กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน•ตอนที่ 9

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมกรุ่นลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากคมดาบซึ่งเพิ่งถูกเช็ดจนสะอาดสะอ้าน บรรยากาศภายในตำหนักบูรพาในยามวิกาลช่างเงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากนาฬิกาน้ำทองคำสำริดที่ดังแข่งกับจังหวะหัวใจ เซี่ยอวี่หลันยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้สลักลายหงส์เหิน ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนดุจหยกขาวลูบไล้ไปตามกระดาษสาเนื้อดีที่เพิ่งถูกแต้มด้วยหมึกสีชาด ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยยามทบทวนภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ "องค์ชายสามเพคะ..." น้ำเสียงที่เอื้อnนเอ่ยออกไปเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ "ทรงตกพระทัยอะไรอยู่หรือคะ? เกมกระดานนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นเดินหมาตัวแรกเองนะ" ภาพใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของหลี่จวินเหยา องค์ชายผู้เคยยิ้มแย้มและสวมหน้ากากความเมตตาอยู่เสมอ ยามที่ได้ยินคำเตือนเชิงขู่ขวัญนั้น ช่างเป็นภาพที่น่ารื่นรมย์เสียจนริมฝีปากบางเฉียบของนางอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มหยันออกมาบางเบา ชุดกระโปรงผ้าไหมแพรต่วนสีม่วงเข้มปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นเงินขยับไหวตามจังหวะการหายใจ ลวดลายปักนกยูงรำแพนที่ชายผ้าสะท้อนแสงตะเกียงวับแวม ยิ่งขับเน้นให้ร่างระหงของนางดูน่าเกรงขามและลึกลับราวกับภูตสาวพรายกระซิบในยามราตรี ทว่า ความเงียบงันในห้องหนังสือไม่ได้ดำรงอยู่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าไร้ซึ่งสุ้มเสียงของฝุ่นผงที่กระทบพื้นไม้ ก็ดังขึ้นที่เบื้องหลัง อวี่หลันไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมอง นางย่อมรู้ดีว่าเป็นผู้ใด กลิ่นอายความเย็นเยียบดุจพายุหิมะนอกด่านที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของบุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนเช่นนี้ มีเพียงหนึ่งเดียวในแผ่นดิน... จ้าวเฟยหรง ท่านอ๋องผู้ถูกขนานนามว่าปีศาจทมิฬ "เจ้าเล่นแรงเกินไปแล้ว... หวานเอ๋อร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นเหนือศีรษะ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายมฆาและพยัคฆ์ด้วยดิ้นทองคำเข้มข้นก้าวเข้ามาประชิด แผ่นอกกว้างแนบชิดอยู่กับแผ่นหลังบอบบางของนางอย่างจงใจ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างใบหูขาวสะอาดทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่นางหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ อวี่หลันเพียงแต่เหลือบสายตากลับไปมองเงาสะท้อนในกระจกสำริดเบื้องหน้า ในกระจกนั้น... ภาพของบุรุษผู้ดุร้ายและสตรีผู้เยือกเย็นยืนเคียงคู่กันราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ทรงพลัง เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากรอยดาบมาโอบรอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง ราวกับโซ่ตรวนที่ไม่มีวันหลุด "หม่อมฉันเพียงแต่นำของขวัญชิ้นเล็กๆ ไปคืนให้เขาเท่านั้นเพคะ" อวี่หลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปาก "ในเมื่อเขาอุตส่าห์ส่งมือสังหารมาต้อนรับหม่อมฉันถึงเรือนพักในคืนแรกที่กลับมาเมืองหลวง มีหรือที่หม่อมฉันจะไม2่ตอบแทนไมตรีจิตอันลึกซึ้งนั้น" จ้าวเฟยหรงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอประกายลẫกซึ้งยากจะหยั่งถึง ฝ่ามือหนาบีบกระชับเอวบางของนางเข้าหาตัวอีกนิดจนแทบไม่มีช่องว่าง "เจ้าเด็กนั่นมันโง่เขลาที่ไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร... แต่เจ้าก็ประมาทเกินไป แผนการกำจัดคนของสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์เมฆาของเจ้า ทำให้หลี่จวินเหยารู้ตัวเร็วกว่าที่ควรจะเป็น" อวี่หลันหันขวับกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายเล็กน้อย เรือนร่างของนางอยู่ชิดติดกับแผ่นอกของเขาจนได้กลิ่นอายบุรุษชัดเจน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงเนตรคมดุคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง "ทรงคิดว่าหม่อมฉันเดินหมากพลาดหรือเพคะ ท่านอ๋อง?" นางถามเสียงหวาน หยาดน้ำเสียงเจือแววเย้าหยอก "บางครั้ง... การทำให้ศัตรูรู้ตัวเร็วกว่ากำหนด ก็เป็นกลยุทธ์ในการต้อนสุนัขจนตรอกเช่นกัน เมื่อมันตื่นตระหนก มันย่อมทำพลาด และเมื่อมันทำพลาด... ข้าก็เพียงแค่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากซากปรักหักพังที่มันสร้างขึ้นด้วยมือของมันเอง" จ้าวเฟยหรงจ้องมองรอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้างามล้ำนั้น นัยน์ตาคมปลาบไหววูบหนึ่งด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มีทั้งความหลงใหล ความระอาใจ และความรักลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยคำใดมานิยาม เขาเป็นบุรุษที่ผู้คนต่างหวาดกลัวและขับไลไสส่ง แต่กับสตรีผู้นี้... นางกลับมองเห็นความรarยร้าวในตัวเขา และเลือกที่จะยืนเคียงข้าง พร้อมจะหยิบกระบี่ขึ้นฟาดฟันศัตรูไปพร้อมกับเขาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด นิ้วมือแข็งแรงยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์โหดเหี้ยมของเขาโดยสิ้นเชิง "ข้าไม่ได้กลัวว่าเจ้าจะเดินหมากพลาด... แต่ข้ากลัวว่า เจ้าจะเจ็บตัว" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา อวี่หลันชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชาและเคยถูกบดขยี้จนแหลکสลายในชาติภพก่อน คล้ายถูกกระแสไออุ่นบางอย่างโอบอุ้มไว้ นางมองลึกลงไปในดวงตาของจ้าวเฟยหรง และพบแต่ความจริงใจที่ไร้ซึ่งการเสแสร้ง "หม่อมฉันไม่ใช่สตรีในห้องหอที่จะรอให้บุรุษมาปกป้องเพคะ" อวี่หลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงความเด็ดเดี่ยว "ในชาตินี้... ผู้ใดที่บังอาจแตะต้องสิ่งที่หม่อมฉันรักและหวงแหน ไม่ว่าจะเป็นแคว้นนี้ หรือ... ตัวท่านอ๋องเอง มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต" จ้าวเฟยหรงแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายดุจเทพสงครามนั้นหล่อเหลาจนน่าใจหาย "เช่นนั้น... ข้าคงต้องมอบอำนาจทั้งหมดในมือให้เจ้าใช้สอยตามใจชอบแล้วกระมัง" เขากระซิบชิดริมหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนนางต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้เล็กน้อย "เพราะไม่ว่าเจ้าจะอยากฟาดฟันใคร ข้าก็จะคอยลับคมดาบให้... หรือหากเจ้าอยากทำลายบัลลังก์มังกรนั้น ข้าก็พร้อมจะส่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬไปพังมันราบคาบในคืนเดียว" คำประกาศิตที่เอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจบ้านเมืองนั้น หากมีขุนนางผู้ใดได้ยินคงอกขวัญหนีดีฝ่อจนสลบไปแล้ว แต่อวี่หลันกลับหัวเราะเบาๆ ออกมา เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินที่ดังท่ามกลางราตรีอันหนาแน่น "อย่าเพิ่งใจร้อนไปเพคะ ท่านอ๋อง..." อวี่หลันผละออกจากอ้อมแขนของเขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหยิบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามที่ยังคงมีไอความร้อนคุกรุ่นอยู่บนโต๊ะ นางรินน้ำชาสีอำพันใสลงในถ้วยอย่างประณีตบรรจง กลิ่นหอมของใบชาชั้นดีลอยฟุ้งขึ้นมา "เกมนี้เพิ่งเริ่มต้น... และหลี่จวินเหยาก็ไม่ได้เดินหมากเพียงลำพัง" จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลง "เจ้าหมายถึง... ไทเฮา?" "เพคะ" อวี่หลันยื่นถ้วยชาส่งให้เขา ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยแสงแห่งปัญญา "พระนางกำลังรอจังหวะที่จะฮุบอำนาจเบ็ดเสร็จ การที่หลี่จวินเหยาพยายามเร่งรัดกำจัดหม่อมฉัน ก็เพราะเขากลัวว่าอำนาจในมือของไทเฮาจะเหนือกว่าเขา แต่นั่นแหละคือจุดอ่อน... งูพิษที่เรื้อรัง มักจะกัดกินแม้กระทั่งพวกเดียวกันเอง" จ้าวเฟยหรงรับถ้วยชามาจากมือนาง ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนนุ่มชั่วครู่ เขายังไม่ทันได้ยกขึ้นจิบ ทันใดนั้นเอง... *ปัง!* เสียงประตูกระดาษด้านนอกตำหนักถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน ลมพายุยามราตรีพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวเทียนในห้องไหววูบเกือบดับลง เฟยอิน องครักษ์หญิงคู่ใจ พุ่งเข้ามาในห้องด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม ชุดเกราะอ่อนมีรอยฉีกขาดและคราบเลือดสดๆ เปรอะเปื้อน ดวงตาคมกราบฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่แทบไม่เคยปรากฏมาก่อน นางคุกเข่าลงเบื้องหน้าทั้งสองคนทันทีด้วยความรีบร้อน "ท่านอ๋อง! คุณหนู!" เฟยอินหอบหายใจถี่กระชั้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แย่แล้วเพคะ... หน่วยสืบราชการลับรายงานด่วนจากนอกเมือง กองกำลังทหารรักษาพระองค์ของไทเฮาเคลื่อนพลออกจากค่ายหลวงแล้ว เป้าหมายไม่ใช่จวนอุดมการณ์ขององค์ชายสาม..." อวี่หลันขมวดคิ้วมุ่นทันที ความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดแล่นริ้วขึ้นมากลางอก "ถ้าไม่ใช่จวนองค์ชายสาม... แล้วพวกมันมุ่งหน้าไปที่ใด?" เฟยอินเงยหน้าขึ้น สบตากับเซี่ยอวี่หลันด้วยสีหน้าซีดเผือก น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยคำพูดที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด "พวกมัน... ล้อมจวนสกุลเซี่ยของท่านบิดาของคุณหนูไว้หมดแล้วเพคะ!" *** ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหมากไปพร้อมกับความแค้นครั้งนี้ด้วยนะคะ — "เงียบแต่ฟาดเรียบ"
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%