กลิ่นหอมบางเบาของกำยานหมื่นลี้ลอยวนอยู่ในห้องหนังสือมืดสลัว แสงจากตะเกียงสำริดรูปหงส์สลักลวดลายวิจิตรสะท้อนเงาลงบนพื้นหินอ่อนขัดมัน ราวกับผืนน้ำนิ่งสงบที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง
เซี่ยอวี่หลันในอาภรณ์ปักลายเบญจมาศสีครามเข้ม ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้จันทน์แดง ปลายนิ้วเรียวผุดผ่องภายتใต้อาภรณ์แขนกว้างกำลังบรรจงใช้พู่กันขนกระต่ายป่าแตะหมึกสีชาด ความเงียบงันภายในห้องโถงไม่ได้สร้างความอึดอัด หากแต่เป็นความกดดันอันเกิดจากหมากตานี้—หมากที่นางร้อยเรียงขึ้นมาด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตาจากชาติภพก่อน
"ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนแล้วเพคะคุณหนู" เสียงกระซิบแผ่วเบาของเฟยอินดังขึ้นจากมุมมืด องครักษ์หญิงในชุดนักเดินทางสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบราภูตผี นางวางหีบไม้ลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบกันเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนทั้งคู่ "บัญชีลับของเสนาบดีหลี่ถูกสับเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ส่วนตราประทับปลอม... ถูกส่งถึงมือคนขององค์ชายสามอย่างไร้ร่องรอย"
อวี่หลันวางพู่กันลงบนแท่นหยกขาว นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่ปรายตามองหีบไม้ใบน้อยด้วยแววตาราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูหนาว
"ดี..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก "สุนัขที่กินจนอ้วนพี ย่อมลืมไปว่าใครเป็นผู้โยนเศษเนื้อให้มันลิ้มลอง ถึงเวลาที่หลี่จวินเหยาจะต้องลิ้มรสชาติของการถูกสุนัขที่ตัวเองเลี้ยงไว้แว้งกัดแล้วล่ะค่ะ"
ยามนี้ ภายในจวนอันโอ่อ่าของเสนาบดีหลี่ผู้เรืองอำนาจ บรรยากาศกลับมิได้สงบสุขเช่นนั้น
แสงเทียนนับร้อยเล่มในห้องโถงใหญ่ส่องประกายสว่างไสว ขุนนางเฒ่าผู้กุมอำนาจคลังหลวงกำลังนั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่บนเก้าอี้พนักสูง เบื้องหน้าของเขาคือหีบไม้พะยูงที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อยามสาม ภายในหีบนั้นมิใช่ทรัพย์สินเงินทองอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็น... เอกสารลับสุดยอดที่เชื่อมโยงการทุจริตเงินงบประมาณกองทัพและการติดต่อลับกับแคว้นศัตรู
มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะพลิกกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า ลายมือในนั้นเป็นของเขาเอง... หรือต่อให้ไม่ใช่ มันก็เหมือนเสียจนแม้แต่ตัวเขาเองยังแยกไม่ออก!
"ใคร! ใครเป็นคนเอาสิ่งนี้มาวางไว้ที่นี่!" เสนาบดีหลี่ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าเผือดซีดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามรอยย่นบนขมับ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด หากความลับนี้รั่วไหลออกไป ไม่เพียงแต่ตระกูลหลี่จะพินาศสิ้น แม้แต่... องค์ชายสามผู้หนุนหลังเขาอยู่ ก็คงไม่ยอมเก็บสุนัขที่ไร้ประโยชน์และสร้างภาระเช่นเขาไว้อย่างแน่นอน
"ท่านเสนาบดีแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนตื่นตระหนกของพ่อบ้านดังลั่นมาจากนอกห้อง "องครักษ์เสื้อแพร... องครักษ์เสื้อแพรจากกองปราบปรามราชสำนักนำกำลังเข้าปิดล้อมจวนเราไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
*โคร้ม!*
ประตูกลอนไม้แกะสลักถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ เสียงรองเท้าหนังบดขยี้พื้นหินดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่น แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดคลุมปักลายมหาราชสีดำสนิท แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นกวาดมองสภาพความตื่นตระหนกภายในห้องด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก
จ้าวเฟยหรง... ท่านอ๋องผู้ถูกขนานนามว่าปีศาจแห่งแดนเหนือ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเสนาบดีหลี่ที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
"ท่านเสนาบดีดูท่าทาง... จะตกใจยิ่งนักที่เห็นเปิ่นหวาง (เรา)" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาจากสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกำมือ
"ทะ... ท่านอ๋อง! พระองค์ทรง... ทรงมาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีหลี่ละล่ำละลักทูลถาม ร่างกายสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้
จ้าวเฟยหรงกวาดสายตาคมปลาบไปยังหีบไม้ที่เปิดอยู่บนโต๊ะ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา มือหนายื่นไปหยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมาพิจารณาช้าๆ
"เปิ่นหวางเพียงแต่ได้รับรายงานจากพลเมืองดี ว่ามีหนูสกปรกตัวใหญ่กำลังแอบกัดแทะรากฐานของราชสำนัก... ไม่นึกเลยว่าหนูตัวนั้น จะเป็นขุนนางผู้ทรงเกียรติเช่นท่าน" อ๋องหนุ่มปรายตามองขุนนางเฒ่าด้วยแววตาดุจคมมีด "หลักฐานมัดตัวแน่นหนาถึงเพียงนี้ ท่านยังจะมีคำแก้ตัวใดถวายต่อหน้าพระพักตร์อีกหรือไม่?"
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักขององค์ชายสาม หลี่จวินเหยากำลังจิบชาอุ่นๆ ด้วยรอยยิ้มพึงใจ เขากำลังรอคอยข่าวความสำเร็จจากการเล่นงานตระกูลเซี่ยและฝ่ายของท่านอ๋อง ทว่า ความเงียบงันในยามดึกกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้า
"องค์ชาย... องค์ชายทรงพระสำราญไม่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีหนุ่มละล่ำละลักละลอกด้วยความหวาดกลัว "เสนาบดีหลี่... ถูกท่านอ๋องจับกุมตัวคาห้องหนังสือ พร้อมด้วยบัญชีลับทุจริต และที่สำคัญ... ในบัญชีนั้น มีลายพระหัตถ์ของพระองค์เกี่ยวพันอยู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
เพล้ง!
ถ้วยชาหยกขาวในมือของหลี่จวินเหยาหลุดร่วงกระทบพื้นแตกกระจาย น้ำชาสีชาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชายเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มอ่อนโยน บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าถอดสีจนขาวซีดราวกระดาษ
เขารู้ตัวแล้ว... ว่าเขาก้าวพลาด และหมากตานี้ กำลังจะเชือดคอเขาเอง!
และในวินาทีนั้นเอง ที่ประตูห้องนอนส่วนตัวขององค์ชายสามถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์สีครามเข้ม นางก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่งดงามหยาดเยิ้ม แต่กลับเย็นเยียบเสียจนทำให้โลหิตในกายของหลี่จวินเหยาจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"องค์ชายสามเพคะ..." เซี่ยอวี่หลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามค่ำคืน "ทรงตกพระทัยอะไรอยู่หรือคะ? เกมกระดานนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นเดินหมาตัวแรกเองนะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันไปพร้อมกับความยุติธรรมนี้นะคะ
กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน•ตอนที่ 8
หมากตัวแรกเดิน
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!