เซียนเกมหุ้นหัวใจกับไอดอลสาวสายดาร์ก•ตอนที่ 8

คืนแห่งความลับ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงแก้วคริスタルกระทบกับโต๊ะหินอ่อนดัง *กริ๊ง* เบาๆ ทว่าบาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาทของคนฟัง รัตติกาลนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง สะท้อนภาพตึกระฟ้าที่สว่างไสวราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่ภายในห้องนี้กลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ผสมผสานกับความเงียบงันอันน่าอึดอัด ระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของเส้นแบ่งเขตแห่งความลับ ลีโอยืนกอดอก สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องมองร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท มินตราไม่ได้หลบสายตานั้น เธอยกเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน—รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยน้ำตาลอันแสนจะอันตราย "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, มินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังคุมเชิงเหยื่อ "ข้อมูลวงในที่เรย์ส่งให้คุณเมื่อวาน... มันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเข้าถึงได้ง่ายๆ หุ้นของบริษัทภาคินกำลังดิ่งลงเหวในพริบตา ฝีมือคุณสินะ" มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยเศษซากความแค้นที่ถูกฝังกลบมานานนับปี เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มช้าๆ ส้นสูงสามนิ้วกระทบพื้นส่งเสียงก้องกังวาน ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังของผู้หญิงที่ตายแล้วเกิดใหม่จากกองเพลิงแห่งความอัปยศ "คนธรรมดาอย่างนั้นหรือคะ, คุณณฐกร" เธอกระซิบ เสียงหวานหยดแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "คุณคิดว่าฉันเป็นแค่ อดีตไอดอลตกอับ ที่คุณเคยเขี่ยทิ้งเมื่อสามปีก่อนหรือไงคะ? น่าเสียดายนะคะที่ความทรงจำของคุณมันสั้นเสียเหลือเกิน... สั้นพอที่จะลืมไปว่า ใครกันที่เป็นคนผลักฉันลงไปในนรกบ่อนี้" คำพูดนั้นเฉียบคมเสียยิ่งกว่าคมมีด ลีโอชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววูบชั่วเสี้ยววินาที—อาการที่หาได้ยากยิ่งจากเซียนหุ้นผู้ไร้หัวใจ ภาพของเด็กสาวในชุดไอดอลที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจในคืนวันแต่งงานที่ไร้ความรักผุดขึ้นมาในหัว แต่มันถูกกลบด้วยกำแพงแห่งความเย่อหยิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองจากอดีตอันเน่าเฟะของครอบครัว "ฉันไม่ได้ผลักคุณ..." ลีโอเสียงกร้าวขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาความเยือกเย็น "วันนั้น... คุณเลือกที่จะเซ็นใบหย่าและหายตัวไปเอง" "เพราะฉันรู้ว่าอยู่ไปก็มีแต่ตายทั้งกลม!" มินตราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้นที่เก็บกดมานาน ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส แต่มันไม่ใช่ความอ่อนแอ—มันคือหยาดน้ำตาแห่งความเดือดดาล "คุณมันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง! มองทุกอย่างเป็นตัวเลข เป็นผลประโยชน์ แม้แต่ความรู้สึกของฉัน... คุณก็ตีค่ามันเป็นแค่หุ้นเน่าๆ ที่รอวันชอร์ตเซล!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ลีโอขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธพุ่งพล่านในอกเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่สิ่งที่ประหลาดคือ... ลึก ๆ ลงไปในใจกลางความชาชิน เขากลับรู้สึกเจ็บแปล๊บกับคำว่า 'หุ้นเน่าๆ' ที่เธอยกมาเปรียบเปรย เขารู้ดีว่าตัวเองทำอะไรลงไปในอดีต ความระแวงและการถูกหักหลังในครอบครัวทำให้เขากลายเป็นคนไร้หัวใจ ปิดกั้นทุกความรู้สึก และปล่อยให้มินตราต้องเผชิญกับมรสุมข่าวฉาวและการคุกคามจากภาคินเพียงลำพัง โดยที่เขาทำเป็นมองไม่เห็น เพื่อแลกกับความมั่นคงทางธุรกิจ "แล้วคุณคิดว่าที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันต่างกันตรงไหน?" ลีโอก้าวประชิดตัวเธอ ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับز้อน "การแก้แค้น การทำลายชีวิตภาคิน... มันทำให้คุณมีความสุขขึ้นมาจริงๆ งั้นเหรอ? มินตรา... มองหน้าฉันแล้วบอกซิ ว่าแววตาของคุณตอนนี้มันมีความสุขจริงๆ" มินตราผะหนีบสายตานั้นไม่ได้ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาน้อยเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับผิวแก้ม หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งไม่ใช่เพราะความพิศวาส แต่เป็นเพราะความจริงที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจันหน้า แผลในใจที่เธอพยายามเอาอิฐหนาๆ ถมทับไว้ กำลังถูกเขาใช้ปลายนิ้วเขี่ยให้ปริแตกออก "มีความสุขสิคะ..." มินตราเค้นเสียงตอบ ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว "ทุกครั้งที่เห็นหุ้นของภาคินร่วงลง... ทุกครั้งที่เห็นมันดิ้นรนเหมือนหมาข้างถนน... ฉันสะใจจะตายอยู่แล้ว! คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก... คุณไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของการถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือความเป็นคน!" "ฉันเข้าใจ!" เสียงของลีโอตวาดก้องออกไปโดยไม่รู้ตัว ความเงียบงันกลับมาครอบงำอีกครั้งเมื่อเขาเผลอหลุดความรู้สึกที่ซ่อนเร้นที่สุดออกมา มินตราเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ลีโอผ่อนลมหายใจยาว หลบสายตาเธอก่อนจะหันหลังกลับไปมองกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืน มือหนายกขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด "คุณคิดว่าฉันไม่เคยถูกหักหลังหรือไง, มินตรา" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นราบเรียบ เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยรอยร้าวลึก "พ่อของฉัน... คนที่ฉันเคารพที่สุด ขายหุ้นทั้งหมดแล้วทิ้งครอบครัวไปเพื่อผู้หญิงอีกคน แม่ฉันตรอมใจตายคาโตefaทำงาน... ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันบอกตัวเองว่า จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมามีอำนาจเหนือความรู้สึกของฉันอีกเด็ดขาด" มินตรานิ่งงิ่งไป ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนเห็นใจ นี่คือครั้งแรก... ครั้งแรกที่เซียนหุ้นผู้เย็นชาและไร้พ่ายคนนี้ ยอมเปิดเผยแผลเป็นเน่าเฟะในอดีตให้เธอฟัง เธอไม่เคยรู้เลย... ว่าภายใต้เกราะเหล็กอันแข็งแกร่งนั้น เขาก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายที่แตกสลายไม่ต่างจากเธอ "ลีโอ..." มินตราเอ่ยชื่อเขาแผ่วเบา เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำว่า 'คุณ' นําหน้า ลีโอหันกลับมามองเธอ ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้ง ในความมืดสลัวของห้องเพนต์เฮาส์ ท่าماมกลางความเย็นชาของบรรยากาศรอบตัว กำแพงที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองกลับเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความเข้าใจลึกซึ้งก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน—ความเจ็บปวดที่คล้ายคลึงกัน ทำให้พวกเขากลายเป็นเหยื่อของโชคชะตาที่ไม่ต่างกันเลย ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง ช้าๆ และระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา มือหนายื่นออกไปแตะที่ปลายนิ้วเรียวที่เย็นเฉียบของมินตรา เธอไม่ได้สะบัดหนี ปล่อยให้ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาซึมซับผ่านผิวเนื้อ ความเงียบระหว่างพวกเขามันเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำพูดใดมาอธิบาย "เรามาเริ่มใหม่กันไหม..." ลีโอกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความวิงวอนที่ยากจะปฏิเสธ "ไม่ใช่ฐานะสามีภรรยาตามกฎหมายที่ไร้ความรัก... แต่เป็นเรา... ที่เข้าใจแผลของกันและกัน" มินตราเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมกำลังทรยศเธอ ความแค้นที่สั่งสมมานานกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความอ่อนโยนที่เธอโหยหามาตลอด เธอกำลังจะพยักหน้ารับ... *ก๊อกๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงด้านนอกดังขึ้น ขัดจังหวะเวลาอันเปราะบางนั้นลงอย่างไม่คาดฝัน ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว ลีโอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หันขวับไปมองยังทิศทางของระเบียง มินตราหดมือกลับ หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจระคนสงสัย เพราะเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดแห่งนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาเป็นเลิศ ไม่มีทางที่ใครจะขึ้นมาทางระเบียงได้ เว้นแต่... ร่างเงาตะคุ่มของใครบางคนยืนอยู่หลังกระจกฝ้า ลีโอก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความระแวดระวัง มือเอื้อมไปปลดล็อกและกระชากบานกระจกออกอย่างแรง ทว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า กลับไม่ใช่ศัตรู หรือปาปารัซซี่อย่างที่คิด เด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อฮู้ดสีเทาตัวโคร่ง ยืนกอดตุ๊กตาหมีเก่าๆ ไว้แนบอก ดวงตากลมโตคู่โตที่ฉายแววความตื่นกลัวและดื้อรั้นในเวลาเดียวกันเงยขึ้นมองหน้าเขา เส้นผมสีดำหยักศกเล็กน้อยเปียกชื้นเพราะละอองฝนยามค่ำคืน และวินาทีที่เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นเต็มตา... ลีโอก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระบาลอย่างจัง ดวงตานั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา... มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! เด็กชายกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเซียนหุ้นหนุ่มหยุดหมุนลงในทันที "คุณแม่บอกว่า... ถ้าหลงทาง ให้มาหาคุณพ่อใจร้ายคนนี้ครับ" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการแก้แค้นครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมหุ้นหัวใจกับไอดอลสาวสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%