางใครทางมัน สำนักเมฆาจันทร์กับตัวข้า... ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดต่อกันอีก! หากเจ้ายังดื้อดึงติดตามข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่ากระบี่ในมือของเซียวหานผู้นี้ไร้ไมตรีจิต!"
พูดจบ เซียวหานก็ไม่รอให้นางได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก เขากระทืบเท้าลงกับพื้น ร่างของเขาทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับพญาอินทรีที่โผบินสู่ความมืดมิด ปราณกระบี่สีครามเข้มระเบิดออกรอบกาย แหวกม่านเมฆาพุ่งหายลับไปในขอบฟ้าทิศประจิมอย่างรวดเร็วดั่งสายอสนีบาต
"เซียวหาน---!"
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนและเจ็บปวดราวกับหัวใจสลายของมู่เหยา ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาเมฆาจันทร์ นางคุกเข่าลงกับพื้นศิลาที่เย็นเฉียบ สองมือจิกทึ้งลงบนพื้นดินจนเล็บมือฉีกขาด โลหิตสีแดงสดผสมปนเปกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นไม่ขาดสาย ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งของธิดาเจ้าสำนักได้มลายหายสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้ถูกความรักหักหลังจนจิตวิญญาณแตกสลาย
ทว่า... ในขณะที่มู่เหยากำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความทุกข์ระทม ณ ป่าทึบเบื้องล่างที่ห่างออกไปร้อยลี้ เซียวหานที่กำลังทะยานร่างอยู่กลางอากาศ จู่ๆ ก็กระอักเลือดคำโตออกมาอีกครั้ง ร่างของเขาร่วงหล่นลงกระแทกกับยอดไม้ใหญ่จนกิ่งก้านหักโค่น
เซียวหานคุกเข่าลงกับพื้นดิน มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกซ้ายแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน มิใช่เพียงเพราะบาดแผลจากการต่อสู้กับยอดฝีมือแดนปีศาจเมื่อวาน แต่เป็นเพราะ... 'คำสาปโลหิตมาร' ที่จอมมารอเวจีฝังไว้ในร่างของเขา กำลังแผ่ซ่านกัดกินเส้นชีพจรปราณทุกเส้นในร่างกายของเขาอย่างช้าๆ
"อึก... ร้ายกาจนัก..." เซียวหานกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬไหลโทรมกายจนอาภรณ์ชุ่มโชก เขารู้ดีว่าเวลาของตนเหลืออีกไม่มาก หากเขาไม่รีบหาที่ปิดด่านหลอมรวมกระบี่โลหิตทิพย์ภายในเจ็ดวัน ร่างนี้จะต้องระเบิดออกและดวงจิตอาจดับสูญตลอดกาล
*ฟรึบ!*
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ลมพายุหมุนวนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ใบไม้แห้งนับหมื่นใบค้างเติ่งอยู่กลางอากาศราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง
เงาสีดำทึบสายหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดของพ่ายไม้เบื้องหน้า ฝ่ายนั้นสวมชุดคลุมยาวสีเลือด ปีกสีดำสนิทแผ่สยายออกกว้างจนบังแสงจันทร์เพ็ญจนมิด รอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดขาวดั่งคนตาย
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างน่าเวทนานัก ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเซียน บัดนี้กลับกลายเป็นสุนัขจนตรอกที่ต้องวิ่งหนีแม้แต่เงาของตัวเอง!"
เสียงหัวเราะก้องกังวานเสียดแก้วหู เซียวหานเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ทว่าก่อนที่เขาจะได้ชักกระบี่ออกจากฝัก จู่ๆ ร่างของจอมมารอเวจีก็หายวับไปจากจุดเดิม และปรากฏตัวขึ้นประชิดร่างของเขาในชั่วพริบตา!
มือหนาที่เต็มไปด้วยอักขระมารสีดำสนิทพุ่งทะลวงเข้าคว้าจับที่ลำคอของเซียวหานอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ยกศิษย์สวะผู้นี้ลอยขึ้นจากพื้นดินโดยไร้ซึ่งหนทางขัดขืน!
"เจ้าคิดจะหนีไปไหน... เซียวหาน? มู่เหยานางนั้นถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างโดดเดี่ยวแล้ว ถึงตาเจ้าที่จะต้องชดใช้หนี้แค้นเมื่อหมื่นปีก่อนเสียที!"
จอมมารอเวจีกระซิบข้างหูของเซียวหานด้วยน้ำเสียงกระหายเลือด พร้อมกับที่มืออีกข้างหนึ่งเงื้อขึ้น เตรียมจะทะลวงอกควักหัวใจบรรพกาลของเซียวหานออกมาสดๆ ณ วินาทีแห่งความเป็นความตายนี้เอง... แสงสว่างสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งก็พุ่งแหวกฟ้าคำรามลงมาจากเบื้องบนพร้อมกับเสียงกระบี่คำรามสะท้านภพ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถียุทธ์มาด้วยกัน ณ ที่นี้ด้วยนะครับ (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ•ตอนที่ 26
ทางเลือกของความรัก
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้เผลอเป็นศัตรูหัวใจของมารเหนือภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!