"ศูนย์จุดห้าเปอร์เซ็นต์... น้อยนิดจนน่าขันสำหรับคนที่เคยคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าทุกใบในกระดานนะคะ, คุณภาคิน"
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังลอดผ่านลำโพงบลูทูธราคาแพงระยับ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของค่ายเพลง 'T-Group Entertainment' ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้เส้นเลือดข้างขมับของภาคินปูดโปนเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อผู้เคยเหยียบย่ำอนาคตของคนอื่นเพื่อไต่เต้าสู่จุดสูงสุด กำลังจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยดวงตาที่เบิกโพลง เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้าคมคายที่ซีดเผือด ตัวเลขสีแดงฉานที่วิ่งพล่านบนหน้าจอระบบซื้อขายหลักทรัพย์ ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่มันคือใบมีดโกนที่กำลังกรีดเฉือนเนื้อหนังของเขาเองทีละน้อย
"เธอ... เธอทำแบบนี้ได้อย่างไร ยัยผู้หญิงสารเลว!" ภาคินคำรามลอดไรฟัน เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนหวาดกลัว เขาพยายามกดโทรศัพท์สายตรงหาผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงสัญญาณตัดสายทิ้ง... ไม่ก็เสียงอัตโนมัติที่บอกว่า 'เลขหมายนี้ไม่เปิดให้บริการ'
ในมุมมืดของห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและกระจกใสมองเห็นทัศนียภาพกรุงเทพมหานครยามบ่าย มินตรานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง รอยยิ้มที่แต้มอยู่บนเรียวปากสีแดงระเรื่อไม่ได้สะท้อนความอบอุ่นใดๆ มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในเขาวงกต
ชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาขับเน้นรูปร่างระหงให้ดูทรงอำนาจและเย้ายวนในคราเดียวกัน นิ้วเรียวยาวสวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะเบาๆ บนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเพลงมรณะ
"เงินก็ย่อมซื้ออำนาจได้เสมอไม่ใช่หรือคะ? สิ่งที่คุณเคยสอนมินไว้เมื่อสี่ปีก่อน... มินแค่นำมันกลับมาใช้ต่อยอดในวันนี้เองค่ะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนที่อยู่ปลายสาย
"เธอเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้น! หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในมือฉัน... มันถูกกว้านซื้อไปในเวลาไม่ถึงสิบนาที! เธอไปเอาทุนมาจากไหน!" ภาคินแทบคลั่ง เขาจำได้แม่นยำว่าผู้หญิงคนนี้ถูกเขาถีบส่งออกจากวงการโดยไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว ไอดอลสาวตกอับที่แม้แต่ค่าเช่าห้องยังแทบไม่มีปัญญาจ่ายในเวลานั้น เหตุใดวันนี้จึงกลายร่างเป็นวาฬยักษ์ที่พร้อมกลืนกินอาณาจักรของเขาทั้งเป็นได้เล่ห์กลใดกัน!
"ความลับค่ะ..." มินตราเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามทอประกายเยียบเย็น "แต่ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ ไว้เราไปคุยกันในฐานะ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่' กับ 'กรรมการผู้จัดการ' ในห้องประชุมใหญ่พรุ่งนี้เช้าดีกว่านะคะ... อ้อ เตรียมใจไว้หน่อยก็ดีนะคะ เพราะเก้าอี้ตัวที่คุณนั่งอยู่น่ะ มันไม่ได้เป็นของคุณมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ"
*ติ๊ด!*
เธอกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้กรีดร้องระบายความคับแค้นออกมาอีกแม้แต่ครึ่งคำ มินตราปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงช้าๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องพักส่วนตัวของเธอเอง
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวของอดีตไอดอลสาวไหววูบลงชั่วขณะ
ร่างสูงโปรดของ 'ลีโอ' หรือ ณฐกร เซียนหุ้นหนุ่มมือฉมังผู้เย็นชาและเฉียบคมกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่กลางห้องรับแขก แผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคยบัดนี้ดูเกร็งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ในมือหนาของชายหนุ่มไม่ได้ถือเอกสารทางธุรกิจหรือรายงานการลงทุนใดๆ แต่มันคือกระดาษแผ่นบางยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการถูกกำแน่น
— ใบผลตรวจ DNA ฉบับจริง
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมจิตใจเป็นครั้งแรก แม้เธอจะวางแผนล้างแค้นภาคินไว้อย่างรัดกุมแค่ไหน แต่เธอกลับคำนวณพลาดไปตัวแปรเดียว... ตัวแปรที่ชื่อว่า 'ณฐกร' ผู้ชายที่เธอพยายามหนีห่างมาตลอดเจ็ดปีเต็ม
ภายในห้องชุดหรูหราของมินตรา ความเงียบงันปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัด
ลีโอยืนมองเด็กชายตัวน้อยวัยหวานแหววที่กำลังนั่งเล่นตัวต่อเลโก้อย่างเงียบเชียบ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะมุมปากที่หยักขึ้นยามยิ้ม... มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ไม่มีทางปฏิเสธได้เลยแม้แต่น้อย ไม่มีช่องว่างให้แก้ตัวว่ามันคือความบังเอิญ
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า โลกทั้งใบที่เขาเคยควบคุมด้วยกราฟตัวเลขและสถิติพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกผิดบาปที่ฝังรากลึกในใจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทรมานราวกับถูกไฟแผดเผา
"นี่... ลูกของเรางั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอของลีโอ มันแหบแห้งและสั่นเทาจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของเซียนหุ้นผู้ทรงอิทธิพล
เด็กชายเงยหน้าขึ้นจากกองเลโก้ เอียงคอด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตใสแป๋วไร้เดียงสาจ้องมองชายแปลกหน้าผู้บุกรุก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาลีโอแทบหยุดหายใจ
"คุณอาหน้าเหมือนคุณแม่ตอนที่ร้องไห้ในรูปถ่ายเลยครับ... ทำไมคุณอาถึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เหมือนกันล่ะครับ?"
คำพูดซื่อประสาเด็กเปรียบเสมือนศลนับพันดอกที่ปักเข้ากลางใจ ลีโอทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนาสั่นเทาจนเกือบถือแผ่นกระดาษในมือไว้ไม่อยู่ เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อเรียกความจริงจากเด็กน้อย
ทันใดนั้นเอง... ประตูห้องพักก็ถูกเปิดผางออกด้วยฝีมือของใครบางคน
"ลีโอ! นายมาทำอะไรที่นี่... และนั่น... เด็กคนนี้คือใครกัน!"
เสียงตวาดอย่างตกใจตื่นดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ทำลายความเงียบงันจนสิ้นซาก... ภาคิน ที่บุกมาถึงคอนโดมิเนียมส่วนตัวของมินตราด้วยความคลุ้มคลั่งจากการสูญเสียอำนาจในบริษัท และภาพตรงหน้าก็ทำให้เขากลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปทันทีเมื่อเห็นอดีตคู่หมั้นของตนยืนอยู่กับเซียนหุ้นผู้ทรงอิทธิพลและเด็กชายหน้าตาเหมือนลีโอราวกับแกะ!
ดวงตาทั้งสามคู่ประสานกันในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เกมกระดานที่มินตราบรรจงสร้างขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่การหักหลังทางธุรกิจอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังจะระเบิดออกเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางแก้แค้นไปพร้อมกับชานมไข่มุกหวานร้อยนะคะ ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดค่ะ!
เซียนเกมหุ้นหัวใจกับไอดอลสาวสายดาร์ก•ตอนที่ 2
เกมกระดานแรกเริ่มขึ้น
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมหุ้นหัวใจกับไอดอลสาวสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!