กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เออร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นเคล้าคละกับความเย็นเยียบของค่ำคืนในตำหนักบูรพา แสงจากโคมกระดาษทาน้ำมันส่องกระทบเงาร่างระหงของเซี่ยอวี่หลัน นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกพลิกดูราชสำนักลับฉบับนั้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาผ่านอักษรพู่กันที่ตวัดอย่างทรงพลังแต่ไร้การปรุงแต่ง เปรียบเสมือนตัวตนของเจ้าของตราประทับที่ถูกทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางพายุแห่งการเมือง
"ดูท่า... ชายาของเปิ่นหวางกำลังจัดการบ้านเรือนได้อย่างสนุกสนานทีเดียว?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดเบียดดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง เซี่ยอวี่หลันไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงชะอักปลายนิ้วที่ถือกระดาษแผ่นนั้นไว้เล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปสบกับดวงเนตรคมกลาบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บของบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "อ๋องทรราช" จ้าวเฟยหรงประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงสลักลายหงส์มังกร ฉลองพระองค์ด้วยชุดคลุมยาวสีดำปักดิ้นเงินลายเมฆาล้อมพยัคฆ์ แม้จะอยู่ในยามวิกาลและไร้ซึ่งข้าราชบริพารรายล้อม ทว่ารัศมีกดดันรอบกายเขากลับแผ่ซ่านจนทำให้อากาศในห้องคล้ายจะหนาแน่นขึ้นหลายเท่า
"หม่อมฉันเพียงแค่กำลังช่วยพระองค์กวาดหยากไย่ในเรือนหลัง ที่ปล่อยไว้คงสร้างความอัปยศแก่พระเกียรติยศของท่านอ๋องมากกว่ากระมังคะ"
นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นระคนหวาดกลัวดังเช่นสตรีอื่นยามอยู่ต่อหน้าเขา
จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำสมส่วนก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเงียบเชียบดั่งพยัคฆ์ล่าเหยื่อ กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาโชยปะทะนาสิกของเซี่ยอวี่หลัน
"หึ... กวาดหยากไย่? เจ้าแน่ใจหรือว่าสิ่งที่เจ้ากำลังกวาด ไม่ใช่หมากที่คนผู้นั้นจงใจทิ้งไว้ล่อให้เราติดกับ?"
นิ้วมือหนายื่นเข้ามาฉวยกระดาษลับในมือของนางไปอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความครู่หนึ่งก่อนจะมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน "หลี่จวินเหยาช่างใจกล้าไม่เบา ถึงขั้นกล้าใช้ชื่อ 'ตราประทับกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ' มาเล่นสนุกในเกมการเมืองชิงบัลลังก์ และที่น่าขันยิ่งกว่า... คือมีคนในจวนของเปิ่นหวางยินยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้มัน"
เซี่ยอวี่หลันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ในชาติภพก่อน นางเคยโง่เขลาหลงเชื่อคำหวานลวงโลกของหลี่จวินเหยา จนทำให้กองทัพพยัคฆ์ทมิฬต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของคนทรยศ และทำให้บุรุษตรงหน้าต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ความยุติธรรม บัดนี้ เมื่อได้หวนคืนกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง นางจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นอันขาด แม้ว่าหมากตานี้จะอันตรายเพียงใด นางก็พร้อมจะเดิมพันด้วยชีวิต
"ถ้าเช่นนั้น... ค่ำคืนนี้ในงานเลี้ยงรับรองราชสำนักที่กำลังจะเริ่มขึ้น หม่อมฉันเกรงว่าฝ่าบาทและองค์ชายรองคงเตรียมบทละครฉากใหญ่ไว้ต้อนรับท่านอ๋องอย่างแน่นอนค่ะ" นางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเยียบเย็น
จ้าวเฟยหรงชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินผ่านนางไป ดวงตาคู่นั้นหันกลับมามองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มีทั้งความระแวดระวัง ความสงสัย และประกายความสนใจบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา
"เจ้ากลัวหรือ?" เขาเอ่ยถามเสียงพร่า
เซี่ยอวี่หลันระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มดั่งดอกท้อผลิบานท่ามกลางเหมันต์ ทว่ากลับซ่อนคมมีดไว้ร้อยเล่ม "คนตายไปแล้วครั้งหนึ่ง จะหวาดกลัวอันใดอีกเล่าคะ? อีกอย่าง... ในเมื่อหม่อมฉันตบแต่งเข้ามาเป็นชายาของท่านอ๋องแล้ว ศัตรูของพระองค์ ก็คือศัตรูของหม่อมฉันเช่นกันเพคะ"
คำพูดนั้นหนักแน่นดั่งหินผา ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ จ้าวเฟยหรงจ้องมองนางเนิ่นนาน ราวกับต้องการทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่นั้น ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปจัดปิ่นหยกสลักลายหงส์บนเรือนผมของนางให้เข้าที่อย่างทะนุถนอม ทว่าคำพูดต่อมากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"ดี... ถ้าเช่นนั้น คืนนี้ตามเปิ่นหวางไปงานเลี้ยง ไปดูซิว่าสุนัขพวกนั้นจะเห่าหอนได้ดังสักเพียงใด"
...
ณ ท้องท้องพระโรงใหญ่ ประดับประดาด้วยโคมไฟหยกเรืองแสงสว่างไสว เสียงบรรเลงดนตรีบรรเลงคลอเคล้าเสียงหัวoเราะรื่นเริงของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะเสวยที่มุมอับสายตากลับเงียบเชียบราวดั่งป่าช้า
จ้าวเฟยหรงประทับนั่งอยู่ ณ ที่นั่งอันเปล่าเปลี่ยวและไร้ผู้คนเหลียวแล ไม่มีขุนนางคนใดกล้าเข้ามาคารวะ ไม่มีแม้แต่ถ้วยสุราแสดงความยินดี ทุกคนต่างพากันหลบสายตา ราวกับเกรงว่าหากเข้าใกล้ "ปีศาจแห่งกองทัพ" ผู้นี้แล้วจะติดเชื้อโรคระบาดไปด้วย
เซี่ยอวี่หลันก้าวตามหลังเขามาด้วยก้าวเดินที่สง่างาม ชุดกระโปรงยาวสีเพลิงปักลายหงส์ทองสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทุกย่างก้าวของนางดึงดูดสายตาทุกคู่ในท้องพระโรงให้หันมามองเป็นตาเดียว ความงดงามที่เยือกเย็นและสูงส่งราวกับเซียนสาวหลุดลอยมาจากสรวงสวรรค์ ทำให้เหล่าบุรุษในงานถึงกับลืมหายใจ
สายตาของหลี่จวินเหยาที่นั่งอยู่เบื้องสูงเคียงข้างพระพักตร์ฮ่องเต้ หรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นร่างระหงของสตรีที่ตนเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับยืนเคียงข้างบุรุษที่ตนชิงชังที่สุดด้วยท่าทีองอาจสง่างาม
"ถวายพระพรท่านอ๋อง... และพระชายาพ่ะย่ะค่ะ"
เสียงหวานทุ้มขององค์ชายรองหลี่จวินเหยาเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินถือจอกสุราเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนจอมปลอม
จ้าวเฟยหรงเพียงแค่ปรายตามองจอกสุราในมืออีกฝ่ายอย่างไม่แยแส ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ "องค์ชายรองช่างมีน้ำใจนัก ยามที่เปิ่นหวางถูกโดดเดี่ยวไร้ผู้คนเหลียวแลเช่นนี้ ยังอุตส่าห์นำสุรามาคารวะถึงที่... เกรงว่าในจอกนี้คงไม่ได้ผสม 'น้ำผึ้งอาบยาพิษ' หรอกกระมัง?"
บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบลงทันที ขุนนางหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น
หลี่จวินเหยาชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างเล็กน้อยก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเจ็บปวดราวกับผู้ถูกใส่ร้าย "ท่านอ๋องตรัสล้อเล่นเกินไปแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเพียงแค่หวังจะมาดื่มคารวะสานสัมพันธ์พี่น้อง..."
ทว่าก่อนที่หลี่จวินเหยาจะได้กล่าวอันใดต่อ เซี่ยอวี่หลันที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้างก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางเบาประดับบนเรียวปากสีชาด แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ
"องค์ชายรองมีน้ำใจถึงเพียงนี้ จะปฏิเสธได้อย่างไรเพคะ..."
นางยื่นมือเรียวออกไปรับจอกสุรามาจากมือของหลี่จวินเหยาด้วยท่าทีเรียบเฉย ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในงานที่คาดไม่ถึงว่าพระชายาจะกล้ารับจอกสุรานั้นด้วยตนเอง
เซี่ยอวี่หลันก้มมองจอกสุราในมือครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหลี่จวินเหยาตรงๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน
"เพียงแต่... สุราจอกนี้ หากดื่มคนเดียวคงไร้อรรถรส หม่อมฉันได้ยินมาว่าองครักษ์คนสนทรขององค์ชายรองเพิ่งทำความดีความชอบครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้... ไฉนไม่ให้เขาเป็นผู้ดื่มสุราคารวะจากมือของพระองค์เองเล่าเพคะ?"
สิ้นคำกล่าวของนาง องครักษ์เงาคนหนึ่งที่ยืนหลบอยู่เบื้องหลังหลี่จวินเหยาพลันมีสีหน้าเปลี่ยนสีทันที!
เซี่ยอวี่หลันไม่ได้รอให้ใครได้เอ่ยทักท้วง นางสะบัดมือเทสุราครึ่งหนึ่งลงบนพื้นหินอ่อนทันที กลิ่นหอมหวานประหลาดลอยฟุ้งขึ้นมาปะทะนาสิก พร้อมกับควันสีดำจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากคราบสุราบนพื้นดิน!
ท้องพระโรงทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบสงัดช็อกสนิท...
หลี่จวินเหยาหน้าถอดสีทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัวเมื่อความจริงถูกเปิดเผยต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้
จ้าวเฟยหรงหันมามองสตรีข้างกายด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงแห่งความพึงพอใจและลุ่มลึกสุดประมาณ มุมปากหนายกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นอย่างน่ากลัว
"ดูท่า... ของขวัญชิ้นแรกที่น้องรองเตรียมให้เปิ่นหวาง จะรสชาติเผ็ดร้อนเสียจนลิ้นชาทีเดียวสินะ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ!
กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน•ตอนที่ 3
บุรุษผู้ถูกลืม
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!