กลิ่นสนิมและกลิ่นอับชื้นของหินผาในดันเจี้ยนระดับ B เขตประจิม ไม่ได้ทำให้เรนรู้สึกระคายเคืองเท่ากับตัวเลขศูนย์ที่กระพริบเตือนสีแดงฉานอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า
ดวงตาคมกริบใต้ฮู้ดสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนสันการ์ดในมือขวา *แต้มบุญ* หรือพลังงานสำรองที่ระบบจัดสรรให้ตามความประพฤติและโชคลาภ ในตอนนี้มันเหลือเพียง "ศูนย์" กลมๆ ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับจักรวาลกำลังหัวเราะเยาะความพยายามทั้งหมดที่เขาและเธอร่วมกันฟันฝ่ามาตลอดห้าชั้น
"เรน... ระบบกำลังรีเซ็ตค่าพารามิเตอร์ของชั้นที่หก"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเย็นเยียบของไอริสดึงสติเขาให้กลับมา หญิงสาวในชุดคลุมนักเวทสีเงินก้าวเข้ามาใกล้ แสงเรืองรองจากปลายนิ้วของเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง บ่งบอกว่ามานาภายในตัวกำลังถูกสูบออกไปโดยสิ่งเร้นลับบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังความมืดมิด
"มันไม่ใช่การรีเซ็ตธรรมดาหรอกค่ะ ไอริส" เรนเอ่ยตอบ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง "ดูรอยแยกบนผนังนั่นสิคะ... ผลึกมานาไม่ได้แตกเพราะแรงดัน แต่มันกำลังถูก 'กัดกิน' ต่างหาก"
พวกเขาทั้งสองหยุดยืนอยู่หน้าประตูหินมหึมาที่นำไปสู่ห้องบอสชั้นสุดท้าย ข้อมูลในฐานข้อมูลของกิลด์ฮันเตอร์ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ดันเจี้ยนแห่งนี้ถูกเคลียร์โดยกลุ่มแรงก์ A เมื่อสามเดือนก่อน และมอนสเตอร์ประจำชั้นที่หกควรจะเป็น 'ราชันย์อสูรเขี้ยวเหล็ก' ที่มีธาตุดินเป็นหลัก
ทว่า สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ณ เบื้องหน้า กลับไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ควรจะมีอยู่บนโลกใบนี้
ก๊าซ... ก๊าซ...
เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำ มันไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ป่า แต่มันคือเสียงของฟันเฟืองเวทมนตร์ที่บิดเบี้ยวและแตกหัก เงาสะท้อนจากคบเพลิงสาดส่องกระทบกับร่างมหึมาที่ก้าวออกมาจากความมืด มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์สวมเกราะเหล็กโบราณ แต่ทว่า... แขนข้างขวาของมันกลับเป็นกรงเล็บขนาดยักษ์ที่ประกอบขึ้นจากเศษซากการ์ดเวทมนตร์นับพันใบที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด
ดวงตาสีแดงฉานนับคู่ปรากฏขึ้นบนแผ่นอกของมัน แทนที่จะเป็นหัวใจ แต่มันคือช่องว่างสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงรอบข้างเข้าไปจนหมดสิ้น
"มอนสเตอร์ตัวนี้..." ไอริสสูดหายใจเข้าลึก
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวบางเอื้อมมาจับชายเสื้อของเรนไว้โดยไม่รู้ตัว "ไม่มี... ไม่มีบันทึกข้อมูลนี้อยู่ในสารบบการ์ดของหอคอยกลางเลยค่ะ แม้แต่ในฐานข้อมูลระดับตำนานก็ไม่มีรูปแบบพลังงานแบบนี้!"
เรนไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาดึงการ์ดสามใบสุดท้ายออกจากเด็คส่วนตัว นิ้วมือสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากการ์ดระดับ R (Rare) ที่เขาอุตส่าห์สะสมมาด้วยความยากลำบาก การ์ดแต่ละใบสั่นสะเทือนราวกับมีชีวิต มันกำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
"ระบบกำลังรวนเรค่ะ" เรนพึมพำกับตัวเอง ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังหน้าต่างสถานะที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ตัวหนังสือสีแดงไม่ได้รายงานสถานการณ์ปกติ แต่มันกำลังพ่นข้อความเตือนรัวเร็วด้วยฟอนต์ที่บิดเบี้ยว
[คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติระดับ 'ความผิดเพี้ยนของโค้ดระบบ']
[ผู้เล่น 'เรน' มีแต้มบุญเป็นศูนย์ ไม่สามารถใช้ฟังก์ชันช่วยเหลือจากส่วนกลางได้]
[คำเตือนสูงสุด: สิ่งมีชีวิตรหัส 0-X กำลังทำลายขอบเขตของดันเจี้ยน กรุณาหลบหนี—]
ยังไม่ทันที่ข้อความจะแสดงผลจนจบ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ เศษละอองแสงสีแดงร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ก่อนจะมอดดับลงอย่างไร้ร่องรอย
ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงประกายไฟจากการ์ดในมือของเรนที่ยังคงส่องสว่างให้เห็นเงาทะมึนของมอนสเตอร์ประหลาดตัวนั้นที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำ บีบอัดอากาศจนพวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก
"ไอริสคะ" เรนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัด น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัว แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เฉียบคม "จำตอนที่เราเจอการ์ดใบแรกในซากปรักหักพังได้ไหมคะ?"
ไอริสหันมามองหน้าเขา แววตาสั่นระริกก่อนจะค่อยๆ สงบลงเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของชายหนุ่ม "จำได้สิคะ... ตอนนั้นคุณบอกว่า ต่อให้ดวงจะกุดแค่ไหน กลยุทธ์ในหัวก็ยังเป็นของเรา"
"ถูกต้องค่ะ" เรนพลิกการ์ดในมือทั้งสามใบให้ประสานกัน เกิดเป็นแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ที่ต้านทานแรงกดดันรอบตัวไว้ได้ระดับหนึ่ง "มอนสเตอร์ที่ไม่มีในสารบบไม่ได้แปลว่าฆ่าไม่ตาย... แต่มันแปลว่า กฎเกณฑ์เดิมๆ ใช้กับมันไม่ได้ต่างหากล่ะคะ"
เขากระชับการ์ดในมือแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเตรียมรับมือกับการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กรงเล็บเหล็กมหึมาจะเหวี่ยงเข้าใส่ร่างของพวกเขา เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังแทรกขึ้นมาจากอุโมงค์ด้านหลัง—อุโมงค์ที่ควรจะถูกปิดตายไปแล้วตั้งแต่เริ่มลงดันเจี้ยนชั้นนี้
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือช้าๆ ดังสะท้อนก้องกังวาน ท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งเรนและไอริส ร่างของใครบางคนในชุดคลุมสีดำสนิทและหน้ากากเวทมนตร์รูปจิ้งจอกก็ก้าวออกมาจากเงาดำนั้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา
"ช่างเป็นการวิเคราะห์ที่น่าประทับใจเสียจริงค่ะ... คุณฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ แต่ดูเหมือนว่าคุณจะยังไม่รู้สินะคะว่า 'สิ่ง' ที่คุณกำลังสู้ด้วยในตอนนี้ แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นมาจากความทรงจำส่วนไหนของใคร..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและติดตามการเดินทางของเรนและไอริสนะคะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ•ตอนที่ 9
มอนสเตอร์ที่ไม่มีในสารบบ
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!