กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน•ตอนที่ 1

ฟื้นจากกองเพลิง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นคาวโลหิตจางๆ ลอยอลวนอยู่ปลายนาสิก ความเจ็บปวดร้าวรานราวกับร่างทั้งร่างถูกฉีกกระชากด้วยม้าแยกร่างยังคงฝังแน่นอยู่ในประสาทสัมผัส ทว่าสิ่งแรกที่เซี่ยอวี่หลันรับรู้ได้มิใช่ความตายอันมืดมิด หากแต่เป็นสัมผัสเย็นเยียบของเครื่องเรือนไม้ฮวาหลี และเสียงกระซิบกระซาบที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตนเอง "คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ? โชคดีเหลือเกินที่ท่านแม่นมตามท่านหมอมาทัน มิฉะนั้นบ่าวคงไม่รู้จะเอาหน้าไปพบผู้ใดแล้วเจ้าคะ" เสียงของ 'ชุนฮวา' บ่าวรับใช้คนสนิทที่ควรจะ... ตายไปพร้อมกับกองเพลิงเผาเรือนเมื่อสามปีก่อน ดังขึ้นด้วยความโล่งอก เซี่ยอวี่หลันค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้น ความพร่ามัวเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา ดวงตาคู่หงส์กวาดตามองรอบกายด้วยความรวดเร็วและเงียบเชียบ ผ้าม่านไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อน หน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรที่เปิดรับแสงยามบ่าย และกระจกทองเหลืองเงาวับที่สะท้อนใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้รอยแผลเป็นของสตรีวัยสิบแปดปี สามปีก่อน... นางในวัยสิบแปดปี ก่อนที่ตระกูลเซี่ยจะถูกตราหน้าว่ากบฏ ก่อนที่เอกสารลับทางราชการจะถูกสับเปลี่ยน และก่อนที่จดหมายรักเลือดที่นางเขียนถวายแก่หลี่จวินเหยาจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวประหารชีวิตคนทั้งตระกูล นางย้อนเวลากลับมาแล้ว "คุณหนู... ดื่มน้ำชาก่อนนะเจ้าคะ สีหน้าของท่านยังไม่ค่อยสู้ดีนัก" ชุนฮวารินชาอุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลายคราม ยื่นส่งให้ด้วยความภักดี เซี่ยอวี่หลันมิได้ยื่นมือมารับทันที นางทอดสายตามองถ้วยชาในมือบ่าวรับใช้ นัยน์ตาดำขลับลẫกซึ้งลุ่มลึกราวกับก้นบึงหมื่นปี ความทรงจำอันโหดร้ายในช่วงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตไหลทะลักเข้ามา ประกายตาของนางไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี ในเวลานี้ นางยังเป็นเพียงคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านสติปัญญาและความงาม เป็นคู่หมั้นหมายที่เพียบพร้อมขององค์ชายรอง หลี่จวินเหยา ผู้ซุกซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนดั่งหยก "ข้าไม่เป็นไร" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจอย่างประหลาด จนชุนฮวาชะงักมือที่ถือถ้วยชาไปชั่วขณะ รู้สึกราวกับว่าคุณหนูของนางในวันนี้... มีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มากเสียจนนางไม่กล้าสบตาตรงๆ เซี่ยอวี่หลันค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นพิงกับหัวเตียง ผ้าห่มแพรปักลายหงส์ทองคลุมกายอยู่สะท้อนแสงไฟวับแวม นางยกมือขึ้นลูบไล้ข้อมือเนียนนุ่มของตนเอง ไร้ซึ่งรอยไหม้เกรียม ไร้ซึ่งโซ่ตรวนแห่งความอัปยศ ทุกอย่างยังทันการณ์... บัญชีแค้นที่พวกมันฝากไว้ นางจะค่อยๆ คิดดอกเบี้ยคืนให้ทีละคนอย่างสาสม "วันนี้นกพิราบสื่อสารจากนอกจวนบินมาหรือยัง?" นางเอ่ยถามเสียงเบา ทว่ากังวานชัดในความเงียบ ชุนฮวากะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ "เอ่อ... บ่าวไม่ทันสังเกตเจ้าค่ะ แต่วันนี้ช่วงเช้า มีจดหมายเทียบเชิญจากจวนองค์ชายรอง ส่งมาถึงท่านตั้งแต่ยามเหมิน (05.00-06.59 น.) แล้วเจ้าค่ะ บ่าววางไว้ที่โต๊ะหนังสือ" มุมปากของเซี่ยอวี่หลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่งดงามทว่าน่าสะพรึงกลัว หลี่จวินเหยา... ช่างร้อนรนเสียจริง เกรงว่าแผนการยักยอกเสบียงคลังหลวงที่เขากำลังร่วมมือกับขุนนางกังฉินคงจะต้องการมันสมองของนางไปช่วยขัดเกลาแผนการให้เนียนกริบสินะ เพรงกรรมที่พวกมันเคยชักใยนางให้กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างตระกูลจ้าว... อ๋องผู้ถูกหมางเมินและถูกตราหน้าว่าเป็นปีศาจ บัดนี้ นางจะพลิกกระดานนี้ด้วยมือของนางเอง "หยิบจดหมายนั้นมาให้ข้า" สุ้มเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดออกคำสั่ง ชุนฮวารีบก้าวไปหยิบซองจดหมายกระดาษสาเนื้อดีประทับตราประจำพระองค์มาส่งให้ เซี่ยอวี่หลันรับมา กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกชั้นดีและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ขององค์ชายรองลอยแตะจมูก นางบรรจงแกะผนึกออก กวาดสายตาอ่านข้อความหวานล้ำที่เต็มไปด้วยคำลวงโลก *‘อวี่หลัน... น้องหญิง ยามนี้บุปผาในสวนท้อกำลังผลิบาน งملดงามเพียงใดก็มิอาจเทียบเท่ารอยยิ้มของเจ้า ยามค่ำคืนนี้ พี่รอพบเจ้าที่ศาลาชมจันทร์หลังจวนตระกูลหลี่ มีเรื่องสำคัญยิ่งยวดที่จะปรึกษาเกี่ยวกับอนาคตของเรา...’* ช่างน่าขันสิ้นดี อนาคตที่เขาวาดฝันไว้ คือการเหยียบย่ำซากศพของนางเพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกร เซี่ยอวี่หลันแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้ชุนฮวารู้สึกเสียวสันหลังวาบ นางพับจดหมายเก็บลงในอกเสื้ออย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้าวลงจากเตียง สัมผัสแรกที่เท้าแตะพื้นเรือนไม้ให้ความรู้สึกมั่นคงและจริงแท้ นางเดินไปยังโต๊ะเครื่องแปรง หยิบปิ่นปักผมหยกขาวลายหงส์คาบแก้วขึ้นมาเสียบลงบนมวยผมอย่างประณีต งดงาม ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสตรีสูงศักดิ์ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากสั่งให้ชุนฮวาเตรียมรถม้าเพื่ออกเดินทางไปสะสางหมากกระดานแรก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน *ปัง!* ประตูกลอนไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของเฟยอิน องครักษ์หญิงเงาผู้ภักดีในชุดทะลายศัตรูสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หยดเลือดสดๆ ไหลหยดลงตามชายผ้าคลุม มือเรียวยังคงกุมดาบยาวที่ชุ่มไปด้วยโลหิต "คุณหนู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" เฟยอินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง หอบหายใจถี่กระชั้น แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ยากจะปิดบัง "เมื่อครู่สายข่าวของเรารายงานด่วนเข้ามา... ท่านอ๋องสาม... จ้าวเฟยหรง ถูกราชโองการลับกล่าวหาว่าเป็นกบฏ วางแผนลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้! ตอนนี้กองกำลังราชองครักษ์หลวงนับพันนายกำลังปิดล้อมจวนอ๋องสาม และมีคำสั่งให้จับกุมตัวท่านอ๋องไปประหารชีวิต ณ ลานประหารหลวงภายในหนึ่งกั๊ก (สองชั่วโมง) นี้แล้วเจ้าค่ะ!" เซี่ยอวี่หลันชะงักค้าง ปิ่นหยกในมือเกือบหลุดร่วง จ้าวเฟยหรง... สามปีก่อน ในยามที่นางโง่งม เขาคือคนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในคุกมืด โดยที่นางไม่เคยเหลียวแล แต่วันนี้... เขากลับถูกกล่าวหาเร็วกว่ากำหนดการเดิมถึงสามปีเต็ม! นี่หมายความว่าอย่างไร? หรือว่ามีหนอนกระดานอีกคนหนึ่งที่ย้อนเวลากลับมาเช่นเดียวกับนาง หรือว่าหมากกระดานนี้ถูกเร่งเร้าให้เดินเร็วกว่าเดิมเพื่อทำลายล้างนางและเขาก่อนเวลาอันควร? ดวงตาคู่หงส์หรี่แคบลง รัศมีแห่งความเฉียบคมระเบิดออกมาจากร่างอรชรอย่างไม่ปิดบัง ความเงียบงันปกคลุมทั่วห้องนอนชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากอิบอิ่มจะแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่ดุร้ายและทรงพลังที่สุดในรอบสามชาติภพ "เตรียมรถม้า..." เซี่ยอวี่หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นกังวาน ประกายในดวงตาฉายแววท้าทายฟ้าดิน "เราจะไปรับตัว 'สามี' ผู้ถูกหมางเมินผู้นั้น... กลับจวนของเรา" --- *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ - เงียบแต่ฟาดเรียบ*
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%