กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน•ตอนที่ 10

พันธสัญญาไร้เสียง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
เสียงกระเบื้องเคลือบกระทบกับโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ก* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันในตำหนักบูรพา เซี่ยอวี่หลันมิได้ชายตามองถ้วยชาอี้จือเซียงที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นระเหยขึ้นเป็นสายควันบางเบา นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าหยวก เลื่อนเบี้ยหยกสีขาวบนกระดานล้อมวงด้วยความนุ่มนวล ทว่ามั่นคง ทุกการเคลื่อนไหวของนางเปี่ยมด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด "หมากตานี้... หากเดินพลาดไปเพียงครึ่งชốn หัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมดจะตกอยู่ในกำมือของหลี่จวินเหยาโดยสมบูรณ์" เสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนศิลาบดบังด้วยความเย็นชาดังขึ้นจากเบื้องหลัง จ้าวเฟยหรงก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบดั่งพยัคฆ์ล่าเหยื่อ อาภรณ์สีนิลสนิทปักดิ้นลายพยัคฆ์ซ่อนลายเมฆไหววับตามจังหวะก้าวเดิน กลิ่นอายคาวเลือดและอำนาจดิบเถื่อนที่ผู้คนต่างหวาดผวา บัดนี้กลับถูกลดทอนลงเหลือเพียงความเงียบสงบอันน่าประหลาดเมื่อเขาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังร่างอรชรของสตรีผู้กุมชะตากรรมของเขาไว้ครึ่งหนึ่ง อวี่หลันไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น นางเพียงระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ "หม่อมฉันย่อมไม่ยอมให้องค์ชายรองผู้เสแสร้งผู้นั้นสมหวังหรอกค่ะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยเสียงเรียบ พรางคีบหมากสีดำลงบนจุดอับสายตา "แต่การจะตัดมือตัดเท้าของเขาให้สิ้นซาก จำเป็นต้องอาศัยมือของคนที่ไม่มีใครคาดคิดเสียก่อน" จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลงมองแผ่นหลังบางที่ห่อหุ้มด้วยชุดผ้าแพรต่วนสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นซ้อนกลีบ ภายใต้ความอ่อนช้อยนั้น ซ่อนมันสมองที่เฉียบคมและอำมหิตยิ่งกว่างูพิษในพงหญ้า เขารู้ดีว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่หมากที่เขาจะควบคุมได้ตามอำเภอใจ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานของเขาเกิดริ้วระลอกคลื่นความเร่าร้อนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มโน้มตัวลงต่ำ กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังโอบล้อมร่างของนางไว้โดยไม่แตะต้อง ปลายจมูกโด่งเป็นสันเฉียดผ่านเส้นผมหอมกรุ่นกลิ่นดอกอิงฮวาจางๆ จนอวี่หลันต้องชะงักมือที่กำลังถือหมาก "เจ้าวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว... แม้กระทั่งการเดิมพันด้วยชีวิตของเป้าหมายในจวนสกุลหลี่" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหูขาวผ่อง "แต่เจ้ายังไม่ได้ให้ 'หลักประกัน' อะไรกับเป้าหมายผู้นี้เลยสักนิด สตรีใจกล้า... ไม่กลัวว่าข้าจะหักหลังเจ้ากลางคันหรืออย่างไร" อวี่หลันไม่สะทกสะท้าน นางค่อยๆ วางหมากในมือลง เสียงกระทบกระดานดังชัดเจนในความเงียบ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาสบตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนลมหายใจรินรดกัน ดวงตาคู่คมของจ้าวเฟยหรงสะท้อนภาพใบหน้าหวานล้ำแต่ไร้ความหวั่นเกรงของนางอย่างชัดเจน "ท่านอ๋องทรงเป็นคนเช่นนั้นหรือคะ?" อวี่หลันเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ทว่าแฝงความท้าทายลึกซึ้ง "หากพระองค์ทรงคิดจะหักหลังหม่อมฉัน ป่านนี้จวนอ๋องคงไม่เหลือหมากให้เดินแก้เกมในท้องพระโรงเมื่อรุ่งอรุณที่ผ่านมาแล้วกระมังคะ" มุมปากหยักลึกของจ้าวเฟยหรงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่นานครั้งนักจึงจะปรากฏ และมีเพียงนางเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น รอยยิ้มของปีศาจที่ยอมจำนนต่อโซ่ตรวนแห่งปัญญา ไม่มีคำสาบาน ไม่มีพิธีรีตองสบถต่อหน้าฟ้าดิน ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ต้องใช้เลือดแลกเปลี่ยน ทว่าในแววตาของคนทั้งคู่กลับมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำมั่นสัญญาใดๆ ในใต้หล้า มันคือพันธสัญญาที่ไร้ซึ่งเสียง ทว่าแน่นแฟ้นและพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทางให้แหลกเป็นผุยผง จ้าวเฟยหรงยื่นมือหนาออกไป กอบกุมมือเรียวเล็กของนางไว้ช้าๆ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากคราบโลหิตและด้ามดาบกุมทับมือที่ใช้พลิกแผ่นดินของนางไว้แน่น ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัส เป็นความเงียบงันที่ทรงพลังกว่าถ้อยคำหวานเลี่ยนนับหมื่นคำ "หากเจ้าปรารถนาจะล้างบางคนพวกนั้น... ข้าจะถือดาบให้เจ้าเอง อวี่หลัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยหนักแน่น ดวงตาคู่นั้นลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความภักดีที่มอบให้เพียงนางผู้เดียว อวี่หลันมองการกระทำนั้น หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้นในชาติภพก่อน บัดนี้กลับไหววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามปฏิเสธมาตลอด นางไม่ได้ดึงมือกลับ นางเพียงบีบกระชับปลายนิ้วตอบรับความตั้งใจนั้นอย่างเงียบเชียบ เป็นการตกลงร่วมมือที่สมบูรณ์แบบที่สุดโดยไม่ต้องเอ่ยคำว่า 'สัญญา' ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเร้นลับและลึกซึ้งของคนทั้งคู่... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเฟยอินที่พุ่งทะยานเข้ามาในห้องโถงด้วยใบซีดเผือด นางคุกเข่าลงกับพื้นทันทีโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า "เรียนท่านอ๋อง! คุณหนูเซี่ย!" เฟยอินละล่ำละลักเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ถูกส่งตรงมาถึงหน้าประตูจวนแล้ว!" จ้าวเฟยหรงชักมือกลับอย่างรวดเร็ว รัศมีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างดั่งพยัคฆ์ตื่นจากจำศีล อวี่หลันหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวหมุนวนอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน ราชโองการด่วนในยามวิกาล... และผู้ที่ส่งมา ย่อมไม่ใช่ฝ่าบาทผู้ทรงพระประชวรอย่างแน่นอน แต่เป็นเงาเบื้องหลังที่กำลังร้อนรนจนต้องเดินหมากตาโง่ๆ ออกมา จ้าวเฟยหรงหันมาสบตากับนางเพียงเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นกลับคืนสู่แววตาทั้งคู่ในทันที "เปิดประตู" ท่านอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุร้าย ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะฟาดฟันศัตรู ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกหมางเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%