กลิ่นอายของชาผู่เอ๋อร์ชั้นดีหมักบ่มนานสิบปีลอยกรุ่นเคล้าคละกับกลิ่นกำยานไม้กฤษณา ราคาแพงระยับในห้องโถงใหญ่สกุลเซี่ย ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
เซี่ยอวี่หลันในอาภรณ์ปักลายหงส์บินสีฟ้าครามเข้ม ขอบแขนเสื้อกุ๊นด้วยด้ายทองคำแท้ประดับไข่มุกราตรี ท่วงท่าการก้าวเดินของนางมั่นคงและสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังตรวจตราอาณาจักรของตนเอง ดวงตาคู่หงส์กวาดตามองเหล่าบ่าวไพร่และอนุภรรยาที่นั่งคุกเข่าเรียงรายอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา
"เจ้าค่ะ... เรื่องบัญชีรายจ่ายของเรือนใหญ่สามเดือนที่ผ่านมา เหตุใดจึงมีความผิดพลาดตัวเลขสูญหายไปถึงสามพันตำลึงทองเล่าเจ้าคะพี่รอง"
น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งกังวานขึ้นทำลายความเงียบ เซี่ยอวี่หลันปรายตามอง "อนุซู" อนุภรรยาคนโปรดของบิดา ผู้ซึ่งอาศัยช่วงเวลาที่มารดาแท้ๆ ของนางล้มป่วยกุมอำนาจดูแลเรือนหลังเอาไว้เบ็ดเสร็จ หญิงสาวผู้มักสวมอาภรณ์สีฉูดฉาดเกินฐานะและประดับกายด้วยเครื่องประดับหยกมันแพะล้ำค่า สะดุ้งเฮือกจนปิ่นยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น
อนุซูรีบคลานเข่าเข้ามาโม่พื้น พลางสะอื้นไห้เรียกคะแนนความน่าสงสาร "คุณหนูใหญ่... ท่านโปรดให้ความเป็นธรรมด้วยเถิดเจ้าค่ะ บัญชีเหล่านั้นล้วนใช้ไปเพื่อค่าใช้จ่ายภายในจวน ทั้งงานเลี้ยงรับรองและเสื้อผ้าหน้าผมของคุณหนูรอง..."
"บังAจ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว เซี่ยอวี่หลันมิได้ตะโกน ทว่าน้ำเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงสดนั้นกลับทรงพลังจนทุกคนในห้องโถงต้องก้มหน้าหมอบราบลงกับพื้น
"เจ้ากล้าเอาชื่อของข้ากับน้องรองมาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความโลภของตนเองอย่างนั้นหรือ?" อวี่หลันก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังก้องกังวานดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "เสื้อผ้าที่ข้าสวมใส่ อาหารที่ข้ากิน ล้วนมีบันทึกเบิกจ่ายจากท้องพระโรงและสินเดิมของท่านแม่ผู้ล่วงลับ หาใช่เงินทองจากคลังกลางที่ถูกพวกเจ้าสูบฉีดไปปรนเปรอญาติพี่น้องฝั่งบ้านเดิมไม่!"
เฟยอิน องครักษ์หญิงในชุดทะมัดทะแมงสีดำสนิทก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับโยนหีบไม้จันทน์หอมใบโตกระแทลงกับพื้น เสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง เมื่อฝากล่องดีดเปิดออก ภาพของโฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้ และบัญชีลับที่ซุกซ่อนไว้ใต้พื้นเรือนของอนุซู ก็ปรากฏต่อหน้าธารกำนัลอย่างชัดเจน
"นี่คือหลักฐานการยักยอกทรัพย์สินสกุลเซี่ยตลอดห้าปีที่ผ่านมา รวมมูลค่ากว่าแปดหมื่นตำลึงทอง" อวี่หลันเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "ท่านพ่อมอบหมายให้เจอดำดูแลจวน แต่เจ้ากลับใช้ความไว้วางใจนี้สูบเลือดสูบเนื้อสกุลเซี่ยจนแทบไม่เหลือซาก... เจ้าคิดว่าโทษทัณฑ์ของการยักยอกทรัพย์สินขุนนางขั้นหนึ่ง จะมีจุดจบเช่นไรเล่า?"
อนุซูหน้าถอดสี ล้มพับลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนพูดไม่ออก นางไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูใหญ่ที่เคยอ่อนแอและเอาแต่เก็บตัวเงียบงัน จะกลับกลายเป็นปีศาจสาวผู้รอบคอบไร้ช่องโหว่ ทุกลูกเล่นและคำแก้ตัวถูกปิดตายด้วยหลักฐานแน่นหนาที่ต่อให้มีปากเป็นร้อยก็ไม่อาจแก้ต่างได้
ท่ามกลางความเงียบงันและความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วจวน บ่าวไพร่ต่างก้มหน้าไม่กล้าหายใจแรง ทันรดนั้นเอง เสียงฝ่าเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูใหญ่ พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายมฆาเงินของชายผู้ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
จ้าวเฟยหรง... ท่านอ๋องผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นปีศาจ ก้าวเข้ามาในโถงรับแขกสกุลเซี่ยด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์กวาดมองภรรยาหมาดๆ ก่อนจะยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย
"ดูท่า... ชายาของเปิ่นหวางกำลังจัดการบ้านเรือนได้อย่างสนุกสนานทีเดียว?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นราชสำนักลับฉบับหนึ่งให้แก่นาง "และบังเอิญเหลือเกิน... ว่าคนที่เจ้ากำลังสอบสวนอยู่นี้ มีชื่อพัวพันกับการลอบปลอมแปลงตราประทับกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของเปิ่นหวางด้วยเช่นกัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมฟาดฟันไปด้วยกันนะคะ!
กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน•ตอนที่ 2
รอยร้าวในจวนสกุลเซี่ย
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!