กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเวทมนตร์และคราบมานาสีครามที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ทำให้บรรยากาศในห้องพักคับแคบย่านสลัมเขตเจ็ดดูราวกับห้องทดลองของนักเล่นแร่แปรธาตุสติเฟื่อง เรนกวาดสายตามองการ์ดระดับ C สองใบในมือ—‘อัศวินโล่เหล็กกล้า’ และ ‘เวทมนตร์สนาม: หมอกพรางตา’—ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
นี่ไม่ใช่การเสริมพลังดราฟต์การ์ดทั่วไปตามตำราฮันเตอร์ที่สอนกันในสถาบัน แต่เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญด้วยแต้มพอยต์สะสมก้อนสุดท้ายที่เขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและรอยแผลเป็นจากดันเจี้ยนระดับ A เมื่อวานนี้
"คุณเรนคะ มือสั่นแบบนั้น... เกรงว่าอัตราการสะท้อนมานาของระบบจะลดลงไปสิบเปอร์เซ็นต์ได้เลยนะคะ"
เสียงหวานใสแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากมุมห้อง ไอริสในชุดคลุมสีเข้มตัวเดิมนั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่าๆ สายตาคู่คมที่สะท้อนแสงเรืองรองจากหน้าต่างระบบกำลังจ้องมองความลังเลบนใบหน้าของชายหนุ่ม เธอไม่ได้เข้ามาช่วยจับมือหรือโน้มน้าวเหมือนเช่นเคย แต่เลือกที่จะเว้นระยะห่าง เพื่อให้เรนได้เผชิญหน้ากับการตัดสินใจด้วยสัญชาตญาณของตนเอง
เรนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ดวงตาสสีนิลคมกริบกวาดมองข้อความสีทองที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ—อินเทอร์เฟซอัปเกรดเด็คที่ปลดล็อกได้เฉพาะผู้ถือครองระบบ ‘เด็คการ์ดพินาศ’ เท่านั้น
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการ์ดเผ่าพันธุ์มนุษย์ประเภทป้องกัน (A-042) และการ์ดเวทมนตร์สนับสนุนระดับกลาง (S-015)]
[เงื่อนไขการอัปเกรด: ใช้แต้มวิญญาณ 500 แต้ม + แกนมานาปฐพี = ?]
[คำเตือน: ผลลัพธ์จากการสุ่มผสานเด็คครั้งแรก อาจนำไปสู่การวิวัฒนาการขั้นสูง หรือการทำลายล้างการ์ดต้นแบบอย่างถาวร]
"การทำลายล้างอย่างถาวรเหรอ..." เรนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ภาพความสูญเสียในดันเจี้ยนระดับ S ที่เคยพรากครอบครัวและเพื่อนร่วมทีมไปต่อหน้าต่อตาผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่มีค่าไปอีกครั้งทำให้ปลายนิ้วที่ถือการ์ดเย็นเฉียบ
ไอริสสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเขา หญิงสาวลุกขึ้นยืนช้าๆ ฝีเท้าแทบไม่มีเสียง เธอดึงผ้าคลุมลงเล็กเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นแต่จริงจัง
"ความกลัวไม่ได้หมายความว่าเราขี้ขลาดหรอกนะคะคุณเรน... แต่มันแปลว่าคุณยังแคร์ผลลัพธ์ของมันอยู่ต่างหาก ทว่า ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเด็คการ์ดแห่งความพินาศนี้ ความลังเลต่างหากคือสิ่งที่จะฆ่าเราเร็วกว่ามอนสเตอร์ระดับบอสเสียอีก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางความลังเล เรนขบกรามแน่น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าหากต้องการทวงคืนความยุติธรรมและไขปริศนาการตายของครอบครัว เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ที่สังคมฮันเตอร์ขีดเส้นไว้
"ถ้าความเสี่ยงคือราคาของการเติบโต... ฉันก็พร้อมจะจ่าย"
เรนสะบัดมือขวาอย่างรวดเร็ว โยนการ์ดทั้งสองใบลงบนแท่นวงแหวนเวทมนตร์ที่ปรากฏขึ้นบนพื้นห้อง แกนมานาปฐพีสีเหลืองอำพันถูกบดขยี้ด้วยแรงดันมานาที่เรนปลดปล่อยออกมาจากร่าง แสงสว่างจ้าสีขาวโพลนพวยพุ่งขึ้นชนเพดานห้องจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ แรงลมจากการหลอมรวมซัดเอาเอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
ไอริสถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานแปลกประหลาดที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลของระบบ
"นี่มัน... พลังงานรูปแบบไหนกันคะเนี่ย?" เธออุทานออกมาเบาๆ ด้วยความประหลาดใจ
แสงสีขาวค่อยๆ หรี่ลง เหลือเพียงละอองแสงสีม่วงเข้มและทองคำระยิบระยับที่ลอยวนอยู่เหนือแท่นพิธี การ์ดเพียงใบเดียวค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาบนฝ่ามือของเรนที่แบรอรับไว้อย่างระมัดระวัง
ผิวสัมผัสของการ์ดเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นกระดาษเคลือบเวทมนตร์ธรรมดา ตอนนี้มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเกล็ดมังกรโบราณที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เรนพลิกด้านหน้าของการ์ดขึ้นมาอ่านข้อความที่ปรากฏด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น
[การ์ดอัปเกรดสำเร็จ!]
[ชื่อการ์ดใหม่: ‘เงาทมิฬแห่งปฐพี: อัศวินผู้สาบสูญ’ (ระดับ: A+ / วิวัฒนาการได้)]
[ความสามารถพิเศษ: สามารถเปลี่ยนหมอกพรางตาให้กลายเป็นเกราะอสุรกาย และดูดซับความเสียหายทางเวทมนตร์ 100% เพื่อสะท้อนกลับไปยังเป้าหมายเป็นสองเท่า]
[สถานะพิเศษ: *คำเตือน: การ์ดใบนี้ผูกติดกับจิตวิญญาณของผู้ใช้ หากผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บสาหัส การ์ดจะสุ่มโจมตีสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ที่สุดโดยไม่สนมิตรหรือศัตรู*]
เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ผลลัพธ์ที่ได้เหนือความคาดหมายเสียยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้ มันไม่ใช่แค่การเพิ่มพลังโจมตีหรือป้องกันแบบธรรมดา แต่มันคือ ‘ดาบสองคม’ ที่ทรงพลังและอันตรายถึงชีวิตในเวลาเดียวกัน
"ดูท่าทางคุณจะสุ่มได้ของเล่นที่อันตรายเข้าแล้วนะคะ..." เสียงของไอริสดังก้องขึ้นใกล้ๆ เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อพิจารณาการ์ดในมือของเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เรนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าในดันเจี้ยนลึก "แต่ก็นั่นแหละค่ะ... มันช่างเหมาะกับคนไร้แต้มบุญอย่างคุณเสียจริง"
ก่อนที่เรนจะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเขตเจ็ด หน้าต่างระบบสีแดงเข้มปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
[ระบบตรวจพบ: ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS - "ผู้บุกรุกจากรอยแยกมิติที่ศูนย์"]
[เป้าหมาย: กำจัดสิ่งมีชีวิตปริศนาที่กำลังทำลายเขตปลอดภัย และมุ่งหน้ามายังพิกัดห้องพักของคุณภายใน 3... 2...]
ประตูกระจกห้องพักของเรนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ไอออนมานาอันเย็นเยียบแผ่ซ่านจนหยดน้ำบนพื้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เรนเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกเหล็ก—มันคือใบหน้าของฮันเตอร์ระดับ S ที่ควรจะเสียชีวิตในดันเจี้ยนเมื่อสามปีก่อน... และนั่นคือพ่อของเขาเอง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเรนและไอริสนะคะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ•ตอนที่ 8
อัพเกรดเด็คด้วยดวงหรือฝีมือ
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!