กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีเก่าลอยอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ตัดกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักอ๋องที่ทรุดโทรม จ้าวเฟยหรงประทับนั่งนิ่งสนิทบนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายพยัคฆ์เหินซึ่งหลุดลอกตามกาลเวลา พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทศพักตร์คู่นั้นมิได้ทอดมองเครื่องกระเบื้องเคลือบราคาแพง หากแต่จดจ้องร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีครามเข้มปักลายกิ่งเหมยสีเงินยวงที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง
"ดูท่า... ของขวัญชิ้นแรกที่น้องรองเตรียมให้เปิ่นหวาง จะรสชาติเผ็ดร้อนเสียจนลิ้นชาทีเดียวสินะ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าในฤดูหนาวดังขึ้น ทะลุผ่านม่านความเย็นชาที่ห้อมล้อมพระองค์อยู่ เซี่ยอวี่หลันมิได้สะทกสะท้านต่อออร่าคุกคามที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่า ‘อ๋องปีศาจ’ แม้แต่น้อย นางเพียงแย้มสร้อยพระโอษฐ์น้อยๆ อย่างผู้กุมชัยชนะในเกมกระดาน
"ทูลท่านอ๋อง สิ่งที่องค์ชายรองหลี่จวินเหยาประทานให้ หาใช่ของขวัญแสดงความยินดีไม่ หากแต่เป็น 'ยาพิษเคลือบน้ำผึ้ง' ที่รอวันกัดกร่อนรากฐานของตำหนักนี้ต่างหากเพคะ" อวี่หลันกล่าวตอบ น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่ากังวานใสราดรดลงบนความเงียบงันราวกับเสียงพิณดีดต้องสาย
จ้าวเฟยหรงแค่นพระSaran หัวเราะในลำคอแผ่วเบา ความระแวดระวังฉายชัดในแววตาคู่นั้น พระองค์ทรงชันพระพักตร์ขึ้นเล็กน้อย พลางใช้เรียวพระนิ้วเคาะเบาๆ บนพนักเก้าอี้เป็นจังหวะเชื่องช้า "เจ้าเป็นเพียงบุตรีตกอับของเสนาบดีเซี่ย เหตุใดจึงกล้าอาจหาญวิจารณ์เกมการเมืองในราชสำนักเช่นนี้? หรือคิดว่าการตายที่เมืองหลวงยังไม่สาสมใจพอ?"
"หม่อมฉันมิได้รนหาที่ตายเพคะ แต่กำลังนำ ‘ทางรอด’ มาถวายต่างหาก" อวี่หลันก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างไม่เกรงกลัว นางทอดสายตามองแผนที่แคว้นต้าฉีที่กางอยู่บนโต๊ะยาว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ลุ่มแม่น้ำฮวงโหตอนล่าง—จุดยุทธศาสตร์ที่กำลังจะกลายเป็นสุสานมนุษย์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า "หากหม่อมฉันเดาไม่ผิด ยามนี้กรมโยธาธิการกำลังปวดหัวกับงบประมาณซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำที่ถูกตัดทอนลงครึ่งหนึ่ง และอีกไม่นาน ฝนห่าใหญ่จะซัดถล่มลงมาจนมวลน้ำทะลักเข้าท่วมนาข้าวเจ็ดมณฑลทางใต้... ซึ่งพื้นที่เหล่านั้น อยู่ในเขตอิทธิพลของท่านอ๋องใช่หรือไม่เพคะ?"
ร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหรงชะงักกึก พระเนตรที่เคยราบเรียบพลันหรี่แคบลงอย่างอันตราย ข้อมูลลับเรื่องงบประมาณและการพยากรณ์อุทกภัยนี้ เป็นเอกสารลับที่เพิ่งส่งตรงมาจากกองกราบหลวงเมื่อยามสาม... สตรีตรงหน้านี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงล่วงรู้เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นราวกับตาเห็น?
"ปากกล้าเหลหรานักนะ เซี่ยอวี่หลัน" จ้าวเฟยหรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง พระองค์ก้าวเข้าไปประชิดร่างบาง จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาโชยเข้าปะทะนาสิก "เจ้าเอาอะไรมามั่นใจว่า เปิ่นหวางจะสนใจคำพูดของสตรีที่แม้แต่สามียังทอดทิ้ง?"
อวี่หลันแหงนพระพักตร์ขึ้นสบตากับพระองค์อย่างไม่หลบเลี่ยง ในดวงตาคู่หงส์คู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้เพียงความลุ่มลึกและเยือกเย็นดั่งห้วงมหาสมุทร "เพราะหม่อมฉันรู้ว่า ท่านอ๋องทรงเบื่อหน่ายการเป็นเบี้ยบนกระดานที่ถูกผู้อื่นชักใยเต็มทีแล้วเพคะ... องค์ชายรองต้องการใช้ภัยพิบัติครั้งนี้เพื่อบีบให้พระองค์ทรงออกหน้าแก้ปัญหา หากสำเร็จ พระองค์จะถูกมองว่าเป็นแค่เครื่องมือหาเสียง แต่หากล้มเหลว... ราชโองการปลดออกจากตำแหน่งอ๋องและเนรเทศตลอดชีวิตคงถูกส่งมาถึงหน้าประตูตำหนักก่อนฟ้าสว่าง"
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความจริงอันโหดร้ายซึมซับเข้าสู่ห้วงความคิดของบุรุษผู้ทรงอำนาจ ก่อนจะคลี่ยิ้มงดงามหยาดเยิ้มแต่ทว่าแฝงคมมีด
"แต่ถ้าท่านอ๋องทรงมอบอำนาจเด็ดขาดในการจัดการอุทกภัยครั้งนี้ให้หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่เพียงแต่จะปกป้องเขตอิทธิพลของพระองค์ไว้ได้ครบถ้วน แต่จะพลิกวิกฤตินี้ให้กลายเป็น ‘ผลงานชิ้นโบว์แดง’ ที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ทรงปฏิเสธที่จะตบรางวัลให้ไม่ได้เพคะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ จ้าวเฟยหรงจ้องมองรอยยิ้มมั่นใจบนดวงพักตร์นั่น นัยน์ตาคู่นคมกริบฉายประกายประหลาดล้ำ ความรู้สึกบางเบาดั่งสายลมพัดผ่านขั้วหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน—สตรีผู้นี้มิได้มาเพื่อร้องขอความเมตตา แต่นางกำลังยื่น ‘คมดาบ’ มาให้พระองค์เพื่อฟาดฟันศัตรูต่างหาก
"หึ... ดี" สุรเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาพร้อมกับพระโอษฐ์ที่กระตุกยิ้มหยัน "ในเมื่อเจ้ากล้าเดิมพันถึงเพียงนี้ เปิ่นหวางก็จะให้โอกาสเจ้าได้แสดงฝีมือ... แต่อย่าลืมว่า หากหมากตานี้พลาดพลั้ง หัวบนบ่าของเจ้าจะไม่หลงเหลือแม้แต่ที่ให้สวมหมวกปักลาย!"
"หม่อมฉันยินดีเอาชีวิตเข้าแลกเพคะ..." อวี่หลันย่อกายคารวะอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "และขอท่านอ๋องทรงรอทอดพระเนตรการแสดงงิ้วฉากแรก ที่หม่อมฉันตั้งใจจัดเตรียมไว้ต้อนรับองค์ชายรองได้เลยเพคะ"
จ้าวเฟยหรงมิได้ตรัสสิ่งใดตอบ ทว่าพระหัตถ์หนากลับยื่นออกไปคว้าถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นมาจิบช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการเอาคืน
ทว่า ในวินาทีที่พระองค์ทรงยกถ้วยชาขึ้นจรดพระโอษฐ์นั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีเฒ่าก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับเสียงหอบสะท้านที่หน้าประตูตำหนัก
"ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! ทาง... ทางการส่งราชโองการด่วนที่สุดมาถึงหน้าตำหนัก แจ้งว่า... แจ้งว่าเขื่อนกั้นน้ำที่มณฑลหนานเจียงพังทลายลงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ด้วยรักและปรารถนาดี
เงียบแต่ฟาดเรียบ
กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน•ตอนที่ 4
ก้าวแรกของกุนซือ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!